เคล็ดลับในการทำร้านอาหารให้ทำกำไรในช่วง COVID-19

0
เคล็ดลับในการทำร้านอาหารให้ทำกำไรในช่วง COVID-19

แม้ว่าโคโรนาไวรัสจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมร้านอาหารอย่างหนักเพียงใด แต่สถานประกอบการบางแห่งก็เจริญรุ่งเรือง ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ได้เห็นโอกาสและคว้ามันไว้

3 วิธีรักษาลูกค้าไว้ ในช่วง COVID -19

0
3 วิธีรักษาลูกค้าไว้ ในช่วง COVID -19

การเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของทุกคนเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ดีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากไม่สามารถนั่งทานอาหารที่ร้านได้ ส่งผลให้ยอดขายของร้านอาหารลดลง

สสว.-SME D Bank ขยายกลุ่มช่วยเหลือใน “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย”

0
SME D Bank

ข่าวดี!  สสว.- SME D Bank ขยายกลุ่มช่วยเหลือใน  “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย”  เปิดกว้างธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว พื้นที่ 35 จว. ยื่นกู้สินเชื่อดอกเบี้ย 1% ได้    ด่วนภายใน 31 ส.ค.นี้เท่านั้น !!

สินเชื่อ-สสว

สสว. และ SME D Bank ช่วยเหลือเอสเอ็มอีธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว ขยายกลุ่มเป้าหมายมีสิทธิ์ยื่นกู้ “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย” ดอกเบี้ย 1% ต่อปี  เปิดกว้างครอบคลุมธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยวต่างๆ  ในพื้นที่นำร่องเปิดการท่องเที่ยว และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวม 35 จังหวัด  แถมใช้เกณฑ์พิจารณาจากฐานการเสียภาษี หนุนเข้าถึงแหล่งทุนง่ายและรวดเร็ว แนะรีบแจ้งความประสงค์ภายใน ส.ค.นี้

คุณนารถนารี รัฐปัตย์

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank    กล่าวว่า จากที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ SME D Bank  ร่วมดำเนินการ “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย” วงเงิน 1,200 ล้านบาท  เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี   ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มธุรกิจโรงแรม ห้องพัก  เกสต์เฮ้าส์ และธุรกิจสปาที่ตั้งอยู่ในโรงแรม  เกสต์เฮาส์  ใน 10 จังหวัด พื้นที่นำร่องเปิดการท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ใน 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด  นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง  ลงทุน ขยายกิจกรรม ปรับปรุง ซ่อมแซม  ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ    โดยเปิดแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา  ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่าง ๆ เช่น สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย  และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เป็นต้น  ทำให้ สสว. และ SME D Bank เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนที่ผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (supply chain) กำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง  ดังนั้น จึงเปิดกว้างขยายให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว มีสิทธิ์ยื่นกู้โครงการดังกล่าว ดังนี้

  • ธุรกิจโรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮาต์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (Supply Chain) ได้แก่ ธุรกิจนำเที่ยว-ทัวร์  ธุรกิจคมนาคมขนส่ง ธุรกิจสปา และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก จำหน่ายสินค้าที่ระลึก ธุรกิจนันทนาการ และธุรกิจเพื่อความบันเทิง
  • ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร ได้แก่ เครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ขนม เบเกอรี่ เป็นต้น

โดยตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนำร่องเปิดการท่องเที่ยว และจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด   รวม 35 จังหวัด  ประกอบด้วย

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. กาญจนบุรี
  3. ชลบุรี
  4. ฉะเชิงเทรา
  5. ตาก
  6. นครปฐม
  7. นครนายก
  8. นครราชสีมา
  9. นราธิวาส
  10. นนทบุรี
  11. ปทุมธานี
  12. ประจวบคีรีขันธ์
  13. ปราจีนบุรี
  14. พระนครศรีอยุธยา
  15. เพชรบุรี
  16. ปัตตานี
  17. เพชรบูรณ์
  18. ยะลา
  19. ระยอง
  20. ราชบุรี
  21. ลพบุรี
  22. สงขลา
  23. สิงห์บุรี
  24. สมุทรปราการ
  25. สมุทรสงคราม
  26. สมุทรสาคร
  27. สระบุรี
  28. สุพรรณบุรี
  29. อ่างทอง
  30. ภูเก็ต
  31. กระบี่
  32. พังงา
  33. สุราษฎร์ธานี
  34. เชียงใหม่
  35. บุรีรัมย์

สำหรับผู้ประกอบการที่ได้เคยแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ในโครงการดังกล่าวเข้ามาแล้ว แต่ธุรกิจไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายเดิม แต่เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ปรับใหม่ ธนาคารจะนำข้อมูลกลับมาพิจารณา เพื่อพาเข้าสู่กระบวนการอำนวยสินเชื่อต่อไป ทั้งนี้ เกณฑ์การพิจารณา ยังให้สิทธิ์พิเศษเช่นเดิม  โดยดูจากแค่หลักฐานการเสียภาษีในปี 2563 หรือ 2562 ที่ผ่านมา ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น

[irp posts=”14375″ name=”DITP ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ เปิดตัว T-SAPP อบรมออนไลน์ก้าวทันสถานการณ์การค้าโลก”]

คุณสมบัติผู้ยื่นกู้  

  • ต้องเป็นสมาชิก สสว. ( กรณียังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สสว. )
  • เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มรายย่อย (Micro) และขนาดย่อม (Small) ตามนิยามของ สสว.
  • ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือเงินทุนในโครงการพลิกฟื้นฯ โครงการฟื้นฟูฯ หรือกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ
  • ต้องไม่เป็นหนี้ NPLs ไม่ถูกดำเนินคดี และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ส่วนหลักประกัน  บุคคลธรรมดา ใช้บุคคลที่น่าเชื่อถือค้ำประกัน  นิติบุคคล ใช้กรรมการผู้มีอำนาจแทนนิติบุคคลค้ำประกัน

