สั่งอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยไร้โควิด

0
สั่งอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยไร้โควิด

เชื้อโควิดสามารถติดบนภาชนะได้ ไม่ว่าจะเป็นกล่องข้าว แก้วน้ำ ถุงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น เราต้องเข้มงวดมากขึ้นในการ สั่งอาหาร ผ่านบริการ Delivery ทุกครั้ง ต้องทำความสะอาดและเพิ่มการระมัดระวังมากขึ้น เป็น 2 เท่า วันนี้เราเลยมีวิธี สั่งอาหาร อย่างไรให้ปลอดภัยไร้โควิดมาฝากกัน

1.ฉีดแอลกอฮอล์หรือล้างภาชนะทุกครั้ง

เมื่อ สั่งอาหาร มาแล้ว ต้องทำการฉีดแอลกอฮอล์ใส่ภาชนะทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตัวถุง กล่องใส่ หรือถ้ากลัวว่าจะเปลืองแอลกอฮล์ อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การใช้น้ำยาล้างจานล้างภาชนะทุกอย่าง เพื่อฆ่าเชื้อก่อนที่จะรับประทาน เราต้องล้างแม้กระทั่งช้อนส้อม และหลอดจากทางร้าน หรือไม่ก็ใช้ช้อนส้อม หลอด ของที่บ้านเราเลยยิ่งดี เพราะเราไม่รู้ว่าต้นทางของเชื้อโรคมาจากไหน ต้องปลอดภัยไว้ก่อน

2.เปลี่ยนภาชนะทุกครั้ง

ถ้าเรากลัวว่าแค่ล้างไม่ปลอดภัยจากโควิด เมื่อได้รับอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งแล้ว ให้รีบเทใส่จานหรือแก้วของเราทันที และทิ้งภาชนะให้เป็นที่ เพราะเชื้อโควิดไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า มันติดมากับภาชนะบ้างหรือเปล่า เมื่อทิ้งแล้วก็ให้รีบล้างมือทันที

[irp posts=”3265″ name=”5 เทคนิคเลือกภาชนะจัดอาหารเสิร์ฟให้ลูกค้าWow แชะ แชร์ โชว์”]

3.ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทาน

ไม่ว่าจะกินขนม กินข้าว กินน้ำ สิ่งที่ควรทำให้ติดเป็นนิสัยเลยก็คือ การล้างมือ ล้างด้วยสบู่ น้ำยาล้างมือหรือแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนหยิบอะไรเข้าปาก ใน 1 วัน เราต้องหยิบจับอะไรหลายอย่าง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เชื้อโรคนั้นติดอยู่กับอะไรที่เราจับไปบ้าง

4.ไม่รับสินค้าโดยตรง

เมื่อสั่งอาหารผ่านบริการ Delivery แล้ว เวลาที่เราได้รับของ อาจจะทำตะกร้าแขวนไว้ ให้ rider นำอาหารมาใส่ไว้ให้เรา เพื่อเป็นการเลี่ยงที่จะสัมผัสกับ rider โดยตรง

5.เลี่ยงการสัมผัสเงิน

อย่างที่เรารู้กันดีว่า เงินต่าง ๆ คือแหล่งรวมเชื้อชั้นดี เพราะมีโอกาสที่จะผ่านมาไม่ต่ำกว่า 10 มือ ไม่ว่าจะเป็นแบงค์หรือเหรียญก็ตาม ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง และหันมาใช้การโอนเงินหรือตัดบัตรแทนจะดีที่สุด แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรทำความสะอาดแบงค์ด้วยการฉีดแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนเก็บเงินเข้ากระเป๋า

วิธีการทั้งหมดนี้ที่หลายคนอาจจะมองว่าเยอะ ว่าเวอร์เกิน แต่ความจริงแล้ว มันเป็นสิ่งที่เราควรจะทำในยุคนี้ ถ้าหากเราอยากจะอยู่รอดปลอดภัยโดยไร้โควิด อย่าลืมนำไปทำตาม และอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

สร้างรูปโปรโมทร้านง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ Robinhood

0
สร้างรูปโปรโมทร้านง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ Robinhood
หลายคนอาจประสบปัญหาในการทำรูปภาพ ทำภาพโปรโมทร้านค้าไม่เป็น ทำแล้วไม่สวย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะทาง Robinhood มีเว็บไซต์ที่สามารถทำให้เราสร้างรูปภาพโปทโมทร้านค้าได้ โดยใช้งานผ่าน

