เชื่อไหม? แค่ไม่ใส่ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

0
661
เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนไม่น้อย คือการโฟกัสแต่ว่า “กำไร” คือสิ่งที่ได้มาจาก “เมนูอาหารที่ขาย” เท่านั้น จึงพยายามทุ่มเทใส่ใจแต่กับเรื่องของ การคิดค้นเมนูใหม่ๆ การปรับปรุงรสชาติ พัฒนาสูตรเด็ดให้อร่อยมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรครับ เพียงแต่แค่ในความเป็นจริง ร้านอาหารจะมีกำไรเพิ่มมากขึ้นได้มากแค่ไหนนั้น ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมาก

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้บริการ การบริหารจัดการภายในร้าน การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ หรือแม้กระทั่งแต่กับเรื่อง “การล้างจาน” ที่หลายๆ คนอาจมองว่าไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงสักเท่าไรกับยอดขายและกำไรของร้าน ซึ่งเพื่อให้เพื่อนๆ ชาวธุรกิจร้านอาหารทุกคนเห็นภาพชัดเจนกันมากขึ้น วันนี้เราจะพาไปดู 4 ประเด็นสำคัญว่า เพราะอะไร “การล้างจาน” ถึงสามารถทำให้กำไรของร้านอาหารเราหดหายไปได้

1. เพราะน้ำยาล้างจานก็เป็นต้นทุน ที่ต้องมีมาตรฐานในการควบคุม

ต้นทุนคือหัวใจสำคัญที่สุดสำหรับร้านอาหาร ที่หากเราไม่สามารถควบคุมได้ดี ต่อให้ขายดีแค่ไหน กำไรก็จะไม่ขยับเพิ่มมากขึ้น เพราะถูกต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกลืนกินจนหายไป ซึ่ง “น้ำยาล้างจาน” เอง ก็ถือเป็นต้นทุนของการทำร้านอาหารด้วย และไม่ใช่ต้นทุนที่ไม่สำคัญเลย เพราะทุกวัน ร้านอาหารจำเป็นจะต้องล้างจาน แก้ว ชาม ตลอดจนอุปกรณ์ครัวจำนวนไม่น้อย

ดังนั้น หากไม่พิถีพิถันใส่ใจให้ดี ในการเลือกซื้อน้ำยาล้างจาน ในการอบรมพนักงานที่ทำหน้าที่ล้างจาน ให้มีมาตรฐานในการใช้น้ำยาล้างจานที่มีประสิทธิภาพแล้วล่ะก็ จะส่งผลทำให้ “ต้นทุนน้ำยาล้างจานสูงขึ้น” และทำให้กำไรของร้านหดหายไปได้ในที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว เรื่องต้นทุนการจัดการความสะอาดเหล่านี้แหละ ที่มักจะเป็นรูรั่วสำคัญของร้านอาหาร เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนมองข้ามไป เห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะถูกเป็น “ค่าใช้จ่ายจำเป็น” ที่ต้องใช้ทุกวันที่ต้องใส่ใจให้ดี

READ  พิซซ่า หม้ออบลมร้อน เมนูสร้างรายได้ ที่ไม่ต้องไปซื้อเฟรนซ์ไชน์

เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

2. ล้างออกยาก จานก็ยิ่งเสี่ยงแตกมาก

หลายคนอาจรู้สึกว่าก็แค่น้ำยาล้างจาน เลือกถูกๆ ไว้ดีที่สุด จะได้ไม่เปลือง แต่ในความเป็นจริงนั้น การเลือกน้ำยาล้างจานที่ไม่ใส่ใจมากพอ ก็ส่งผลต่อการเพิ่มต้นทุนภาชนะอย่างจาน ชาม แก้ว ได้โดยตรงเลย เนื่องจาก หากเลือกใช้น้ำยาล้างจานที่ล้างออกยาก พนักงานก็จะต้องล้างนาน และเสี่ยงทำให้แก้วแตกเพราะความลื่นด้วย ซึ่งยิ่งแก้วแตก จานแตกมากเท่าไร ก็เท่ากับเราต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อต้นทุนเพิ่ม กำไรที่ทำได้ก็หายไปในทันที