หมายเหตุ วงเงินกู้ สำหรับบุคคลธรรมดา  พิจารณาจากการชำระภาษี ภ.ง.ด.90 ในปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่า และความเป็นเจ้าของสถานประกอบการ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท หากจำนวนเงินที่ชำระภาษี 0-10,000 บาท วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาท   , จำนวนเงินที่ชำระภาษี  10,001-20,000 บาท วงเงินกู้สูงสุด 200,000 บาท  และจำนวนเงินที่ชำระภาษีมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท

กรณีมีสถานประกอบการเป็นของตัวเองหรือบุคคลในครอบครัว ให้วงเงินเพิ่มอีกลำดับละ 50,000 บาท แต่รวมแล้วสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท   สำหรับนิติบุคคล ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในงบการเงินปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่า สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

นางสาวนารถนารี เผยด้วยว่า  ความคืบหน้าการดำเนินโครงการดังกล่าว  นับตั้งแต่เริ่มเปิดแจ้งความประสงค์จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา  มียอดแจ้งความประสงค์เข้าเกณฑ์ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า  1 ใน 3 ของวงเงินทั้งหมด  และเมื่อมีการขยายกลุ่มเป้าหมาย คาดว่า ความต้องการสินเชื่อจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

โดยการพิจารณาจะใช้กระบวนการมาก่อนมีสิทธิ์ก่อน (First Come First Serve)  กำหนดปิดรับแจ้งความประสงค์ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น หรือเมื่อเต็มวงเงิน  ดังนั้น   ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ ขอให้รีบดำเนินการแจ้งความประสงค์โดยเร็ว ก่อนที่วงเงินจะเต็ม ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

DITP ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ เปิดตัว T-SAPP อบรมออนไลน์ก้าวทันสถานการณ์การค้าโลก

0
DITP

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เปิดตัวโครงการ T-SAPP หลักสูตรอบรมออนไลน์ ตอบโจทย์ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ แนะช่องทางต่อยอดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในตลาดโลก พร้อมพัฒนากลยุทธ์ส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าให้เหมาะกับสถานการณ์การค้าปัจจุบัน

นายสมเด็จ  สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการค้าและจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างประเทศในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ที่มุ่งเน้น “ตลาดนำการผลิต”

นายสมเด็จ  สุสมบูรณ์

“สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงได้จัด โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปสู่ตลาดโลก หรือ Thai SELECT Apprentices Program (T-SAPP) ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อบ่มเพาะและอบรมเชิงปฏิบัติการในเชิงลึกแก่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพ ให้เกิดการจัดทำแผนกลยุทธ์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปของบริษัท และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการนำอาหารไทยมาพัฒนาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารและขยายสู่การส่งออก รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากที่มีศักยภาพและต้องการขยายธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการสินค้า OTOP ผู้ประกอบการสินค้าประเภท Street Food หรือเจ้าของร้านอาหารที่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของตนเอง ซึ่งอาจยังไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่างๆ

[irp posts=”14361″ name=”“โออิชิ” ลุยโมเดลร้านอาหารเคลื่อนที่ ปล่อยคาราวาน “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” ประชิดลูกค้านักกิน ช่วงล็อกดาวน์”]

ดังนั้น โครงการ Thai SELECT Apprentices Program (T-SAPP) ในรูปแบบออนไลน์จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ในการพัฒนาความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในด้านการตลาดระหว่างประเทศ การสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Training & Workshop) และการใช้คำปรึกษาในเชิงลึก (Coaching) รวมถึงการปฏิบัติจริง ล้วนมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน”

Product

สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 52 ราย โดยหลังจากนี้จะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ และการให้คำปรึกษาเชิงลึกรายบริษัทจากผู้เชี่ยวชาญ นำโดยนายสมชนะ กังวารจิตต์ ผู้ก่อตั้ง Prompt Design ซึ่งเป็นผู้ที่คว้ารางวัลด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์จากเวทีการประกวด ชั้นนําในระดับนานาชาติถึง 86 รางวัล และ ดร.ปรเมษฐ์  ชุ่มยิ้ม ที่ปรึกษาอาวุโสเมืองนวัตกรรมอาหาร ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมอาหารและเชี่ยวชาญด้านโมเดลธุรกิจ

จากนั้นในเดือนกันยายนจะได้ร่วมเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าเสมือนจริง THAIFEX-Virtual Trade Show  ผ่านแพลตฟอร์ม THAIFEX – Virtual Trade Show (www.thaifex-vts.com) เพื่อให้ผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปได้มีประสบการณ์ในการเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารในระดับนานาชาติ รวมถึงศึกษาแนวโน้มสินค้าอาหารในปัจจุบัน

ผู้ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้เพิ่มพูนความรู้ทางด้านการตลาด โดยเฉพาะการตลาดระหว่างประเทศ ในอันที่จะเตรียมความพร้อม รวมถึงพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตระหว่างประเทศ

“โออิชิ” ลุยโมเดลร้านอาหารเคลื่อนที่ ปล่อยคาราวาน “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” ประชิดลูกค้านักกิน ช่วงล็อกดาวน์

