“โออิชิ” จัดหนักเมนูญี่ปุ่น พร้อมดีลและโค้ดส่วนลดเด็ด ๆ เอาใจนักกินส่งท้ายปี

0
“โออิชิ” จัดหนักเมนูญี่ปุ่น

อร่อยสุดคุ้ม !!! กับร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ผ่าน ShopeeFood บนแอปฯ ช้อปปี้ พร้อมดีลลดสูงสุด 40%*, ลูกค้าใหม่รับโค้ดลดเพิ่ม 60%*, ลูกค้าทั่วไปรับโค้ดลดเพิ่ม 25%* ถึง 31 ธันวาคมนี้ เท่านั้น

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รูปแบบบริการแบบจัดส่งถึงบ้าน หรือ โฮม เดลิเวอรี่ (Home Delivery) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก โดยในส่วนของกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น ภายใต้ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ นอกเหนือจากการพัฒนาและสร้างแพลตฟอร์ม ระบบ โออิชิ เดลิเวอรี่ ของตัวเองแล้ว ยังเดินหน้าขยายช่องทางความอร่อย พร้อมมอบความสะดวกสบายและความคุ้มค่ายิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ใช้งานคนพิเศษของ ShopeeFood บนแอปพลิเคชันช้อปปี้

Oishi ShopeeFood40%

พบประสบการณ์อร่อยสุดคุ้ม ผ่านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม คาว – หวานครบครัน มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ ซูชิ/ซาชิมิ ราเมน ดงบุริ เทะมากิ ชาบู – ชาบู ฯลฯ จากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ได้แก่ โออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟต์, ชาบูชิ, โออิชิ ราเมน, คาคาชิ, โออิชิ คิทเช่น และ โอโยกิ (ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ อร่อยเข้มข้นระดับพรีเมียม) รวมทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม ได้แก่ ซาคาเอะ และ โฮว ยู ได้แล้ววันนี้ ใน ShopeeFood บนแอปพลิเคชันช้อปปี้ พร้อมอิ่ม กู้ด เป็นเท่าตัว กับดีลและโค้ดส่วนลดเด็ด ๆ ยกขบวนกันมาแบบจัดหนัก จัดเต็ม เอาใจนักกินส่งท้ายปี ดังนี้

โปรโมชั่นต่อที่ 1

  • รับส่วนลดค่าอาหารพิเศษสูงสุด 40% สำหรับเมนูที่ร่วมรายการ อาทิ เมนู “ชาบูหมูผัดแห้งซอสคุโร” เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่น และเกี๊ยวซ่าทอด (5 ชิ้น) ราคาสุดคุ้ม เพียงชุดละ 99 บาท (จากปกติ 168 บาท) เป็นต้น ซึ่งเมนูจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละเดือน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564

โปรโมชั่นต่อที่ 2

  • สำหรับลูกค้าใหม่ (ที่เข้าใช้งานครั้งแรก) รับโค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่ม 60% (สูงสุดไม่เกิน 100 บาท) เมื่อซื้อสินค้า/อาหารญี่ปุ่นจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ร้านใดก็ได้ ครบ 120 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564
  • สำหรับลูกค้าทั่วไป รับโค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่ม 25% (สูงสุดไม่เกิน 100 บาท) เมื่อซื้อสินค้า/อาหารญี่ปุ่นจากร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ร้านใดก็ได้ ครบ 120 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564

ขั้นตอนการสั่งซื้อ 

  1. เปิด ShopeeFood บนแอปพลิเคชันช้อปปี้
  2. เลือกสถานที่จัดส่ง
  3. เลือกแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ และเมนูที่ชอบ
  4. กรอกโค้ดส่วนลด, ตรวจสอบราคา และกดยืนยัน
  5. เลือกวิธีชำระเงิน และกดสั่งซื้อ จากนั้น รอรับความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นส่งถึงบ้านได้เลย !