ยอดขาย Grab พุ่งขึ้น 39% ในไตรมาส 1 แซงหน้าข้อตกลง SPAC

0
ยอดขาย Grab พุ่งขึ้น 39% ในไตรมาส 1 แซงหน้าข้อตกลง SPAC

Grab กลุ่มธุรกิจส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการดำเนินงานใน 8 ประเทศและมากกว่า 400 เมือง และเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากที่สุดในภูมิภาค จากการใช้ประโยชน์จากธุรกิจเรียกรถรับจ้างที่เริ่มต้นในปี 2012 บริษัทได้เปลี่ยนไปสู่บริการจัดส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค, การชำระเงินทางดิจิทัล และกำลังผลักดันสู่การประกันภัยและการปล่อยสินเชื่อในภูมิภาคที่มีประชากร 650 ล้านคน

โดยในไตรมาสแรก มียอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 39% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 507 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทในสิงคโปร์สามารถลดความสูญเสียจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในธุรกิจจัดส่งได้

Peter Oey ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Grab กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราทำเกินเป้าหมายภายในสำหรับยอดขายสุทธิและ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2021 และยังคงเป็นโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจจัดส่งของเรา” ที่สำคัญ Grab กำลังจะควบรวมกิจการมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์กับ บริษัท Altimeter Growth Corp ที่คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในไตรมาสที่ 4

และเนื่องจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกาศล็อกดาวน์เพื่อต่อสู้กับการแพร่กระจายของโควิด-19 โดยที่ Grab ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่บริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของการจัดส่งอาหาร, พัสดุ และการชำระเงินทางดิจิทัล และคาดว่าความต้องการใช้บริการเคลื่อนที่จะยังคงมีความผันผวน

เนื่องจากการฟื้นตัวของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบการจำกัดการต่ออายุเพิ่มขึ้น ที่สำคัญเมื่อต้นปีนี้ Gojek คู่แข่งสำคัญของ Grab ได้ทำข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับ Tokopedia ผู้นำอีคอมเมิร์ซ เพื่อขยายธุรกิจในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

มาดูกันว่าในไตรมาสที่เหลือ Grab จะใช้กลยุทธ์ใดในการเอาชนะคู่แข่ง เพื่อครองใจผู้บริโภคและรักษาแชมป์ให้คงอยู่

 

Resource : https://www.investing.com/

เดลิเวอรี่ ทางออกที่ดีในการเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหาร

0
เดลิเวอรี่ ทางออกที่ดีในการเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหาร

ในสถานการณ์โควิด-19 เชื่อว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อย เลือกทานอาหารที่ร้านกันน้อยลง หันมาทานอาหารที่บ้าน หรือทำอาหารทานเองกันมากขึ้น บวกกับโดนสั่งล็อคดาวน์ ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารหลาย ๆ ร้านเริ่มปรับมาใช้แพลตฟอร์ม เดลิเวอรี่

ซึ่งก็จะเกิดปัญหาตามมาสำหรับร้านอาหารที่ขายบรรยากาศ ขายการบริการในร้านอาหาร เพราะเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเลยก็ว่าได้ แต่การจะเพิ่มยอดขาย โดยใช้แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่นั้น ก็ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด วิธีเพิ่มยอดขายมี ดังนี้

1.เลือกบริษัทส่งอาหารเจ้าดัง ๆ

อย่างในปัจจุบัน มีบริษัทส่งอาหารจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น LINE MAN, Grab Food, Robinhood, Food Panda หรือ airasia food ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน การเลือกบริษัทขนส่งอาหาร นอกจากจะเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากแล้ว ยังทำให้รายได้ในร้านอาหารของคุณเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ คุณต้องศึกษาค่าธรรมเนียม ค่า GP รวมถึงข้อดีและข้อเสีย เพราะแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน

2.มีช่องทางการติดต่อที่ง่าย

ไม่ว่าจะขายอาหารในรูปแบบเดิม ๆ หรือในแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ สิ่งที่ร้านอาหารแต่ละร้านควรมี คือ ช่องทางการติดต่อที่ง่ายสำหรับลูกค้า หากเกิดปัญหากับลูกค้า เช่น อาหารที่ได้ไม่ตรงตามที่สั่ง หรือได้อาหารไม่ครบ ในกรณีนี้ คุณจะได้แก้ไขได้ทัน อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสที่เขาจะกลับมาซื้อซ้ำ ดีกว่าคุณปล่อยผ่านไป แล้วลูกค้าไม่กลับมาซื้ออีกเลย

3.ให้บริการรวดเร็ว ทันใจ

หากคุณเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการเดลิเวอรี่ แน่นอนว่า การรออาหารนาน ๆ เป็นชั่วโมง เป็นเรื่องที่ไม่น่าพอใจนัก และอาจทำให้เสียลูกค้าได้ ดังนั้น เมื่อคุณเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร คุณก็ควรบริการให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกของการสั่งซื้อ