0
โออิชิ

“โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น เดินหน้าสร้างโอกาส (ในวิกฤต) เอาจริงโมเดลใหม่ “ร้านอาหารเคลื่อนที่” พร้อมเปิดตัวคาราวาน “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” (OISHI Food Truck) นำเสนอสินค้าและอาหารญี่ปุ่น คุณภาพ สดใหม่ ราคาย่อมเยา ประชิดลูกค้านักกิน ช่วงล็อกดาวน์

บรรยากาศการใช้บริการ โออิชิ ฟู้ด ทรัค

นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจร้านอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการแพร่ระบาดและมาตรการเชิงป้องกันที่เข้มข้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีสาขาอยู่ในห้างฯ อย่างมาก ซึ่งข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ  ทำให้ผู้บริโภคอาจไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการอย่างเต็มที่ เรา (โออิชิ) จึงต้องเร่งปรับแผน เพื่อตอบสนองและอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้เช่นเดิม

01_ไพศาล อ่าวสถาพร (OISHI)

“ซึ่งที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางขายแบบซื้อกลับบ้าน (Take Home) และจัดส่ง (Delivery) มากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็มีการปรับรูปแบบร้านให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางการตลาดในปัจจุบัน โดยเน้นเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว ผ่านการเปิดตัวและขยายธุรกิจสู่ร้านอาหารประเภท ฟู้ด ทรัค หรือรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ ภายใต้ “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” มากขึ้นเช่นเดียวกัน”

โออิชิ ฟู้ด ทรัค ดีไซน์ใหม่

Revise_Oishi_FoodTruck_Design_Truck_1

สำหรับ “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” นั้นบรรทุกความอร่อยจากแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ มาเต็มคันรถ พร้อมให้บริการทั้งแบบซื้อกลับบ้านและจัดส่งหรือเดลิเวอรี่ครบครันกับสินค้าและอาหารญี่ปุ่น คุณภาพ สดใหม่ ราคาย่อมเยา มีให้เลือกตั้งแต่ เมนูกลุ่มเบนโตะ (ข้าวกล่องญี่ปุ่น) : ยากิโทริ เทอริยากิ เบนโตะ เซ็ต, บูตะ สตะมินะ เบนโตะ เซ็ต, และ แซลมอน เบนโตะ เซ็ต เมนูกลุ่มดงบุริ (ข้าวหน้าญี่ปุ่น) : ข้าวหน้าหมูเกาหลี, ข้าวหน้าไก่ย่างซีอิ๊ว, และ ข่าวหน้าปลากซาบะ ไปจนถึง เมนูกลุ่มอาหารว่างและของทานเล่น ราคาเริ่มต้น 69 บาท (สำหรับเมนู เกี๊ยวซ่าทอด) เป็นต้น

07_ตัวอย่างเมนูอาหาร โออิชิ ฟู้ด ทรัค (อาจแตกต่างกันในบางสาขา)

[irp posts=”14375″ name=”DITP ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ เปิดตัว T-SAPP อบรมออนไลน์ก้าวทันสถานการณ์การค้าโลก”]

โดยเบื้องต้นกำหนดจุดจอดประจำ และให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันหรือปั๊ม (ซึ่งเป็นแหล่งที่มีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ประจำที่ (1) ปตท. ปัญญาอินทรา – เขตคันนายาว, (2) ปตท. เอนเนอร์ยี่ พาร์ค – เขตตลิ่งชัน, (3) ปตท. แยกหาดจอมเทียน – ชลบุรี (4) ปตท. คลองหลวง คลอง 1 – ปทุมธานี, (5) ปตท. แพรกษา – สมุทรปราการ และ (6) จุดพักรถ พอร์โต โก บางปะอิน – พระนครศรีอยุธยา พร้อมมีแผนเพิ่มจำนวนและขยายพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง เช่น (7) ปั๊มน้ำมันบางจาก บายพาส (ขาเข้ากรุงเทพฯ) – ชลบุรี และพื้นที่อื่น ๆ ภายในเร็ว ๆ นี้ต่อไป

คาราวาน โออิชิ ฟู้ด ทรัค

ทั้งนี้ “รถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” คันแรกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2563 (ซึ่งเป็นรถคันต้นแบบที่ตกแต่งแบบจัดเต็ม) พร้อมมีอาหารญี่ปุ่นเมนูยอดนิยมไว้บริการ เน้นเมนูซื้อกลับบ้าน รับประทานสะดวก  แต่คันนี้จะหมุนเวียนเปลี่ยนจุดที่ตั้งไปเรื่อย ๆ ไม่เหมือนคันอื่น ๆ เช่น วันที่ 16 – 22 สิงหาคม 2564 จอดให้บริการที่ ปตท. บ้านโพธิ์ และวันที่ 23 สิงหาคม 2564 – 25 กันยายน 2564 จอดให้บริการที่ ปตท. สำรวยบริการ 2 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะที่การลงทุนขยายและเพิ่มหน่วยรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ฯ นั้นจะเป็นการเพิ่มอัตราส่วนของรายได้และฐานลูกค้ามากขึ้น”

คาราวาน โออิชิ ฟู้ด ทรัค

อย่างไรก็ดี การปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โมเดล “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” นี้จะไม่เป็นเพียงสีสันในการทำตลาดเท่านั้น แต่ชูเป็นกลยุทธ์หลักในการขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการ ในเวลาที่ร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เพื่อสร้างโอกาสในช่วงล็อกดาวน์

ไฮไลต์กลยุทธ์ โออิชิ ฟู้ด ทรัค 3Fs

  • Fast สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย
  • Flexible ยืดหยุ่น และเคลื่อนย้ายได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
  • Fullfill เติมเต็มในส่วนที่ขาด แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย หรือพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง

3 ร้านอาหารเจ้าดังกับแนวทางการรับมือโควิด-19

0
3 ร้านอาหารเจ้าดัง

เชื่อว่า มี ร้านอาหาร หลายร้าน ที่เผชิญปัญหาแบบเดียวกัน นั่นคือ รายได้ลดลง ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยน แก้ปัญหาให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19 ก็อาจส่งผลให้ ร้านอาหาร ถูกปิดตัวลงในที่สุด ซึ่งในบทความนี้ ได้รวบรวมแนวทางการรับมือโควิด-19 จาก ร้านอาหาร ร้านดัง ดังนี้

1.iBerry Group

ก่อนจะมาเป็น iBerry Group นั้น คุณอัจฉรา บุรารักษ์ หรือ คุณปลา เจ้าของ iBerry Group ได้เริ่มจากการเปิดร้านไอศกรีมโฮมเมด  โดยใช้ชื่อว่า iBerry เมื่อธุรกิจเติบโต คุณปลาเล็งเห็นว่า การที่มีเพียงร้านไอศกรีมอย่างเดียว อาจเสี่ยงเกินไป เลยคิดที่จะสร้างแบรนด์อื่นอย่างร้านอาหารขึ้นมา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงนั้น

ปัจจุบัน คุณปลาได้คิดแบรนด์ร้านอาหารจำนวนมาก ได้แก่ รสนิยม, กับข้าวกับปลา,  โรงสีโภชนา, ฟ้าประทาน, เจริญแกง, Crying Tiger, รวมถึงร้านกาแฟ iBERISTA และนี่จึงเป็นที่มาของ iberry Group แต่เมื่อเข้าสู่ยุคโควิด-19 ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป รายได้จากเดิมลดลง ลูกค้าเข้าร้านน้อย มีการเลือกทานอาหารที่บ้านมากขึ้น ทำให้ร้านอาหารต้องมีการปรับตัว เพื่อความอยู่รอด

คุณปลาจึงเริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถทานคนเดียวได้ในราคาที่ย่อมเยา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับเดลิเวอรี่มากขึ้น มีการสร้างแบรนด์ใหม่ใช้ชื่อว่า รวมมิตร คลาวด์คิทเช่น จุดประสงค์ออกแบบมาเพื่อเดลิเวอรี่โดยเฉพาะ

ซึ่งในรวมมิตร คลาวด์คิทเช่น ประกอบไปด้วย เจริญแกง, ฟ้าประทาน, และโรงสีโภชนา อีกทั้ง มีการทำอาหารแบบ Ready to Eat ธุรกิจที่เป็นการผลิตอาหารแบบสายพาน หรือ Mass Production อย่างการนำเข้าไปขายใน 7-Eleven โดยเริ่มจากมองหาสิ่งที่ไม่มีขายใน 7-Eleven

สุดท้าย คุณปลาตัดสินใจเลือกเป็นเมนูเนื้อ ได้แก่ กระเพราเนื้อโคขุน, แกงเขียวหวานเนื้อ, และพะแนงเนื้อ ภายใต้แบรนด์รสนิยม เหตุผลที่เลือกเนื้อ เพราะหาทานยาก และยังไม่มีขายใน 7-Eleven นั่นเอง

หมายเหตุ Ready to Eat คือ อาหารสำเร็จรูป อาหารกล่องปรุงสุก พร้อมรับประทานในรูปแบบแช่แข็ง

2.After You

เชื่อว่า หลายคนต้องยกให้ After You เป็นร้านขนมหวานในดวงใจอย่างแน่นอน ด้วยความหลากหลายของเมนู กลิ่นหอมที่ยั่วยวนชวนทาน และรสชาติที่แสนอร่อย ทำให้หลายคนต้องกลับมาซื้อซ้ำ แต่เนื่องจากต้องเผชิญวิกฤตโควิด-19 ทำให้รายได้จากเดิมลดลงอย่างมาก ผู้คนเลือกทานที่บ้านมากกว่าทานในร้าน แม้ว่า After You จะขายขนม แต่หลัก ๆ แล้ว After You ต้องการขายบรรยากาศและการบริการ

คุณแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU จึงได้เกิดคำถามว่า ทำอย่างไรล่ะ ให้  After You สามารถสร้างรายได้ได้ต่อ เขาจึงเริ่มทำ Marketplace การทำ  Marketplace นั้น นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงแล้ว ยังดูแลง่ายอีกด้วย เพราะมีระยะเวลาการเก็บรักษาที่นาน

ถ้าถามว่า Marketplace สำคัญกับลูกค้าอย่างไร หากลูกค้าไม่สบายใจที่จะนั่งทานในร้าน Marketplace ตอบโจทย์อย่างมาก อย่าง Santa’s chocolate chip cookie คุณสามารถอบขนมเองด้วยไมโครเวฟที่บ้านได้ใน 1 นาที หรือ pancake mix ที่คุณสามารถทำแพนเค้กทานได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เป็นต้น

และด้วยความที่ After You มีการขายกาแฟมาอยู่แล้ว เขาจึงเริ่มปั้นแบรนด์ Mikka อย่างจริงจัง เพื่อชูจุดเด่นความอร่อยของกาแฟ ตอนนี้มีการเปิดแฟรนไชส์แล้ว 50 สาขา และในปีนี้ เขาตั้งเป้าหมายจะเปิดแฟรนไชส์ให้ได้ 100 สาขา