ทั้งนี้ ในเฟสแรกพร้อมให้บริการครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น ติดตามข้อมูลข่าวสารของร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ หรือโปรโมชั่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น  หรือเว็บไซต์โออิชิฟู้ด 

“สุกี้ตี๋น้อย” สูตรความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา 4 ปี 30 สาขา กวาดรายได้ 1,200 ล้านบาท!

0
สุกี้ตี๋น้อยสูตรความสำเร็จ

สุกี้ตี๋น้อย มีชื่อเสียงโด่งดังและมีฐานแฟนคลับเป็นกลุ่มคนรักสุกี้ คุณนัทธมน พิศาลกิจวนิช หรือเฟิร์น ผู้บริหารสุกี้ตี๋น้อยเล่าว่า ก่อนมาทำ สุกี้ตี๋น้อย ครอบครัวเคยทำสวนอาหารเรือนปั้นหยามาก่อน เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ พอขยายสาขาที่ 2 รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมมาตรฐานเรื่องรสชาติและการบริการให้เหมือนกันทุกสาขาได้ จึงหันมาเปิดร้านสุกี้ตี๋น้อยในราคาเพียง 199 บาท

สุกี้ตี๋น้อย เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ สามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายไม่ว่าจะลูกค้าวัยทำงาน เลิกงานกลางคืน อีกทั้งลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรีบกลับบ้าน เพื่อมาให้ทันก่อนร้านปิด เพราะสุกี้ตี๋น้อยเปิดให้บริการตั้งแต่เที่ยงจนถึงตี 5 แม้ว่าคุณเฟิร์นจบสายแฟชั่น แต่เมื่อต้องมาบริหารร้านอาหาร คุณเฟิร์นก็ทำได้ดี เธอใช้เวลาอยู่กับร้านสุกี้ตี๋น้อยเป็นปี เรียนรู้จากพนักงาน คอยสังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่สั่งอะไร

จุดแข็งของสุกี้ตี๋น้อย

  • ความคุ้มค่าเกินราคา มีเลือกหลากหลายเมนูในราคา 199 บาท
  • ทำในสิ่งที่ร้านอื่นให้ไม่ได้ เช่น การเปิดถึงตี 5

สุกี้ตี๋น้อยเน้นลูกค้าเยอะ ระดับราคาลูกค้าสามารถจับต้องได้ แม้จะขายในราคา 199 บาท แต่มีวัตถุดิบให้เลือกมากถึง 48 ชนิด ปัจจุบันสุกี้ตี๋น้อยมี 30 สาขา ในปีที่ผ่านมากวาดรายได้ 1,200 ล้านบาท เติบโต 145 % และปลายปีนี้เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ MBK สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าเหล่านั้นกลับมาทานอีกครั้ง ซึ่งคำตอบคือ ความคุ้มค่าและลูกค้าสบายใจที่มาทานที่นี่ เพราะสุกี้ตี๋น้อยมีทั้งกุ้ง, ปลาหมึก, เนื้อวัว ทานที่นี่คือครบจบในที่เดียว

ปัจจัยสำคัญสำหรับร้านอาหารบุฟเฟ่ต์

  • มองลูกค้าเป็นหลัก
  • สาขาต้องใหญ่
  • ลูกค้าต้องเยอะ
  • พยายามหาสินค้าที่มีคุณภาพเสมอ อย่างชีสคุณเฟิร์นนำเข้าจากประเทศเดนมาร์ก
  • พื้นที่ทำเลต้องกว้าง
  • มีที่จอดรถ
  • มีสถานที่สำคัญของกลุ่มลูกค้า
  • อยู่ติดถนนใหญ่
  • สามารถเดินทางเข้า-ออกสะดวก