อย่าปล่อยให้ลูกค้ารออาหารนาน ๆ หากต้องใช้เวลานานจริง ๆ ก็โทรแจ้งลูกค้าเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง หรืออาจจะโทรถามหลังจากลูกค้าได้รับอาหารว่า  “ได้รับอาหารครบไหม รสชาติอาหารเป็นอย่างไร” เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ให้เขาอยากกลับมาสั่งอาหารร้านคุณอีกครั้ง และยังส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจอีกด้วย

[irp posts=”13251″ name=”ธุรกิจร้านอาหารจะไปต่ออย่างไร เมื่อโดนสั่งล็อคดาวน์”]

4.เลือกภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

เชื่อว่า ปัญหาที่ลูกค้าหลายคนเจอ แล้วอยากบอกผู้ประกอบการร้านอาหาร คือ ภาชนะบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร คุณไม่ทราบหรอกว่า ระหว่างทางของการส่งนั้นทางมันทุลักทุเลอย่างไร ไรเดอร์จะดูแลอาหารของลูกค้าคุณได้ดีแค่ไหน

ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ คุณจำเป็นต้องเลือกภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่ SAVE อาหารของคุณ ถ้าคุณมีงบมากหน่อย คุณอาจจะหากล่องที่มีฝาปิดอย่างมิดชิด แข็งแรง แล้วอาจจะปิดทับด้วยเทปอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารหกเลอะออกมาเต็มถุง หรือถ้าเป็นถุงแกง ก็ควรตรวจดูรอยรั่ว และมัดปากถุงให้แน่น

5.มีแต้มสะสมให้ลูกค้า

การที่ร้านอาหารของคุณมีแต้มสะสมไว้เป็นส่วนลด หรือสามารถนำไปแลกอาหารในมื้อต่อไปได้ สามารถสร้างลูกค้าประจำได้ดีเลย เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่า เขาต้องสั่งต่อนะ เพื่อที่จะได้รับส่วนลด หรือสั่งเมนูอาหารได้ฟรีในมื้อถัดไป นั่นเอง ดังนั้น ผู้ประกอบการอย่าลืมที่จะมีแต้มสะสมให้ลูกค้าอยู่เสมอ

Heineken เตือนผลกระทบโควิดต่อต้นทุนที่จะเพิ่มสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง หลังทำกำไรเพิ่ม 2 เท่าในครึ่งปีแรก

0
Heineken

จากผลประกอบการครึ่งปีแรก, Heineken มีกำไรจากการดำเนินงานเติบโตถึง 109.3% สร้างรายได้สุทธิ 9.97 พันล้านยูโร โดยเพิ่มขึ้น 14.1% เมื่อเทียบจากราคาปกติ ซึ่ง Heineken คาดว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังและต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนวัตถุดิบในปี 2022

นอกจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์, ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการขาย ยังคาดว่าจะบีบส่วนต่างกำไรในครึ่งปีหลังและคาดว่าผลประกอบการทางการเงินทั้งปีจะยังคงต่ำกว่าปี 2019

อย่างไรก็ตาม Heineken เตือนว่า การฟื้นตัวของโรคระบาดไม่เท่ากันในทุกภูมิภาค และคลื่นลูกใหม่และรูปแบบต่างๆของโควิด-19 ได้นำไปสู่การจำกัดการต่ออายุในบางประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชียแปซิฟิกที่มีรายงานปริมาณเบียร์ลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับสินค้าออร์แกนิก

Dolf van den Brink ประธานและซีอีโอของ Heineken กล่าวว่า “ปริมาณเบียร์ที่เพิ่มขึ้น +9.6% นำโดยการเติบโตที่แข็งแกร่งที่ 19.6% โดยมีตลาดมากกว่า 50 แห่งเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก ซึ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เนื่องจากแรงหนุน, การลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการการประหยัดต้นทุนเชิงโครงสร้าง อีกทั้งการลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขายในช่วงครึ่งปีหลัง”

แต่สิ่งที่ควรระวัง นั่นคือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบมากที่สุดในตลาดสำคัญๆทั้งในเอเชียและแอฟริกา รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบในช่วงครึ่งปีหลังและจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทในปี 2022

 

Resource : https://www.foodbev.com/

เพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหาร ต้องมี 3 อย่างที่ชัดเจน

0
เพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหาร ต้องมี 3 อย่างที่ชัดเจน

เมื่อ ร้านอาหาร ของคุณ เต็มไปด้วยคู่แข่งจำนวนมาก การจะหาทางสร้างรายได้เพิ่ม ให้ยอดขายดี เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เพราะ ร้านอาหาร แต่ละร้านต้องแข่งกันแย่งลูกค้า สร้างจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีเพิ่มยอดขายร้านอาหารที่นำมาฝากกันนั้น ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องมี 3 อย่างที่ชัดเจน ดังนี้