นอกจากนี้ เขาได้ขยายสาขา  After You ที่ฮ่องกงแต่เป็นแบบชั่วคราว ต้อนรับคริสต์มาส คาดว่า ไม่เกินกลางปีนี้จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้ง ได้มีการเปิดตัวแอปพลิเคชัน เพื่อสร้าง Engagement ให้กับผู้บริโภค โดยในแอปพลิเคชัน จะบอกเกี่ยวกับสาขาของ After You, เวลาเปิด-ปิด, การจองคิว, จำนวนคิวแต่ละสาขา, บริการสั่งออเดอร์ล่วงหน้า, การชำระเงิน, รวมถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น

[irp posts=”1269″ name=”3 วิธีลดความเสี่ยงที่ทำให้ร้านอาหารขาดทุน”]

3.S&P

S&P เป็นร้านอาหารและเบเกอรี่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน เรามักจะเห็นตามห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล แต่พอเข้าสู่ยุคโควิด-19 ทำให้  S&P ถูกปิดมากถึง 180 แห่ง รายได้ลดลงจนน่าตกใจ ส่วนการรับมือของ S&P  นั้น บอกเลยว่า ไม่ธรรมดา

หลังจากที่มีการปิดตัวลงตามที่กล่าวมา ทางเจ้าของร้านได้แก้ปัญหาโดยการย้ายพนักงานไปยังสาขาร้านที่ยังเปิดให้บริการอยู่ จากนั้น ขยายรัศมีการส่ง จากเดิมที่ส่งไม่เกิน 10 กิโลเมตร ได้เพิ่มระยะทางเป็น 15 กิโลเมตร ปรากฏว่า ได้ผลดีเลยทีเดียว รายได้ได้กลับคืนมา 100 % แต่อาจจะใช้ระยะเวลาส่งนานกว่าเดิม แต่ก็ถือคุ้มค่า นอกจากนี้ ได้มีการหาพื้นที่เช่าร้านหรือโรงแรมขนาดเล็กที่เคยรับนักท่องเที่ยวจีน เพื่อลดความหนาแน่นของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ

และทางเจ้าของร้านได้วางแผนรับมือไว้อีก 3 กลยุทธ์ โดยจะเพิ่มรูปแบบร้าน S&P Marketplace ในร้านอาหารและเบเกอรี่ที่เปิดอยู่ 300 แห่ง ให้มีการขายสินค้าพิเศษ, สินค้ายกลัง, โดยเปิดบนช่องทางออนไลน์ หรือในเว็บไซต์ S&P 1344 ด้วย ลูกค้าสามารถสั่งได้ ไม่ต้องไปที่หน้าร้าน และเตรียมเร่งเปิดร้านเดลต้า โดยใช้คอนเซ็ปต์บริการเดลิเวอรี่และ take away อีก 31 แห่ง

ธุรกิจอาหารออนไลน์ ที่น่าขายในยุคโควิด!

0
ธุรกิจอาหารออนไลน์

ปัจจุบัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกสั่ง อาหารออนไลน์ กันมากขึ้น นอกจากจะสะดวก  และช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังลดความเสี่ยงการรับเชื้อโควิด-19 ได้อีกด้วย

และนี่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับแม่ค้าอย่างเรา เพราะจะเป็นช่องทางการสร้างรายได้ได้ดีเลย  สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ อาหารออนไลน์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไร บทความนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

1.น้ำพริก

น้ำพริกทานคู่กับอะไรก็อร่อย ทานง่าย เก็บได้นาน มีหรือที่ลูกค้าจะไม่สนใจ คุณอาจจะเลือกขายน้ำพริกผัด, น้ำพริกนรกแมงดา, น้ำพริกเผามันกุ้ง, น้ำพริกกุ้งเสียบ, น้ำพริกกากหมู หรืออาจจะดัดแปลงให้ดูแปลกใหม่มากขึ้น เช่น น้ำพริกปลาแซลมอน เป็นต้น การทำน้ำพริกขาย นอกจากคุณจะขายได้กำไรแล้ว คุณไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำวันต่อวันให้เหนื่อยอีกด้วย

2.ผลไม้สด

ผลไม้สด ขายดีไม่แพ้น้ำพริกเลย เพราะเป็นสิ่งที่ขายได้ตลอดทั้งปี คุณอาจจะขายผลไม้ตามฤดู หรือในเทศกาลสำคัญอย่างเช่น วันแม่ คุณอาจจะจัดกระเช้าผลไม้เก๋ ๆ สำหรับวันแม่ในราคาที่เอื้อมถึง  พร้อมมีการ์ดอวยพร เท่านี้คุณก็สามารถเรียกลูกค้าได้แล้ว

แต่การจะขายผลไม้สดออนไลน์นั้น คุณต้องคำนึงเรื่องการขนส่งด้วย ถ้าส่งต่างจังหวัด คุณอาจจะส่งโดยรถแช่เย็น หรือถ้าภายในจังหวัด อาจจะใช้บริการเดลิเวอรี่วันเดียวถึง เพื่อรักษาคุณภาพของผลไม้ และที่สำคัญผลไม้ต้องสดจริง ๆ ตามที่กล่าว ไม่จกตาผู้บริโภค

[irp posts=”14431″ name=”3 ร้านอาหารเจ้าดังกับแนวทางการรับมือโควิด-19″]

3.อาหารคลีน

ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ มักจะซื้อวัตถุดิบมาทำทานเองที่บ้าน แต่ในช่วงนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป อาหารคลีนก็หาซื้อทานได้ยาก จะให้ออกไปซื้อวัตถุดิบแบบเดิมก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ซึ่งนี่ถือเป็นข้อดีหากคุณเลือกขายอาหารคลีน เหตุผลเพราะว่าความต้องการในตลาดสูงและกลุ่มเป้าหมายเยอะ

