แก้วเป่า Vs แก้วปั๊ม แก้วแบบไหนเหมาะกับธุรกิจร้านอาหารที่สุด

0
160

ขึ้นชื่อว่า “แก้วน้ำ” แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ทำให้เจ้าของร้านอาหารตัดสินใจเลือกซื้อแก้วน้ำเข้ามาใช้ในร้านนั้น ส่วนใหญ่จะพิจารณาจาก คุณภาพ ราคา และดีไซน์ความสวยงามเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว ประเภทของแก้วน้ำที่อยู่ในท้องตลาดนั้น ยังสามารถแบ่งออกได้เป็นอีก 2 แบบหลักๆ ด้วยกัน คือ “แก้วเป่า” และ “แก้วปั๊ม” ซึ่งจะต่างกันตรงกระบวนการผลิต อันส่งผลทำให้ “คุณสมบัติของแก้วทั้ง 2 ชนิดนี้ต่างกัน” และเพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถเลือกแก้วน้ำไปใช้ในร้านได้อย่างถูกใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกันว่า “แก้วเป่า” กับ “แก้วปั๊ม” นั้น คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และร้านอาหารของเราควรเลือกใช้แก้วแบบไหนถึงจะดีที่สุด

แก้วเป่าคืออะไร?

  • แก้วเป่าหรือ Blown Glass คือแก้วที่มีกระบวนการขึ้นรูป (Forming) ด้วยวิธี Blow โดยเป็นการใช้ลมแรงดันสูงเป่าอัด “น้ำแก้ว” ที่ผ่านการหลอมแล้วให้เป็นรูปทรงตามเบ้า  โดยการขึ้นรูปด้วยการ “เป่า” นี้ จะสามารถทำให้ลำตัวแก้วมีความโค้งเว้า ฐานกว้าง คุณลักษณะเด่นของแก้วเป่า ที่สำคัญได้แก่ “เนื้อแก้วบาง โปร่งใส และมีความโค้งเว้าสวยงาม

แก้วเป่า

 

แก้วปั๊มคืออะไร?

  • แก้วปั๊มหรือ Pressed Glass คือ แก้วที่มีกระบวนการขึ้นรูป (Forming) ที่แตกต่างกันกับแก้วเป่าโดยจะขึ้นรูปด้วยวิธีที่เรียกว่า Press คือใช้เดือยอัดแก้วน้ำให้ได้รูปร่างตามแบบเบ้า วิธีการขึ้นรูปแบบปั๊มนี้ จะทำให้เราได้แก้วที่มีปากแก้วกว้าง ฐานเล็ก และสามารถผลิตแก้วได้หลายแบบ อาทิ แก้วหู ถ้วย แก้วช็อต ทั้งนี้ คุณลักษณะเด่นของแก้วปั๊ม ที่สำคัญได้แก่ “เนื้อแก้วหนา และไม่โปร่งแสงเท่ากับแก้วเป่า

แก้วยูโร

แก้วเป่า หรือ แก้วปั๊ม แก้วไหนดีกว่ากัน?

หลังจากที่ทราบกระบวนการขึ้นรูปที่แตกต่างกันไปแล้ว เราก็จะพอได้ตัวชี้วัดในการช่วยตัดสินใจว่าจะเลือกแก้วแบบไหนดี “ถ้าชอบแก้วแบบโค้งเว้า สวย ใส ก็ต้องยกให้แก้วเป่า” แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า ความเว้าสวยใสที่ต้องแลกมาด้วยความบางของเนื้อแก้วนั้น อาจเสี่ยงต่อการทำให้แก้วแตกเสียหายบ่อยได้ง่ายจนกลายเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นหรือเปล่า? ส่วนถ้าชอบ “แก้วที่เนื้อหนา ถึก ทน มีหูจับก็ได้ ” แบบนี้ก็ต้องยกให้ “แก้วปั๊ม”

ซึ่งแม้จะไม่ใสเท่า แต่ความหนาของเนื้อแก้วที่มากกว่า และดีไซน์ที่สร้างหูจับแก้วได้ ก็จะช่วยทำให้โอกาสแก้วแตกเสียหายนั้นลดน้อยลงไปได้ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับบางร้านอาหาร ถ้าคอนเซ็ปของร้านคือหรูหราไฮโซ แก้วเป่าก็ยังคงน่าจะตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าเป็นร้านอาหารระดับปกติ ที่เน้นคุณภาพการใช้งานที่เสี่ยงน้อยกว่า แก้วปั๊มก็ถือว่าตอบโจทย์มากกว่า เพราะเรื่องความใสของแก้วนั้น อาจไม่จำเป็นสักเท่าไร เพราะอย่างไรเสีย ก็ต้องบรรจุเครื่องดื่มที่หลากหลายสีลงไปอยู่ดี

ไม่ว่าจะเป็นแก้วเป่าหรือแก้วปั๊ม ต่างก็เป็นแก้วคุณภาพที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในตัว ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเลือกด้วยตัวเองว่า คุณสมบัติแก้วแบบไหนเหมาะกับสไตล์ร้านอาหารของเราที่สุด หรือในความเป็นจริงแล้ว ก็อาจจำเป็นจะต้องใช้แก้วทั้ง 2 ชนิดเลยก็ได้ โดยอาจเลือกใช้แก้วเป่าที่มีความเว้าใส กับเมนูเครื่องดื่มเกรดพรีเมี่ยมของร้าน แล้วเลือกใช้แก้วปั๊ม เป็นแก้วมาตรฐานสำหรับเครื่องดื่มทั่วไป ก็อาจเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์และเสริมสร้างความโดดเด่นในการเสิร์ฟเครื่องดื่มได้มากกว่า ซึ่งสำหรับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการท่านใด ที่กำลังมองหาแก้วคุณภาพดี ราคาเป็นมิตร และดีไซน์โดดเด่นเข้าร้านอยู่ล่ะก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนๆ ที่ต้องการ “แก้วปั๊มคุณภาพ” ที่ Lucky Glass คือโรงงานผู้ผลิตแก้วปั๊มชั้นนำอันดับต้นๆ ของประเทศ มีแบบแก้วให้เลือกครบทุกความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหาร และกำลังเพิ่มไลน์การผลิตแก้วเป่าในเร็ว ๆ นี้ มีบริการจัดส่ง และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคาผู้ประกอบการ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Lucky Glass
Tel. 0-2811-4471-2
 LINE ID.: @luckyglass,
 E-mail : [email protected]
www.luckyglass.net

Lucky Glass

Loading Facebook Comments ...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here