1.สร้างจุดขายที่ชัดเจน

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร “จุดขาย” ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะการที่มีจุดขาย หรือ จุดแข็งที่ชัดเจน นอกจากจะสื่อถึงความเป็นตัวตนของร้านอาหารแล้ว หากร้านอาหารของคุณมีความที่ไม่เหมือนใคร แน่นอนว่า ลูกค้าเป็นต้องอยากรู้ อยากเข้ามาสัมผัสร้านอาหารของคุณอย่างแน่นอน

ดังนั้น คุณต้องคิดก่อนว่า จุดขายร้านอาหารของคุณคืออะไร หากคุณนำความอร่อยมาเป็นจุดขาย การจะทำให้ถูกปากลูกค้าทุกคนเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะลูกค้าแต่ละคนมีความชอบของรสชาติที่แตกต่างกัน บางคนชอบรสชาติเค็ม บางคนชอบรสชาติที่หวานจัด คุณอาจจะลองทำเมนูจานเด็ดมาสัก 3 เมนู แล้วดูผลการตอบรับว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบเมนูไหนเป็นพิเศษ หรือจัดทำเป็นเมนูแถม ให้ลูกค้าลองทาน ก็ถือว่าไม่เลว

แต่ถ้าร้านอาหารของคุณ มีจุดขายคือ ความเร็ว คุณจำเป็นต้องมีการเตรียมอาหารให้พร้อมอยู่เสมอ เมื่อมีออเดอร์จากลูกค้าสั่งเข้ามา คุณต้องพร้อมปรุงและบรรจุส่งทันที เหมาะมากสำหรับลูกค้าที่ไม่ชอบรออาหารเป็นเวลานาน ๆ

จุดขายอีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ การขายความสะดวก อย่างเช่นเวลาเปิดปิดของร้านอาหาร ลูกค้าบางคนเลิกงานตอนกลางคืน หรือชอบหิวตอนกลางคืน การจะหาร้านอาหารทานในตอนกลางคืนเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่มักเปิดตอนเช้า ปิดตอนกลางคืน แต่ถ้าร้านอาหารของคุณเปิดในตอนกลางคืนล่ะ  และในบริเวณนั้น มีร้านคุณเพียงร้านเดียว แท่บไม่อยากจะคิดเลยว่า รายได้ในร้านอาหารแต่ละคืนจะมากมายเพียงใด

หรือคุณอาจจะจัดโปรโมชัน สั่งอาหารครบ 250 บาท แลกรับแก้วน้ำในราคา 150 บาทจากปกติ 250 บาท  หรือถ้าขายแบบเดลิเวอรี่ด้วย ก็อาจมีเมนูอาหารแบบสุ่ม เพื่อให้ลูกค้าได้ตื่นเต้น สนุกไปกับการสั่งอาหาร

[irp posts=”2848″ name=”สร้างจุดขายให้เกิดโอกาส เติบโต บทเรียนจากคนทำร้านอาหารมือใหม่”]

2.กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

นอกจากมีจุดขายที่ชัดเจนแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือ กลุ่มเป้าหมาย ร้านอาหารของคุณขายให้กับใคร ? ห้ามตอบว่าทุกคน เพราะคุณไม่อาจเข้าถึงคนทุกกลุ่มได้ เช่น ขายอาหารสำหรับลูกค้าทานคนเดียว       หรือขายอาหารสำหรับทานเป็นครอบครัว การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบชุดอาหาร

3.ชื่อร้านอาหารโดดเด่น ชัดเจน

รสชาติอาหารอร่อย ใช้เวลาในการทำอาหารที่รวดเร็ว บรรยากาศร้านอาหารดี อาจยังไม่เพียงพอนัก การที่จะทำให้ร้านอาหารเป็นที่น่าจดจำ หรือถูกพูดถึง นั่นคือ ชื่อร้านอาหารของคุณต้องปัง น่าสนใจ อย่างเช่น ร้านครัวตะหลิวปลิว, ร้านอย่าปล่อยให้โก้คอยเก้อ

จากร้านอาหารที่ได้ยกตัวอย่างมานั้น ทำให้หลายคนถึงกับต้องหยุดอ่าน และอยากทราบข้อมูลร้านอาหารนั้นมากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การอยากลอง อยากสั่งมาทาน คุณอาจจะใช้ชื่อร้านเป็นชื่อของคุณเอง แต่เพิ่มความเก๋ที่ไม่เหมือนใครสักหน่อย หรืออาจจะใช้จุดขายมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหารก็ยังได้