4.เบเกอรี่

เบเกอรี่ ไม่ว่าจะเทศกาลสำคัญหรือวันธรรมดา เบเกอรี่ก็ยังคงขายได้อยู่เสมอ ยกตัวอย่าง เค้ก ถ้าจะให้ผู้บริโภคออกไปเลือกเค้กในสถานการณ์แบบนี้ ก็คงยาก เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยง ถ้าคุณทำเค้กขายเอง อาจจะให้คนในครอบครัวลองชิมก่อน ถ้ารสชาติโอเคแล้ว ก็เปิดรับออเดอร์รัว ๆ ได้เลย แต่ในช่วงแรก ควรรับออเดอร์เท่าที่คุณทำไหวก่อน และที่สำคัญ ต้องระวังในเรื่องการขนส่งด้วย

3 ขั้นตอนในการตรวจสอบ ว่าร้านอาหารของคุณพร้อมสำหรับ Delivery หรือยัง

0
3 ขั้นตอนในการตรวจสอบ ว่าร้านอาหารของคุณพร้อมสำหรับ Delivery หรือยัง

ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ เชื่อว่าการทำ Delivery นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญกับร้านอาหารมากพอสมควร การทำ Delivery เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มยอดขาย

เนสท์เล่และสตาร์บัคส์ เตรียมเปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มในปี 2022

0
เนสท์เล่และสตาร์บัคส์

เนสท์เล่และสตาร์บัคส์ คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ในการนำผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มของสตาร์บัคส์ (Ready-to-Drink) สู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย และละตินอเมริกาภายในปี 2022

โดยในขั้นต้น จะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด เช่น Starbucks Frappuccino และ Starbucks Doubleshot ซึ่งจะเปิดตัวในหลากหลายช่องทาง รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์

David Rennie หัวหน้าฝ่าย Coffee Brands ของเนสท์เล่ กล่าวว่า “ด้วยแผนการขยายธุรกิจกาแฟแบบ Ready-to-Drink เนสท์เล่จะยังคงสร้างความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านกาแฟ และโอกาสการเติบโตใหม่ๆในกลุ่มที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่ที่ยังอายุน้อย ยิ่งไปกว่านั้น การได้เป็นพันธมิตรกับสตาร์บัคส์ ก็เป็นการยืนยันตำแหน่งผู้นำในธุรกิจกาแฟระดับโลกของเนสท์เล่อีกด้วย”

การดำเนินการของสตาร์บัคส์ยังคงเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อขยายขอบเขตการเข้าถึงของแบรนด์ไปทั่วโลก ดังนั้น การได้เนสท์เล่เป็นพันธมิตรร่วมจะช่วยให้การพัฒนาและนำเสนอเครื่องดื่มกาแฟเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด คงต้องมาดูกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทั้งสองวางไว้อีกที

 

Resource : https://www.foodmag.com.au/

ยอดขาย McDonald’s พุ่งกระฉูด จากการลงทุนด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล

0
ยอดขาย McDonald's พุ่งกระฉูด จากการลงทุนด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล

จากรายงานของ Christopher J. Kempczinski ประธานผู้บริหาร McDonald’s Corp. พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 ยอดขายดิจิทัลทั้งระบบในตลาด 6 อันดับแรกอยู่ที่เกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ซึ่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา McDonald’s ยังได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน MyMcDonald’s Rewards และโปรแกรมความภักดีในสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ใช้มากกว่า 22 ล้านคนลงชื่อเข้าใช้ และมากกว่า 12 ล้านคนได้ลงทะเบียนในโปรแกรมความภักดีตามข้อมูลของบริษัท

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางของลูกค้าดิจิทัล ในขณะเดียวกัน McDonald’s ก็สร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและราบรื่นยิ่งขึ้น ทำให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง

แรงหนุนจากการเติบโตของการส่งมอบและแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนเมนูและโปรแกรมการตลาดที่แข็งแกร่ง ทำให้ McDonald’s ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและเร่งความเร็วขึ้นแม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตก็ตาม

 

Resource : https://www.foodbusinessnews.net/

เมื่อการลงทุนในเทคโนโลยีด้านอาหาร มุ่งเป้าไปที่ความปลอดภัย, ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน

0
เมื่อการลงทุนในเทคโนโลยีด้านอาหาร

แนวโน้มการลงทุนด้านเทคโนโลยีอาหารโดยรวมของปีนี้ได้รับเงินทุนเพื่อสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยั่งยืนมากขึ้น โดยอิงจากบทเรียนที่ได้รับในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 รวมทั้งปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอื่นๆ ได้แก่ ปัญหาเศษอาหารและการขาดแคลนแรงงาน

State Of Food Tech Q2’21 จาก CB Insights รายงานว่า หลังจากสร้างสถิติการลงทุนด้านเทคโนโลยีอาหารทั่วโลกที่ 13.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2021 แต่ในไตรมาสที่ 2 ลดลงเหลือ 8.9 พันล้านดอลลาร์ โดยมีจำนวนดีลเพิ่มขึ้นจาก 369 เป็น 409 โดยรายงานได้ระบุ 5 แนวโน้มในส่วนของเทคโนโลยีด้านอาหาร ได้แก่

