สูตรเด็ด “หมี่กะทิ” Jr Chef

0
463

หมี่กะทิหนึ่งในอาหารจานโปรดของหลาย ๆ คนที่ปัจจุบันนี้หาทานได้ค่อนข้างยาก หรือที่มีขายก็เป็นหมี่ผัดสีชมพู(มาก)ด้วยซอสเย็นตาโฟ ดูน่ากลัว มากกว่าน่ากิน แถมยังไม่ค่อยมีหน้ากะทิมาให้ราดด้วย แล้วยังนี้จะเรียก “หมี่กะทิ” ได้ยังไงครับ? ต้องเรียก “หมี่ผัดพรางชมพู” ถึงจะถูก ฮา ๆ ๆ 

ถ้าอย่างนั้นเรามาทำทานเองกันดีกว่าครับ “หมี่กะทิ” ทำไม่ยากอย่างที่คิด รสชาติอร่อย คุณค่าทางอาหารครบถ้วน สีสันสวยงามเมื่อจัดลงจานเสิร์ฟ (ช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากในกรณีที่ทำขาย) ใช้รับประทานได้ในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะทานกันภายใครอบครัว งานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างเพื่อนหรืองานทำบุญเลี้ยงพระก็เหมาะอย่างยิ่งครับ หรือ จะทำไว้เป็นเมนูแนะนำเฉพาะช่วงเทศกาลประจำร้านก็น่าสนใจครับ

หมีกะทิ

 

 

เรามาดูวิธีทำและส่วนผสมกันเลยครับ 

อัตราส่วนที่ให้ไว้สามารถปรับได้ตามรสชาติที่ถูกปากผู้ทาน ถูกลิ้นผู้ปรุงได้เลยครับ ทำอาหารต้องสนุกและมีความสุขอย่าเครียด อย่าเกร็ง  ทำไม่อร่อย ทำใหม่ครับ ง่ายนิดเดียว ^^

 

หมีกะทิ 1

หมีกะทิ 3

 

  • เส้นหมี่อบแห้ง 120 กรัม แช่น้ำประมาณ 5 นาทีแล้วนำขึ้นมาพักไว้ (อย่าแช่เส้นนานเกินไปครับเพราะจะทำให้เส้นเละต้อนเรานำไปผัดครับ)
  • หมูบด 50 กรัม / กุ้งสับ 50 กรัม (ในกรณีที่ไม่ทานอาหารทะเลใช้เป็น หมูบด 100 กรัมได้เลยครับ)
  • เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง ครึ่งก้อน ซอยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ
  • กะทิสำเร็จรูป 375 มล. (ขนาด 250 มล. 1 กล่องครึ่ง)
  • เต้าเจี้ยวขาวบด 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีใช้เต้าเจี้ยวธรรมดาหรือมิโซก็ยังได้ครับ)
  • หอมแดงซอยหยาบ 10 หัว / พริกไทยบดหยาบสัก 10 เม็ด
  • ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่นผัดน้ำมันหรือพริกป่นธรรมดา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำตาลปี๊ป 3 ช้อนโต๊ะ/เกลือ ปรุงรสตามชอบ
  • ผักแนม ถั่วงอก กุยช่าย หัวปลี ใบบัวบก พริกชี้ฟ้าแดงและผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. เรามาเริ่มทำหน้ากะทิกันก่อนครับ กะทิครึ่งกล่อง(ขนาด 250 มล.)ใส่หม้อตั้งไฟ จนเริ่มแตกมันแบ่งหัวหอมแดงที่ซอยไว้สักครึ่งหนึ่งและพริกไทยโขบดหยาบๆ  ลงไปผัดกับกะทิจนมีกลิ่นหอม  ใส่หมูบดและกุ้งบดลงไปรวน จนกุ้งและหมูสุกดี
  2. เติมกะทิที่เหลือลงไปแล้วเติมน้ำเปล่าลงไปอีกเท่ากับขนาดกล่องกะทิ รอจนเดือด ใส่หอมแดงที่เหลือ เต้าหู้ขาว ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊ป เต้าเจี้ยวขาวบด และน้ำมะขามเปียก ลองชิมรสดูครับ ถ้าไม่เค็มเติมเกลือครับ หน้ากะทิสำหรับผมชอบให้มีรสหวานนำ เปรี้ยวนิดหน่อยและเค็ม ตรงนี้ปรับรสชาติได้ตามสะดวกตามชอบเลยครับ
  3. ผมชอบใช้พริกป่นผัดกับน้ำมันใส่ลงไปหน้ากะทิด้วยจะทำให้หน้ากะทิมีสีสวยและกลิ่นที่หอมด้วยน้ำมันพริก ถ้าไม่มีใช้พริกป่นธรรมดา หรือถ้าไม่ทานเผ็ดใช้น้ำมันพริกเผาก็ได้ครับ
  4. เคี่ยวไปสักครู่ด้วยไฟกลางๆ ดูจนหน้ากะทิมีสีเข้มขึ้นออกน้ำตาลอ่อน ๆ และมีความข้นมากขึ้นเป็นอันใช้ได้ครับ ถ้าใครชอบน้ำราดข้นๆ สามารถละลายแป้งสาลีอเนกประสงค์สัก 2 ช้อนชาเติมลงไปได้ครับ แต่อย่าใส่มากครับเพราะปรกติพวกหน้ากะทิ หรือหลนกะทิต่าง ๆ พอเย็นตัวลงจะมีลักษณะข้นขึ้นเองอยู่แล้วครับ