รวมคำศัพท์ไรเดอร์

0
ไรเดอรฺ

พนักงานส่งอาหาร หรือที่เราเรียกว่า ไรเดอร์ ถือเป็นอาชีพที่ยอดฮิต และสร้างรายได้ได้ดีอย่างมากในช่วงวิกฤตโควิด-19  เพราะผู้คนเลือกทานอาหารที่บ้านกันมากขึ้น สำหรับใครที่กำลังว่างงาน หรืออยากหารายได้เพิ่ม ไรเดอร์ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีเลย

แต่ก่อนที่คุณจะเข้าสู่การเป็น ไรเดอร์ ส่งอาหารอย่างเต็มรูปแบบ คุณจำเป็นต้องรู้คำศัพท์เสียก่อน เพราะถ้าไม่รู้เดี๋ยวคุณจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องเอาได้ คำศัพท์ไรเดอร์มี ดังนี้

รวมคำศัพท์ไรเดอร์

1.) หอน

บ่นไปเรื่อยออกแนวร้องโวยวาย

2.) รำ

เลือกงาน หรือดึงเวลาไม่ยอมไปรับงานสักที

3.) บิน

งานวิ่งระยะไกล หรืออีกความหมายคือ ยกเลิก

4.) ซอย

กดรับงานอย่างเดียว ไม่สนว่าเป็นร้านไหน บางคน หมายถึง กดรับแต่งานใกล้ ๆ จบไว ๆ

5.) ขิง

ขี้โม้ ขี้อวด

6.) ขัง

รอนานมาก จุดพักรถ

7.) ลั่น

เผลอไปกดรับงานไกล ๆ จากจุดที่อยู่

8.) งานลอย

งานจากเขตอื่น เด้งมาให้เห็น

9.) ไหล

รับงานไปเรื่อย ๆ เมื่อส่งอาหารเสร็จ กดรับงานต่อเลย ไม่กลับฐาน ไม่เฝ้าร้าน ไม่คุมโซน

10.) งานหยาบ

เจอลูกค้าที่ไม่โอเค เจอร้านที่ใช้เวลาทำอาหารนาน ๆ

[irp posts=”13268″ name=”เมื่อร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี่ ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องระวังเรื่องใดบ้าง”]

11.) หมูหรือไก่

ระยะทางค่ารอบแพง แต่วิ่งทางลัดส่งใกล้ ๆ ได้

12.) ยก

โดนยกเลิกกลางอากาศ

13.) ล่อซื้อ

ลูกค้า คือ กลุ่มคนวิ่ง

14.) โยนหมุด

ขยับหมุดจุดหมายก่อนกดคำสั่งซื้อ

15.) วิบวับ

มาไวไปไว

16.) ไปรับไกล

งานโดด

17.) ความเร็วแสง

กดงานไม่ทัน

18.) เกม

โดนแบน

19.) เสลด/ขี้ซุย

ขี้คุย

แบรนด์ CPG ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภค

0
แบรนด์ CPG ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภค

ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา บริษัท CPG มากกว่า 60 แห่ง รวมถึง Colgate-Palmolive, Nestlé, Procter & Gamble และ Unilever กำลังให้ผู้ซื้อเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านเครื่องมือดิจิทัลที่เรียกว่า “SmartLabel” เริ่มเปิดตัวในปี 2015 โดย Trading Partner Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างโดย Consumer Brands Association และ Food Marketing Institute

เครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มของแบรนด์ที่เข้าร่วมหลายร้อยรายการ, ของใช้ในครัวเรือน, ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกาย ผ่าน QR Code บนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีการอัปเกรดในปี 2018 เพื่อให้ทั้งสมาร์ทโฟนสำหรับผู้บริโภคและระบบ ณ จุดขายสามารถโต้ตอบกับบรรจุภัณฑ์ได้

แบรนด์ CPG ได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่ Global Summit ประจำปีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเพื่อใช้การแปลงผลิตภัณฑ์เป็นดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และใช้เพื่อปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลและการเชื่อมต่อแบรนด์สำหรับผู้บริโภค

ด้วยอีคอมเมิร์ซของผู้บริโภคและการมีส่วนร่วมของ QR Code ที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดใหญ่ บรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกันจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและข้อมูลของธุรกิจคุณ บรรจุภัณฑ์แบบ interactive ช่วยให้แบรนด์ต่างๆไม่เพียงแต่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลและทำให้พวกเขาตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าได้โดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวบรวมข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับเมื่อสินค้าเคลื่อนผ่านห่วงโซ่อุปทานและเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม ณ จุดขายและหลังการซื้อได้อีกด้วย

 

Resource : https://www.forbes.com/sites/niallmurphy/

“โออิชิ” ผนึก 3 แบรนด์ในเครือจัดเทศกาลแซลมอน ส่ง สด ฟิน ถึงบ้าน เริ่มแล้ววันนี้ !

