3 กลยุทธ์ เปิดร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงให้สำเร็จแบบจริงจัง

0
4510

“ลิตเติ้ล ซู คาเฟ่” Story+Concept สร้างชื่อดังทะลุประเทศ ตอนที่ 2

 

ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่อะไรก็ตาม ย่อมคาดหวังผลกำไร  ซึ่งเปรียบเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้ร้านอยู่ได้ในระยะยาว  ยิ่งร้านที่ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนสูง ยิ่งต้องหากลยุทธ์ กลวิธีต่างๆ เพื่อสร้างรายได้ให้ธุรกิจเติบโต  เหมือนเช่นเดียวกับคุณเบียร์ (วชิราภรณ์  อร่ามพิบูลย์ผล) เจ้าของร้านลิตเติ้ล ซู คาเฟ่ ที่ไม่ได้หวังพึ่งรายได้จากการขายสัตว์ Exotic เพียงอย่างเดียว  แต่เธอหันมามุ่งเน้นเรื่องเมนูอาหารให้มีความหลากหลายขึ้นและรสชาติอาหารต้องอร่อย เพื่อสร้างโอกาสการขายให้มากขึ้น เป็นช่องทางหารายได้อีกทางหนึ่ง และเป็นช่องทางหลักที่มาแรงเสียด้วย มาติดตามแนวทางการทำร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงให้สำเร็จในแบบฉบับของ “ลิตเติ้ล ซู คาเฟ่” กันต่อเลยค่ะ กับ 3 กลยุทธ์เปิดร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงให้สำเร็จแบบจริงจัง

12189899_706812806086458_2517737296316789453_n

กลุยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์ตั้งราคาสูง

ในช่วงที่คุณเบียร์เปิดคาเฟ่ใหม่ๆ มีเพียงเครื่องดื่มและเค้กให้บริการ  เพราะตั้งใจเปิดคาเฟ่เพื่อลูกค้าที่มาซื้อสัตว์เลี้ยง  เมนูประเภทอาหารจึงยังไม่มี รายได้ที่คุณเบียร์จะได้รับมี  2 ทางเท่านั้น  คือ รายได้จากการขายสัตว์ Exotic และรายได้จากการขายเครื่องดื่มและเค้ก เพราะไม่ได้เก็บค่าเข้าห้องชมสัตว์เลี้ยงแต่อย่างใด  แต่ด้วยงบประมาณในการลงทุนค่อนข้างสูง ไหนจะค่าตกแต่งร้าน ค่าเช่าร้าน  ค่าจ้างพนักงาน  ค่าน้ำค่าไฟ  ค่าอาหารสัตว์  ค่าตรวจสุขภาพสัตว์ ค่าวัตถุดิบ  และค่าจิปาถะอีกมากมาย รายได้จากสองช่องทางอาจไม่เพียงพอ เพราะอย่าลืมว่าจำนวนลูกค้าที่มาซื้อสัตว์มีไม่สม่ำเสมอ  ฉะนั้นคุณเบียร์จำเป็นต้องตั้งราคาของเครื่องดื่ม  เค้ก และอาหารให้สูง  อีกทั้งตั้งเงื่อนไขว่าลูกค้าที่ต้องการเข้าห้องเล่นกับสัตว์จะต้องสั่งอย่างน้อยคนละ 1 ออร์เดอร์  เพื่อให้มีรายได้อย่างน้อยครอบคลุมกับรายจ่ายทั้งหมด

 

12301651_719724761461929_8044487091825586905_n

12662021_743859269048478_9011702573481791839_n

กลุยุทธ์ที่ 2 เพิ่มเมนูอาหาร  สร้างรายได้หลัก

เมื่อกระแสเริ่มดัง  น้องๆซุปตาร์ต้อนรับแขกได้ดีมาก  ก็เริ่มมีลูกค้ารีเควสอาหารคาว กลายเป็นจุดประกายให้คุณเบียร์เห็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่มขึ้น   ซึ่งในตอนนั้นมีพนักงานอยู่เพียง  4 คนที่ช่วยกันทำหน้าที่ต่างๆ เช่น เสิร์ฟเครื่องดื่ม  เป็นสต๊าฟดูแลลูกค้าในห้องสัตว์   บาริสต้า  แต่ไม่มีใครเป็นเชฟมืออาชีพสักคน  แต่ด้วยที่คุณเบียร์และพนักงานต่างเป็นคนที่ชอบทานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  จึงช่วยกันคิดค้นเมนูใหม่ๆขึ้นมาเอง  ช่วยกันทำช่วยกันชิมโดยไม่ได้จ้างเชฟเลย จนได้เมนูอาหารที่ลงตัวพร้อมให้ลิ้มลอง  คุณเบียร์บอกว่า “เราเน้นเรื่องรสชาติ อยากให้ลูกค้าที่นอกจากได้เล่นกับสัตว์แล้วยังจะได้ทานของอร่อย ซึ่งคาเฟ่สัตว์เลี้ยงร้านอื่นๆ อาจมองข้ามในจุดนี้ไป” และผลตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี จึงพยายามพัฒนาเมนูใหม่ๆ ให้มีความหลากหลายขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเมนูประเภทข้าว  สปาเกตตี้   ของทานเล่น  เค้ก  เครื่องดื่ม จนตอนนี้ลูกค้าติดอกติดใจในรสชาติถึงขนาดว่ากลับมาทานอีกโดยที่ไม่ได้ไปเล่นกับสัตว์เลย ทำให้ในตอนนี้จากเป็นแค่คาเฟ่ได้กลายมาเป็นกึ่งเรสทัวรองท์ที่ลูกค้าทั้งที่ชอบและไม่ชอบสัตว์สามารถมาทานได้ เนื่องจากภายในร้านมีแยกโซนรับประทานอาหารกับห้องสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว  สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ  ถือเป็นรายได้หลักที่มาอันดับหนึ่งแล้วในตอนนี้และถือเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชั้นดีที่ช่วยให้ร้านอยู่ได้ในระยะยาวจนถึงตอนนี้ก็ เป็นเวลา  8 เดือนแล้วที่ไม่เคยสัมผัสกับคำว่า “ขาดทุน” เลยแม้แต่เดือนเดียว