  1. อาหารและเครื่องดื่ม มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในส่วนผสมโปรตีนทดแทน, ไข่ และนม รวมทั้งเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มชูกำลัง
  2. เทคโนโลยีการเกษตร ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการทำฟาร์มแนวตั้ง และการเพาะเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ยามขาดแคลน
  3. เทคโนโลยีด้านแอลกอฮอล์ ด้วยความนิยมของเบียร์และสุราปลอดแอลกอฮอล์ในหมู่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ นำไปสู่การระดมทุนสำหรับบริษัทเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์หลายแห่งในไตรมาสที่ 2
  4. เทคโนโลยีร้านอาหาร เน้นใช้เงินทุนเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
  5. บริการจัดส่งอาหารและเครื่องดื่ม ได้รับจำนวนรอบและเงินทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งแรกของปี โดย 2 กลุ่มที่ดึงดูดการลงทุน ได้แก่ แพลตฟอร์มการจัดส่งจากครัวของเชฟเอง และร้านสะดวกซื้อที่มีบริการจัดส่ง

แนวโน้มการลงทุนเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ปัจจุบันและความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความปลอดภัย, สุขภาพ, สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับความต้องการกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการดึงดูดการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Resource : https://foodindustryexecutive.com/

นวัตกรรมใหม่สำหรับบรรจุภัณฑ์กาแฟแคปซูล

0
นวัตกรรมใหม่สำหรับบรรจุภัณฑ์กาแฟแคปซูล

ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง กาแฟแคปซูล แบบเสิร์ฟครั้งเดียวจึงกลายเป็นรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทุกคนต้องพกติดตัว ทำให้ตลาด กาแฟแคปซูล ทั่วโลกเติบโตขึ้นจาก 8,327 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 เป็น 14,062 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2021 ซึ่ง CAGR เติบโตที่ 7.0%

กาแฟแคปซูล หมายถึง กาแฟที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์พลาสติกหรืออลูมิเนียมแบบสุญญากาศแทนกระดาษกรอง ข้อดีคือ การบรรจุแบบสุญญากาศช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้สารภายนอก เช่น ออกซิเจน ความชื้น และความร้อนเข้ามา ใช้งานง่ายและคงความสดของกาแฟได้นานขึ้น โดยปกติแล้วจะได้รับการออกแบบให้ใช้กับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งและไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับระบบอื่นได้ เช่น Java, joe, mud, decaf, brew ซึ่งกาแฟเป็นที่นิยมในระดับสากล โดยชาวอเมริกัน 64% ดื่มกาแฟรวมประมาณ 400 ล้านถ้วยต่อวัน

ปัจจุบันมีการเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันในการผลิตบรรจุภัณฑ์และแผนการรีไซเคิลที่ช่วยให้ผู้บริโภคแสวงหาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นสำหรับกาแฟแคปซูล โดยมีทั้งแบบพลาสติก, อลูมิเนียม ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ และที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้คือ ไม้ไผ่

สงครามระหว่างตัวเลือกวัสดุที่นำมาผลิตแคปซูลยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ใดจะออกแบบมาได้เข้าใจและตรงใจผู้บริโภคมากที่สุดเท่านั้นเอง

 

Resource : https://www.packagingdigest.com/

เทคนิคคงความอร่อยของอาหารแม้ส่งผ่าน Delivery

0
เทคนิคคงความอร่อยของอาหารแม้ส่งผ่าน Delivery

ในสถานการณ์ตอนนี้ เริ่มเข้าสู่การล็อคดาวน์ และหนึ่งในมาตรการนั้นก็คือ การห้ามนั่งทานอาหารที่ร้านอาหาร ส่งผลให้การสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ต่าง ๆ เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ปัญหาส่วนมากที่พบก็คือ รับประทานอาหารที่บ้านำไม่อร่อยเหมือนทานที่ร้าน วันนี้เราเลยมีเทคนิคงความอร่อยของอาหารแม้ส่งผ่าน Delivery มาแบ่งปันกัน

1.แยกวัตถุดิบเสมอ

การแยกวัตถุดิบเป็นการคงสภาพหน้าตาของอาหารไว้ เนื่องจากร้านส่วนใหญ่ถูกคอมเพลน เพราะกว่าอาหารจะไปถึงหน้าตาของอาหารก็เละแล้ว หรือในบางกรณีอาหารก็หกออกจากกล่อง เราจึงต้องทำการแยกวัตถุดิบ อย่างเช่น ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว อาจจะแยกกะเพราหมูสับออกจากข้าว มัดใส่ถุงไว้แล้วค่อยแพ็คใส่กล่องรวมไปกับข้าวและไข่ดาว

และถ้าหากเป็นน้ำ อย่างชานมไข่มุกให้แยกน้ำกับน้ำแข็งเพื่อคงรสชาติ เพราะถ้าหากใส่รวมกัน กว่าจะไปถึงมือลูกค้า น้ำแข็งก็อาจละลายหมดทำให้ชานมมีรสชาติจืดไม่เข้มข้น หรือถ้าไม่แยกน้ำ ก็อาจหกระหว่างทางได้

2.คิดเมนูใหม่สำหรับส่ง Delivery โดยเฉพาะ

เมนูอาหารบางอย่าง ก็ไม่เหมาะกับการส่ง Delivery เนื่องจากไม่สามารถคงความอร่อยเหมือนที่ทานที่ร้านได้จริง ๆ อย่างเช่น ไก่ทอด หมูทอด พิซซ่า ลองนึกภาพดูว่า การทอด การอบร้อน ๆ เสร็จแล้วนำมาลงกล่อง เพื่อส่ง Delivery ไอความร้อนก็ระเหยกลายเป็นไอน้ำ กว่าอาหารจะมาถึงเราก็ไม่สามารถคงความกรอบให้เราได้แล้ว  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ ถ้าอยากจะขายเมนูนี้จริง ๆ อาจจะต้องปรับสูตร เช่นการเปลี่ยนแป้งที่ใช้ทอดเพื่อคงความกรอบไว้ หรือการเจาะรูที่กล่อง เพื่อให้ไอน้ำได้ระเหยออกไปนั่นเอง