0
โออิชิ | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

เพราะความคิดถึง(แซลมอน)มันห้ามไม่ไหว !!! “โออิชิ” ผนึก 3 แบรนด์ในเครือจัดเทศกาลแซลมอน ส่ง สด ฟิน ถึงบ้าน 

USDA คาดว่า อัตราเงินเฟ้อของอาหารจะชะลอตัวในปี 2022

0
USDA

USDA คาดการณ์ว่า ในปี 2022 ราคาอาหารจะเพิ่มขึ้น 2.5% หลังจาก 2 ปีของอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าปกติ โดยราคาเนื้อสัตว์และอาหารสดที่สูงขึ้นคาดว่า จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของอาหารอยู่ที่ 3% ในปีนี้

ในปี 2020 ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 3.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 9 ปี อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาด ซึ่งทำให้ร้านอาหารต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ร้านของชำขาดแคลน การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การผลิตเนื้อสัตว์ชะลอตัวและทำให้ราคาขายปลีกเนื้อวัว เนื้อหมู และสัตว์ปีกพุ่งสูงขึ้น ราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าปกติในปีนี้เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่การเพิ่มขึ้นไม่ได้มากเท่ากับปีที่แล้ว อัตราดังกล่าวอาจจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดถึง 2.5% ในปีใหม่นี้

USDA ยังกล่าวอีกว่า ในปี 2022 ราคาอาหารในร้านอาหารและซื้อกลับบ้านจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 3.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 20 ปี ที่ 2.4% ต่อปี ในขณะที่ราคาร้านขายของชำจะเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งความแตกต่างนี้มีมานานกว่าทศวรรษ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายในเรื่องของการให้บริการ, ราคาขายปลีก, ต้นทุน, แรงงาน เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงมีในทุกยุคทุกสมัย ธุรกิจใดเตรียมพร้อม ยอมรับ และปรับตัวอยู่เสมอ ธุรกิจนั้นก็จะอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์

 

Resource : https://www.agriculture.com

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้โดนใจผู้บริโภค

0
CPG

เมื่อเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป การได้รับข้อมูลและการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมถูกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปัจจุบัน สินค้ากลุ่ม Consumer Packaged Goods (CPG) สินค้าที่พร้อมอุปโภคบริโภคทันที หรือสินค้าที่มีคอนเซปใหม่ ๆ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหาในแบรนด์ที่สามารถนำเสนอสิ่งที่พวกเขาต้องการได้

Ashley Ericksen รองประธาน Ipsos Marketing กล่าวระหว่างการนำเสนอประเด็นด้านความยั่งยืนที่องค์การสหประชาชาติควรให้ความสำคัญในวันที่ 21 กรกฎาคม ผ่านการประชุมเสมือนจริงครั้งแรกของ Institute of Food Technologists ว่า “ผู้บริโภคต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาความต้องการในทันที”

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า Gen Z และเยาวชนรุ่นมิลเลนเนียลใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการตัดสินใจ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานขึ้นกับผู้ชมของพวกเขา

ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลและการสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในผู้บริโภค เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม คุณต้องคิดให้ออกในฐานะแบรนด์ว่าคุณต้องการร่วมมือกับลูกค้าและโน้มน้าวพวกเขาอย่างไร คุณต้องก้าวไปไกลกว่าการมีส่วนร่วมในระดับพื้นผิวกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่หลอมรวมค่านิยมเหล่านั้นไว้ในทุกแง่มุมขององค์กร ความเป็นจริงใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อทุกคนในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารไปจนถึงวิศวกรผู้คิดค้นบรรจุภัณฑ์

พันธกิจที่ชัดเจนจะส่งผลกระทบต่อทุกหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน และส่งผลต่อทุกสิ่งที่คุณทำ ซึ่งกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อความยั่งยืนคือการร่วมมือกันของทุกฝ่าย จากนั้นไหลลงสู่นวัตกรรมและกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป

 

Resource : https://www.foodbusinessnews.net/

วิศวกรรมการเคลือบเมล็ดพันธุ์ใหม่ เพื่อต้านทานภัยแล้ง

0
เมล็ดพันธุ์

ในขณะที่โลกร้อนขึ้นและปัญหาการขาดแคลนน้ำยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรที่แห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง นักวิจัยจาก MIT สหรัฐอเมริการ่วมกับนักวิจัยโมร็อกโก จึงได้คิดค้นกระบวนการเคลือบเมล็ดพันธุ์ที่สามารถกักเก็บน้ำที่มีอยู่ เป็นการปกป้องเมล็ดพืชจากความเครียดจากการขาดแคลนน้ำในช่วงระยะการงอก และให้สารอาหารเพิ่มเติมแก่พืชในเวลาเดียวกัน