ถ้าตั้งอยู่บริเวณรถติด คนก็จะไม่อยากมาอย่างพาซิโอ้ (สาขาที่ 5) เหตุผลที่เลือกเพราะบริเวณนั้นมีสตาร์บัคส์, เคเอฟซี, แมคโดนัลด์ ลูกค้าเข้าใช้บริการอยู่แล้ว ซึ่งผลตอบรับดีมากและถือเป็นจุดเปลี่ยนของร้านเลย “เราไม่ต้องสนใจว่าสุกี้ร้านเราราคาเท่าไหร่ แต่ลูกค้าต้องได้รับการบริการที่เหนือความคาดหมาย เพราะเราไม่ได้ขายแค่ร้านอาหาร เราต้องขายความประทับใจด้วย” คุณเฟิร์นกล่าว

5 ที่สุด จุดสำคัญ ดันแม็คโคร ครองใจ Beef Lover สวรรค์ของคนรักเนื้อ

0
Beef Lover สวรรค์ของคนรักเนื้อ แม็คโคร

หากเอ่ยถึง “สวรรค์ของคนรักเนื้อ” หลายคนจะนึกถึงร้านอาหารที่คนแห่แหนไปลิ้มลองเมนูต่าง ๆ ที่เป็นปลายทางความอร่อยซะส่วนใหญ่  แต่ในต้นทางแหล่งรวมวัตถุดิบแล้ว  ชื่อของ “แม็คโคร” เข้าไปนั่งอยู่ในใจ Beef Lover แทบทุกคน

1.ที่สุดความหลากหลาย

โซนเนื้อนี่เรียกได้ว่า ละลานตาสุด ๆ เขามี เนื้อวัวคุณภาพปลอดภัย ได้รับรองมาตรฐาน ให้เลือกมากกว่า 1,000 รายการ ทั้งเนื้อวัวจากไทยและต่างประเทศ ชิ้นส่วนยอดนิยมขายดีตลอดต้องยกให้  สันแหลม สันคอ เสือร้องไห้ ถูกอกถูกใจมืออาชีพนัก

เนื้อวัว แม็คโคร

2.ที่สุดความฟินอินกับไขมันแทรก 

เรียกว่าเป็นตลาดเนื้อพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้  ปลุกกระแสเนื้อลายไขมันแทรก MS4+,  MS5+ ซึ่งเป็นเนื้อคุณภาพดี และมีไขมันที่แทรกในเนื้อ (Marbling Score) ให้เป็นที่นิยมแพร่หลาย  แถมราคาคือดีย์… มีตั้งแต่ 200 บาทต่อกิโลกรัมจนถึงเนื้อวากิว  A5 คุณภาพพรีเมียมราคาราว 5,000 บาทต่อกิโลกรัม

ตลาดเนื้อพรีเมียม แม็คโคร

3.ที่สุดเนื้อดีจากทั่วโลก

ยิ่งกว่าสนามบินนานาชาติ เพราะที่นี่เป็นเดสติเนชั่นของบรรดาเนื้อคุณภาพมาตรฐานจากหลายประเทศที่ว่าดีว่าเด็ด ทั้ง ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, บราซิล, อาร์เจนติน่า ลงจอดกันคึกคักมาก ช่วงนี้เขามีเทศกาลเนื้อออสเตรเลีย ราคาดี๊ดีเชียวล่ะทุกคน

เนื้อดีจากทั่วโลก แม็คโคร

4.ที่สุดจุดพัฒนาเกษตรกรไทย

แม็คโคร ร่วมพัฒนาเนื้อโคขุนไทยแองกัส และไทย วากิว กับเกษตรกรมากกว่า 10,000 ครัวเรือน ขึ้นแท่นเนื้อที่มีรสชาติเข้มข้น เป็นเอกลักษณ์ ไม่แพ้ชาติใดในโลก ปลื้มกับเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวจริง ๆ