 12313957_719404481493957_8417944289341669550_n

12726437_1111785908843061_2012822782_n

13255933_799377230163348_2355658453323375547_n

 

กลุยุทธ์ที่ 3 สร้างสายใยลูกค้าให้กลับมาอีก   

ถึงแม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ตั้งใจมาเพื่อใกล้ชิดกับน้องๆซุปตาร์  แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียว  เรื่องของ Service Mind นั้นมองข้ามไม่ได้เลย  คุณเบียร์บอกว่า “เราต้องดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การพูดจาสุภาพ ความเอาใจใส่ลูกค้า เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและอยากกลับมาอีก ”  นอกจากนี้คุณเบียร์ยังรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อสร้างน้ำหล่อเลี้ยงในระยะยาว  มีลูกค้าบอกว่าเดินทางไม่สะดวก เนื่องจากลูกค้าไม่มีรถ หรือเป็นชาวต่างชาติ   คุณเบียร์จึงแก้ปัญหาด้วยการจ้างรถตู้เพื่อรับ-ส่งลูกค้าโดยเฉพาะ  โดยเริ่มต้นที่ BTS หมอชิต ในตอนแรกมีเวลารับ-ส่ง  3 รอบ แต่ลูกค้าบอกว่าน้อยไป จึงเพิ่มเป็น 5 รอบ ทำให้ลูกค้าเดินทางมาที่ร้านสะดวกขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ  เมื่อมาเจอการบริการอันน่าประทับใจ  ก็รู้สึกอยากกลับมาที่ร้านอีก  ถือเป็นไอเดียที่ดีเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงร้านได้ง่ายขึ้น  เพราะถ้าไม่มีลูกค้ามาที่ร้านแล้วจะเอารายได้จากที่ไหน  มีหวังได้ปิดตัวในไม่ช้า

 Little Zoo Café Cover

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเปิดคาเฟ่สัตว์เลี้ยง

สุดท้ายนี้คุณเบียร์ยังฝากถึงคนที่กำลังอยากเปิดคาเฟ่สัตว์เลี้ยงว่า

  1. ต้องมั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงของเราเข้ากับลูกค้าได้ ต้องเชื่องกับคน  สามารถรับความเครียดที่ต้องเจอกับคนเยอะๆ ได้  ถ้ายิ่งเป็นสัตว์แปลก หรือมีความดุ ไม่ควรปล่อยให้อยู่กับลูกค้าตามลำพัง
  2. อาหาร เครื่องดื่มต่างๆต้องอร่อย เพื่อให้ลูกค้ากลับมาทานอีก เพราะอาหารเป็นตัวสร้างรายได้หลัก สัตว์เลี้ยงเป็นตัวดึงดูดลูกค้าเข้าร้านเท่านั้น  ไม่ได้ช่วยเพิ่มยอด
  3. ต้องมี Service Mind ไม่เหวี่ยงใส่ลูกค้า ควรพูดจาสุภาพ  ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด
  4. ควรมีหมอประจำดูแลสัตว์เลี้ยงของเรา เนื่องจากหมอจะได้รู้จักนิสัยของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว และสัตว์จะได้มีความคุ้นเคย อีกทั้งได้ทราบถึงประวัติการรักษาและการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

12821420_758044250963313_5332425941386466271_n

13124546_788466614587743_4709040345508356768_n

IMG_5369

การทำธุรกิจร้านอาหาร  ถึงแม้จะเป็นคาเฟ่ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวชูโรง  แต่เรื่องของรสชาติและการบริการควรต้องให้ความสำคัญ  ถึงแม้จะเป็นแค่เครื่องดื่มก็ต้องมีรสชาติดี  น่าสั่งมาลอง  อีกทั้งควรเพิ่มเมนูใหม่ๆ  ประเภทอาหารให้หลากหลายขึ้น  เพื่อเพิ่มรายได้หลักที่เราสามารถใช้กลยุทธ์ตั้งราคาสูงได้  เพราะอย่างไรลูกค้าตั้งใจอยากมาดูซุปตาร์ร้านเรา  ถ้าราคาสูงแต่คุ้มค่า  ลูกค้ายอมจ่ายอยู่แล้วค่ะ

IMG_5364

 


ขอขอบคุณ

ร้าน Little Zoo Café

คาเฟ่สำหรับคนรักสัตว์

โครงการสุโขทัย99   เมืองทองธานี

เปิดให้บริการทุกวัน

เวลา 10.30 – 19.00 น.

โทร. 092-448-1116


เรื่องโดย  แมวเพ้อเจ้อ

Loading Facebook Comments ...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here