นักวิจัยได้พัฒนาสารเคลือบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสารเคลือบธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับเมล็ดบางชนิด เช่น เจียและโหระพา ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องไม่ให้เมล็ดแห้ง โดยให้สารเคลือบที่มีลักษณะคล้ายเจลที่อุ้มความชื้นและห่อหุ้มเมล็ดไว้ โดยชั้นที่สองและชั้นในของสารเคลือบประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่เก็บรักษาไว้ ที่เรียกว่า “ไรโซแบคทีเรีย” และสารอาหารบางชนิดที่ช่วยให้พวกมันเติบโต เมื่อสัมผัสกับดินและน้ำ จุลินทรีย์จะตรึงไนโตรเจนในดิน โดยให้ปุ๋ยที่มีคุณค่าทางโภชนาการแก่ต้นกล้าที่กำลังเติบโต

วัสดุที่ใช้เคลือบหาได้ง่ายและมักใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอยู่แล้ว ที่สำคัญสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพอย่างสมบูรณ์ และสารประกอบบางชนิดสามารถได้มาจากเศษอาหาร ซึ่งสามารถนำมารีไซเคิลได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่ากระบวนการนี้จะทำให้ต้นทุนของเมล็ดพืชเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็อาจช่วยประหยัดได้ด้วยการลดความต้องการน้ำและปุ๋ยลง ส่วนยอดดุลสุทธิของต้นทุนและผลประโยชน์ยังคงต้องพิจารณาจากการวิจัยเพิ่มเติม

เทคโนโลยีการเคลือบเมล็ดพันธุ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แนวทางที่มีอยู่เกือบทั้งหมดขาดความคล่องตัวหรือการตอบสนอง งานวิจัยนี้ทั้งแปลกใหม่และสร้างสรรค์ และเป็นการเปิดช่องทางใหม่ในการทำงานสำหรับการเคลือบเมล็ดพันธุ์ที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

 

Resource : https://scitechdaily.com/

ผู้ค้าปลีกเครื่องดื่มกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องระวัง

0
PepsiCo

เมื่อยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดใหญ่ รูปแบบการซื้อของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ค้าปลีกต้องมีการผสมผสานระหว่างยอดขายออนไลน์และยอดขายในร้าน เนื่องจากผู้คนรู้จักอีคอมเมิร์ซมากขึ้น และพบว่าสะดวก ส่งถึงที่ และไม่ต้องออกนอกบ้าน เพื่อลดการสัมผัสให้น้อยที่สุด

Jeff Swearingen รองประธานอาวุโส PepsiCo กล่าวว่า บริษัทได้ทำการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับลูกค้ารายย่อยและผู้บริโภคเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับคู่ค้า ซึ่ง PepsiCo สามารถเจาะลึกฐานข้อมูลร้านค้า 500,000 แห่งและฐานข้อมูลผู้บริโภค 110 ล้านฐานข้อมูล ผ่านระบบ AI และใช้ voila สร้างแผนผังที่กำหนดเองและแนะนำลูกค้าว่า ควรวางผลิตภัณฑ์ใดบ้างในร้านค้า สามารถพิจารณารูปแบบการซื้อ, ระดับรายได้, ภูมิศาสตร์ และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่เพียงแต่ระบุถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าคงคลังในร้านทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการออกแบบร้านใหม่ทั้งหมดด้วย

การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทอย่าง PepsiCo เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในขณะนี้ เพราะสามารถช่วยคู่ค้าปลีกของพวกเขาด้วยความรู้ด้านอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้าง win-win-win สำหรับผู้ผลิต, ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค แน่นอนว่ามีความเสี่ยงในการแบ่งปันข้อมูล แต่ความเสี่ยงนั้นเกินดุลด้วยศักยภาพในการเพิ่มยอดขายและสามารถพิสูจน์ได้

ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องรู้จักลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์, ช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมทั้งในร้านหรือผ่านออนไลน์ จากนั้นดึงดูดลูกค้าด้วยโซเชียลมีเดียและโปรแกรมจูงใจอื่นๆ หากผู้ค้าปลีกไม่มีเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลนี้ พวกเขาต้องการพันธมิตรอย่าง PepsiCo เพื่อช่วยเหลือ และ PepsiCo ก็เต็มใจทำเช่นกัน

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะนั่งเฉยๆ หรือทำการตลาดแบบเดียวกับในอดีต เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยน และต้องเปลี่ยนให้รวดเร็วเท่านั้นเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับมา

 