นอกจากนั้นแล้ว การที่น้ำยาล้างออกยาก ก็ยังส่งผลต่อการเปลืองน้ำในร้านอีกต่อหนึ่ง ทำให้กลายเป็นต้นทุนค่าน้ำของร้านเพิ่มอีก และถ้าพนักงานใช้เวลาในการล้างนานเกินไป ก็ดูจะเป็นการเสียโอกาสที่จะต้องไปทำอะไรสำคัญอย่างอื่นได้อีกด้วย ดังนั้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ถ้าเราเห็นว่าน้ำยาล้างจานเป็นเรื่องเล็กๆ ก็เท่ากับเรากำลังสร้างรอยรั่วเล็กๆ ที่ส่งผลทำให้กำไรของร้านเราค่อยๆ ซึมรั่วไหลหายไปเรื่อยๆ

 

เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

3. พลังขจัดคราบไม่ดีพอ ก็เสี่ยงต่อการถูกคอมเพลน

คราบสกปรกติดจาน คราบความไม่สะอาดติดแก้ว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือปัญหาร้ายแรงที่จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงตามมา นั่นก็คือ การถูกลูกค้าคอมเพลน เพราะเราต้องไม่ลืมว่า สำหรับร้านอาหารแล้ว ความสะอาดไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดพอๆ กับเรื่องรสชาติอาหารเลยด้วยซ้ำ ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเรา จะรู้สึกอย่างไรหากได้รับเสิร์ฟอาหารมาในภาชนะที่ยังมีคราบสกปรกติดอยู่

ทั้งนี้ ความไม่สะอาดของภาชนะนั้น ไม่ได้เกิดจากการที่พนักงานทำความสะอาดไม่เรียบร้อยอย่างเดียว แต่ยังเกิดได้เพราะตัวน้ำยาล้างจานไม่มีคุณภาพด้วย คือมีสารที่ทำให้เกิดการทิ้งคราบตกค้างเอาไว้ ดังนั้น ถ้าหากไม่อยากให้ร้านอาหารของเรา เสี่ยงต่อการถูกคอมเพลน และลูกค้าไม่กลับมาใช้บริการซ้ำ ทำให้ยอดขายตกล่ะก็ เราก็ต้องพิถีพิถันกับเรื่องน้ำยาล้างจานให้มากขึ้น

เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

4. กลิ่นคาวติดแก้ว ไม่ระวังแล้วอาจเป็นเรื่อง

เราอาจกำจัดคราบสกปรกจนหมดจดไม่เหลือตกค้างได้แล้ว แต่ก็อย่าลืมไปว่า ไม่ใช่แค่คราบเท่านั้นที่ทำให้ร้านอาหารมีปัญหาได้ แต่ “กลิ่น” เองก็ถือเป็นตัวการสำคัญเช่นกันที่จะทำให้ร้านอาหารของเราถูกลูกค้าต่อว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “กลิ่นคาวติดแก้ว” ที่มีโอกาสสัมผัสกับจมูกของลูกค้าอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเราไม่เลือกใช้น้ำยาล้างจานที่ขจัดกลิ่นได้หมดสิ้นจริงๆ แล้วล่ะก็ ความพะอืดพะอม กระอักกระอ่วนจากลิ่นคาวที่แก้วนั้น จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับลูกค้า จนอาจเลยเถิดถึงขั้นถูกนำไปเป็นประเด็นดราม่าบนโลกโซเชียลได้เลย

ซึ่งหากเรื่องไปถึงขั้นนั้นแล้วล่ะก็ อย่าว่าแต่ยอดขายหรือกำไรเลยครับ บางทีอนาคตร้านอาหารของเราก็อาจมลายหายไปด้วยเลยก็ได้ เพราะสำหรับลูกค้าที่หัวร้อนแล้ว เมื่อเจอหนึ่งเรื่องไม่ถูกใจ เขาก็จะหาเรื่องอื่นๆ ที่อาจเป็นเรื่องเล็ก นำมาขยายใหญ่ ให้เราเดือดร้อนได้มากที่สุดนั่นเอง

เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

เลือกน้ำยาล้างจานยังไง ให้ร้านอาหารมีกำไรเพิ่ม

เพราะน้ำยาล้างจาน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญอย่างมากสำหรับร้านอาหาร ที่อาจบอกได้เลยว่า “ถ้าเลือกผิด ชีวิตเปลี่ยนได้เลยในทันที” ดังนั้น การใส่ใจเลือกน้ำยาล้างจานสำหรับใช้ในร้าน จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างพิถีพิถัน ซึ่งถ้าเรอยากให้ร้านอาหารของเรา มีกำไรเพิ่มได้มากขึ้น ก็ควรเลือกน้ำยาล้างจาน ตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

1. เลือกน้ำยาล้างจานที่ได้มาตรฐาน ไม่มีสารตกค้าง อย่าคิดแต่ว่าต้องซื้อถูก เพราะบ่อยครั้งน้ำยาล้างจานที่ถูกเกินไป ก็นำความเสียหายมาให้เราได้มากกว่าที่คิด

2. น้ำยาล้างจานที่ดี ต้องขจัดคราบสกปรกออกง่าย กำจัดกลิ่นตกค้างออกหมด และสามารถล้างออกได้ไม่ยาก เพราะถ้าหากขาด 3 คุณสมบัตินี้ไป กิจกรรมล้างจานของร้านเรา จะก่อให้เกิดต้นทุนที่มากขึ้นโดยใช่เหตุ ทั้งจากการเปลืองน้ำมากขึ้น เปลืองเวลาล้างมากขึ้น แก้ว จาน ชาม แตกมากขึ้น และเสี่ยงต่อการถูกลูกค้าคอมเพลนมากขึ้น ซึ่งทุกกรณีส่งผลต่อกำไรของร้านอาหารทันที

3. น้ำยาล้างจานที่ดี ไม่ใช่ว่าต้องมีกลิ่นหอม
เพราะหากมีกลิ่นหอมติดจาน ติดแก้วมากจนเกินไป ก็จะรบกวนประสบการณ์การรับประทานอาหารของลูกค้าได้ คือถ้าจานหมอฟุ้ง ก็จะไปกลบกินหอมของอาหาร ส่วนถ้าแก้วหอมเกินไป ก็กลายเป็นทำให้ลูกค้ารู้สึกฉุนและไม่สบายจมูกได้ ดังนั้น ถ้าจะถามว่าน้ำยาล้างจานที่ดีควรมีกลิ่นยังไง คำตอบก็คือ ควรทำให้จานสะอาดหมดกลิ่น และไม่เหลือกลิ่นใดๆ ตกค้างไว้เลย ไม่ว่าจะหอม คาว หรือกลิ่นอาหาร นั่นแหละดีที่สุด

เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

READ  มุมกาแฟสด เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายให้ร้านอาหารทั่วไป

เชื่อไหม? แค่ไม่ใช้ใจเรื่องน้ำยาล้างจาน กำไรร้านอาหารก็ร่วงได้

ในภาพรวมความสำคัญของน้ำยาล้างจานนั้น ถือได้ว่าส่งผลโดยตรงต่อ “ต้นทุน” การจัดการต่างๆ ภายในร้าน ที่หากเราควบคุมได้ไม่ดีพอ ก็จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และกำไรลดลงทันที ในขณะเดียวกัน คุณภาพของน้ำยาล้างจานยังส่งผลโดยตรงต่อ “ความประทับใจของลูกค้า” ด้วย โดยเป็นเรื่องของความสะอาดและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้นแล้ว ในฐานะของผู้ประกอบการร้านอาหาร เราจึงไม่สามารถมองข้ามความสำคัญของน้ำยาล้างจานได้เลย

ซึ่งต้องใส่ใจในการเลือกใช้อย่างดีที่สุด เพื่อให้สามารถรักษา “โอกาสในการสร้างผลกำไรของร้าน” เอาไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งสำหรับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการท่านใด กำลังมองหาน้ำยาล้างจานสูตรใหม่ ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง ไม่ทิ้งกลิ่นติดแก้วติดจาน ล้างออกง่าย กำจัดคราบมัน คราบสกปรกได้ดี และมีราคาประหยัดอยู่แล้วล่ะก็ เพื่อนแท้ร้านอาหารขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์ล้างจานตรา ARO ครับ ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ผ่านนทางออนไลน์ ที่นี่เลยครับ http://bit.ly/2SQ9JKX รับรองว่าสะดวกส่งไวถึงร้าน และคุณภาพไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

Loading Facebook Comments ...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here