แม็คโครร่วมพัฒนาเนื้อโคขุนไทยแองกัส และไทย แม็คโคร

5.ที่สุดการเติบโต

หลังการรับประทานเนื้อวัวกลับมาได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สินค้ากลุ่มนี้ก็ฉุดไม่อยู่ โตไม่ต่ำกว่า 20 % ต่อปีกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงเปิดประเทศเช่นนี้ ร้านอาหารคืนชีพ พร้อมกับเสิร์ฟเมนูเนื้อบนจานอาหารหรู อาหารเหลา ชาบู ปิ้งย่าง หรือแม้แต่สตรีทฟู้ด อาหารตามสั่ง ก็มีเมนูเนื้อให้ฟินเว่อร์

สินค้ากลุ่มนี้ก็ฉุดไม่อยู่ เนื้อ แม็คโคร

เทคนิคผลักดันร้านอาหารให้ยอดขายปัง ลูกค้าประจำเพิ่ม !

0
เทคนิคผลักดันร้านอาหารให้ยอดขายปัง

ลูกค้าบางคนให้ร้านนี้เป็นร้านประจำ เพราะรสชาติอร่อย บางคนชอบบรรยากาศของร้าน มีที่ถ่ายรูปเยอะ หรือบางคนชอบบริการที่ประทับใจ การจะทำให้ยอดขาย ร้านอาหาร ปังนั้น จำเป็นต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างดังนี้

1.เข้าใจลูกค้าของตนเอง

ผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนใหญ่คิดว่า การที่ลูกค้าอยากได้สิ่งนั้น อยากได้สิ่งนี้เป็นการจู้จี้เกินไป ซึ่งถ้าคุณลองเปลี่ยนมาฟังเสียงลูกค้า และสิ่งนั้นคุณสามารถทำได้ ไม่ลำบากเกินไป คุณอาจจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นก็ได้นะ

2.จัดโปรโมชัน

การจัดโปรโมชัน สามารถเรียกลูกค้าได้ดีเลย ยิ่งลด 50 % หรือ ซื้อ 1 แถม 1 ที่สำคัญรสชาติก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าอาหารอร่อยลูกค้าก็กลับมาสั่งซ้ำอย่างแน่นอน

3.ตกแต่งทำรูปภาพอาหารให้น่าสนใจ

สำหรับร้านอาหารที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ภาพเมนูอาหาร ถือเป็นตัวช่วยเพิ่มการตัดสินใจให้แก่ลูกค้า จนเกิดการสั่งสินค้าในร้านของเราได้ ดังนั้น ภาพเมนูต้องน่าทาน ภาพต้องตรงปกไม่จกตาผู้บริโภค

4.คงความเสมอต้น เสมอปลาย

หากร้านอาหารของคุณ เปิดขายเป็นแฟรนไชส์ มีหลายสาขา ต้องคิดแล้วว่า จะทำอย่างเวลาลูกค้าไปทานอาหารร้านคุณรสชาติอาหารเหมือนกันทุกสาขา ปริมาณได้เท่ากันทุกสาขา คุณอาจจะมีครัวกลางไว้จัดการวัตถุดิบ หรือไว้สำหรับส่งของ เป็นต้น

วิธีการรับมือที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องรู้ เมื่อต้องเปิดประเทศ

0
วิธีการรับมือที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องรู้

เมื่อพูดถึงการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว สิ่งที่ธุรกิจ ร้านอาหาร ต้องเผชิญคือการคำนึงถึงจำนวนของลูกค้าที่ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ต้องให้การบริการ ไม่ว่าจะเรื่องของความสะอาด ความปลอดภัยของผู้เข้าใช้บริการ เพราะธุรกิจร้านอาหารต้องมาคู่กับความสะอาด และถูกสุขอนามัยของผู้บริโภค รวมทั้งมีกระบวนการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ และยังไม่หายไปจากประเทศของเรา 100% เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการร้านอาหาร จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิธีการรับมือ เมื่อต้องเปิดประเทศ ..