Resource : https://www.forbes.com/

ไทเทเนียมไดออกไซด์ยังจำเป็นอยู่หรือไม่

0
ไทเทเนียมไดออกไซด์

ไทเทเนียมไดออกไซด์ เป็นสารสีขาวทึบแสง มีประสิทธิภาพสูงและราคาประหยัด นิยมใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ สี, พลาสติก, กระดาษ, เครื่องสำอาง รวมทั้งอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เพื่อทดแทนสีขาวในอาหารและเครื่องดื่มที่ปราศจากไขมัน และใช้เป็นสารเติมแต่งสำหรับขนมหวาน, ขนมอบ, ไอซิ่ง, ท้อปปิ้ง, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เมื่อผสมกับสีอื่น ๆ จะได้สีที่นุ่มขึ้น โดยที่องค์การอาหารและยาได้อนุมัติให้เป็นสารเติมแต่งในปี 1996 และจำกัดการใช้ไม่เกิน 1% ของน้ำหนักอาหาร

ในสหภาพยุโรป ไททาเนียมไดออกไซด์ได้รับอนุญาตให้เป็นสารเติมแต่งอาหารในปี 2008 แต่เริ่มถูกตั้งคำถามในความปลอดภัยมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2021 สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (European Food Safety Authority) ประกาศว่า “ไททาเนียมไดออกไซด์ เป็นสารเติมแต่งที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

มีหลายแบรนด์ที่ยืนหยัดต่อต้านการใช้ไททาเนียมไดออกไซด์ ไม่ว่าจะเป็น Dunkin Donuts ที่งดการใช้เป็นส่วนผสมในแป้งโดนัท ส่วน So Delicious ก็ได้ปรับปรุงครีมเทียมให้ปราศจากไททาเนียมไดออกไซด์ บางแบรนด์ระบุไว้ในคำชี้แจงส่วนผสม ในขณะที่บางแบรนด์ไม่เปิดเผยข้อมูล เนื่องจากใช้ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น

ดังนั้น จึงมีการนำทดลองนำแป้งข้าวเจ้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำให้อาหารทึบแสง ซัพพลายเออร์สีกำลังสำรวจผลิตภัณฑ์แป้งและแร่ธาตุต่างๆ พบว่าอาจใช้ร่วมกับส่วนผสมจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น ผลึกน้ำตาลและโพลิออลส์ เนื่องจากสามารถหักเหและกระจายแสง ทำให้เกิดสีขาวขึ้น

เมื่อการบริโภคของผู้คนเปลี่ยนไป ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน ซึ่งปัจจุบัน ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลบนฉลาก ความเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่สารเติมแต่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูดีเท่านั้น

 

Resource : https://www.foodbusinessnews.net/

Coca-Cola สหราชอาณาจักร เปลี่ยนมาใช้ขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

0
Coca-Cola

การเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับขวดพลาสติกขนาดไม่เกิน 500 มล. และครอบคลุมแบรนด์ของบริษัททั้งหมด เช่น Coca-Cola Original Taste, Coca-Cola Zero Sugar, Diet Coke, Fanta, Sprite, Dr Pepper และ Lilt

Coca-Cola คาดการณ์ว่า การใช้พลาสติกรีไซเคิลในภูมิภาคนี้จะช่วยประหยัดพลาสติกบริสุทธิ์ได้ถึง 29,000 ตันในแต่ละปี โดยทาง Coca-Cola ร่วมมือกับ Coca-Cola Europacific Partners (CCEP เดิมชื่อ Coca-Cola European Partners) ได้ประกาศการเปลี่ยนไปใช้พลาสติกรีไซเคิล 100% ในขวดแบบพกพาทั้งหมดในสหราชอาณาจักร ความสำเร็จดังกล่าว ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณวัสดุพลาสติกรีไซเคิลที่ใช้ในขวดแบบพกพาจากเดิม 50% เป็น 100% ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ขวด Recycled PET (rPET) 100% ตามรอยตลาดอื่น ๆ เช่น เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ซึ่งขวด rPET 100% ขวดแรกจะเริ่มวางจำหน่ายและนำกลับมารีไซเคิลในเดือนกันยายน

Stephen Moorhouse ผู้จัดการทั่วไปของ CCEP สหราชอาณาจักร กล่าวว่า “การเพิ่มปริมาณพลาสติกรีไซเคิลที่เราใช้เป็นจุดสำคัญในการเดินทางของบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการใช้บรรจุภัณฑ์ rPET 100% รวมทั้งการรีไซเคิลขวดหรือกระป๋องให้ได้ภายในปี 2025 ทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จที่อยากให้โลกปราศจากขยะอีกขั้นหนึ่ง”

เป็นเรื่องดีที่ได้เราได้เห็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola เดินหน้าผลักดันด้านการออกแบบและมีส่วนร่วมกับลูกค้าเพื่อแก้และลดปัญหาขยะพลาสติกที่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

 

 

Resource : https://www.foodbev.com/