หมีกะทิ 5

หมีกะทิ 6

    หน้ากะทิเสร็จเรียบร้อยเราไปผัดหมี่กันต่อครับ ^^

  1. ผมมีเทคนิคส่วนตัวหน่อย คือจะใช้หอมแดงสับละเอียดสัก 1 ช้อนโต๊ะ ลงไปผัดกับกะทิให้ส่งกลิ่นหอมฉุยเสียก่อน ค่อยเติมซอสมะเขือเทศลงไป แล้วตักหน้ากะทิเฉพาะน้ำกับน้ำมันที่ลอยหน้าอยู่ใส่ลงไปด้วย ตรงนี้จะช่วยทำให้เส้นหมี่ที่เราผัดมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน และมีสีแดงอ่อนๆ สวยเป็นธรรมชาติครับ
  2. จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปสักครึ่งถ้วย ใส่เส้นหมี่ที่แช่น้ำพักไว้ลงไปคนให้ทั่ว ตรงนี้อย่าเปิดไฟแรงครับ ใจเย็นๆ ใช้มุมตะหลิวค่อยๆเกลี่ยน้ำซอสกับเส้นหมี่ให้สีติดทั่วเสมอกัน และน้ำกะทิดูดซึมเข้าไปจนเส้นหมี่อ่อนนุ่ม และสุกดี
  3. ก่อนนำขึ้นใส่ถัวงอกและกุยช่ายลงไปผัดด้วย ผัดเร็วๆ และปิดไฟ เราก็จะได้เส้นหมี่กะทิ(จริงๆ)แล้วนะครับ เสร็จแล้วพักไว้

หมีกะทิ 7

หมีกะทิ 8

หมีกะทิ 914. ทำไข่ฝอยกันต่อเลยครับ ตั้งกระทะใช้ไฟแรง ใสน้ำมันนิดหน่อยกลิ้งให้น้ำมันเคลือบทั่วกระทะ พอกระทะร้อนเทไข่ที่ตีไว้แล้วลงไปกลิ้งจนเคลือบทั่วกระทะ ลดไฟลงเมื่อไข่สุกจะร่อนออกออกจากขอบกระทะ ค่อยๆ ม้วนไข่นำขึ้นมาพักไว้รอเย็น แล้วซอยเป็นเส้นไว้โรยหน้าต่อไปครับ

หมีกะทิ 10

หมีกะทิ 11

แค่นี้เองครับวิธีการปรุง“หมี่กะทิ”เสร็จเรียบร้อย เรามาจัดลงจานกันครับ

หมีกะทิ 13

จัดเส้นหมี่ลงจานโรยหน้าด้วยไข่ฝอย ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอย จัดผักแนมไว้ด้านข้างพร้อมตักหน้ากะทิใส่ถ้วยตกแต่งอีกสักนิดด้วยใบผักชี แค่นี้ เมนู “หมี่กะทิ” จานโปรดของใครหลายๆ คนก็พร้อมรับประทานครับ วันหยุดปีใหม่ที่จะมาถึงนี้หากไม่ได้ไปเที่ยวไหน ลองชวนคนในบ้านมาช่วยกันทำ “หมี่กะทิ” สีสวยทานกันครับ


Jr Chef

#พ่อบ้านชวนปรุง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here