[irp posts=”13755″ name=”อาหารเดลิเวอรี่ตั้งราคาพรีเมี่ยมอย่างไร ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า”]

3.เลือก Package ที่เหมาะสม

Package เรียกได้ว่าเป็นอีกอย่างที่สำคัญ เพราะบางร้านทำเมนูเดียวกัน แต่พอส่งผ่าน Delivery สภาพที่ไปถึงลูกค้ากลับไม่เหมือนกัน อย่างเช่นกล่องโฟม กล่องโฟมต่อให้ปิดกล่องแล้วก็ยังจะมีช่องเล็ก ๆ ที่อาจทำให้อาหารเล็ดลอดออกจากกล่องได้ เราอาจเปลี่ยน Package ตรงนั้นมาเป็นกล่อง อาจเป็นกล่องรักษ์โลก ที่มีฝาปิดสนิท เพื่อคงสภาพอาหารไว้ได้ 100%

นอกจากเทคนิคขั้นต้นแล้ว อีกหนึ่งเทคนิคเล็ก ๆ ที่น่ารักก็คือ การเพิ่มโน๊ตให้กับลูกค้า เช่น เพิ่มความอร่อยด้วยการเขย่าก่อนดื่ม , อุ่นสักหน่อยอร่อยแน่ , กินให้หมดใน 3 วัน ถ้านานกว่านั้นจะไม่อร่อย เป็นต้น การเพิ่มโน๊ตแบบนี้ นอกจากจะเป็นการเอาใจใส่ลูกค้า ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกดีและอยากกลับมาใช้บริการเราซ้ำอีกก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมนำเทคนิคคงความอร่อยของอาหารแม้ส่งผ่าน Delivery ไปใช้กันนะ

Nissin Foods เปิดตัวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบคัพรสชาติใหม่ Limited-Edition

0
Nissin Foods

หลังจาก 50 ปีของนวัตกรรมเส้นก๋วยเตี๋ยว บริษัทอาหารญี่ปุ่น Nissin Foods ได้เปิดตัวรสชาติใหม่ “Pumpkin Spice” รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งรสชาติของ Pumpkin Spice นั้นจะ “จัดจ้าน” มากกว่ารสชาติดั้งเดิม และจะมีเครื่องปรุงรสฟักทองผสมกับรสชาติหวาน เผ็ด และเครื่องเทศ ให้ในคัพ สะดวกและรวดเร็ว เพียงเติมน้ำเล็กน้อยและเวฟแค่ 4 นาที

Jaclyn Park รองประธานฝ่ายการตลาดของ Nissin Foods USA กล่าวว่า “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ Cup Noodles และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดตัวรสชาติแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นเป็นครั้งแรก ซึ่งจะต้องสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน”

Nissin Cup Noodles รสชาติ Pumpkin Spice จะวางจำหน่ายเฉพาะในร้าน Walmart ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

 

Resource : https://www.foodbev.com/

Yum! กระตุ้นยอดขายด้วยการเพิ่มเมนูใหม่

0
Yum! กระตุ้นยอดขายด้วยการเพิ่มเมนูใหม่

เมื่อเมนูใหม่ของ KFC, Pizza Hut และ Taco Bell สามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจใน Yum! Brands, Inc. เพิ่มมากขึ้นในไตรมาสที่ 2 โดยการเพิ่มใหม่พร้อมกับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านดิจิทัลช่วยเพิ่มรายได้ให้ Yum! เหนือระดับก่อนเกิดโรคระบาด

David Gibbs ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมกับ นักวิเคราะห์ Taco Bell ว่า “จุดแข็งของ KFC คือแซนวิชไก่ตัวใหม่ ในขณะที่พิซซ่าสไตล์ดีทรอยด์, Edge Pizza และไส้กรอกที่ทำมาจากพืชจาก Beyond Meat เป็นเมนูกระตุ้นผู้บริโภคของ Pizza Hut และเริ่มต้นไตรมาสด้วยการกลับมาของ Quesalupa ของ Taco Bell ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Cravings Box มูลค่า 5 ดอลลาร์ ตามด้วยการเปิดตัว Naked Chicken Chalupa อีกครั้ง

ยอดขายระบบทั่วโลกไม่รวมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้น 26% โดยที่ KFC อยู่ที่ 35%, Taco Bell ที่ 24% และ Pizza Hut ที่ 10% ส่วนยอดขายสาขาเดิมทั่วโลกเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และ 4% ในไตรมาสที่ 2

แม้ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ความสำคัญของโอกาสนอกสถานที่ยังคงเป็นความสำคัญสูงสุดสำหรับบริษัท โดยยอดขายดิจิทัลมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 35% จากระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งการลงทุนทางดิจิทัลล่าสุดรวมถึงแอปฝึกสอนอัจฉริยะภายในร้านสำหรับร้าน Pizza Hut และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ KFC ที่สร้างขึ้นภายใน นอกจากนี้ บริษัทยังได้ตกลงซื้อกิจการ Dragontail Technologies ซึ่งเป็นบริษัทเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมอาหารที่ทำให้ขั้นตอนในครัว, พนักงานจัดส่ง และติดตามคำสั่งซื้อของลูกค้าโดยอัตโนมัติ

และเมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้น แน่นอนการกำหนดราคาย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ซึ่ง Yum! มั่นใจในแบรนด์ที่มีอำนาจในการกำหนดราคาที่แข็งแกร่ง พวกเขาใช้การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า เพื่อไม่ให้ล้ำหน้าผู้บริโภคมากเกินไป และฉลาดพอที่จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆอยู่เสมอ

 

Resource : https://www.foodbusinessnews.net/