มีมาตรฐานด้านสุขอนามัย

  • จัดให้มีทางเข้า-ออกทางเดียว หรือในกรณีที่มีทางเข้า-ออกหลายทางต้องมีจุดคัดกรองทุกเส้นทาง
  • มีการตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานและผู้รับบริการทุกครั้งและทําสัญลักษณ์ให้กับผู้ที่ผ่านการคัดกรอง
  • อนุญาตให้เฉพาะผู้รับบริการที่สวมหน้ากากอนามัยเข้าใช้บริการเท่านั้น
  • จํากัดจํานวนคนเข้าร้านอาหาร
  • จัดพื้นที่รอคิวแยกจากส่วนที่นั่งรับประทานอาหาร
  • สำหรับผู้ปรุงอาหารควรสวมผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผมตลอดการทําอาหาร รวมทั้งพิจารณาสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และอุปกรณ์ป้องกันละอองฝอยน้ําลายใส่อาหาร และล้างมือทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและทำความสะอาด

นอกจากนี้ผู้ประกอบการร้านอาหาร สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยการลงทะเบียนเพื่อขอรับมาตรฐาน SHA หรือ SHA Plus+ การที่ร้านอาหารของคุณมีสัญลักษณ์  SHA หรือ SHA Plus+ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านอาหารของคุณปลอดภัย อีกทั้ง ยังบ่งบอกว่า 70% ของบุคลากรในร้านอาหารของคุณนั้นได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ามั่นใจและอยากเข้ามาใช้บริการร้านอาหารคุณมากยิ่งขึ้น

[irp posts=”1753″ name=”10 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนเปิดร้านอาหาร”]

สังเกตสถานการณ์อยู่เสมอ

แม้วันนี้จะมีนโยบายออกมาว่า มีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือบางพื้นที่อย่างร้านอาหาร, ร้านเสริมสวย, โรงแรม, ร้านสปาสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ แต่ถึงอย่างไรประเทศไทยก็ยังไม่ปลอดภัย 100 % เพราะเชื้อโควิด-19ยังมีการแพร่ระบาดอยู่หลายพื้นที่ อีกทั้งเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดการแพร่ระบาดหนักขึ้นกว่าเดิมหรือไม่

ดังนั้น ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงจำเป็นต้องมีแผนสำรองเผื่อไว้ในอนาคตสำหรับวิกฤตหนักที่อาจเกิดขึ้นหลังเปิดประเทศด้วย อย่างร้านอาหารที่มีแต่หน้าร้าน อาจจะใช้บริการเดลิเวอรี่ ขายอาหารออนไลน์ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขาย ลดต้นทุนร้านอาหารลง และสังเกตสถานการณ์ในประเทศอยู่เสมอ อย่าวางใจจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจริง ๆ

ทำความรู้จัก SHA และ SHA+ สัญลักษณ์ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว

0
ทำความรู้จัก SHA และ SHA+ สัญลักษณ์ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว

ในช่วงที่คลายล็อคดาวน์แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มออกไปเที่ยวและคงจะสังเกตุเห็นตราที่เขียนว่า SHA หรือ SHA+ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านนวด ฯลฯ แต่คงไม่เคยรู้จักความหมายของมันว่า SHA และ SHA+ คืออะไร

“Mango Tree” ขอสวนกระแสโควิด เดินหน้าขยายร้าน 17 สาขาในไทยและต่างประเทศ

0
Mango Tree

แม้จะเกิดสถานการณ์หนักหนาสาหัสแค่ไหนในช่วงโควิด-19 แต่ร้านอาหารไทยอย่าง Mango Tree กลับสวนกระแสโควิด วางแผนที่จะขยายสาขาอีก 17 สาขาในไทยและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังตั้งเป้าที่จะเปิดร้านอาหาร 100 แห่งในปี 2565 อีกด้วย ซึ่งไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

สำหรับเคล็ดลับที่ทำให้ Mango Tree ประสบความสำเร็จและผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาได้จนถึงปัจจุบัน เขามีแนวคิดอย่างไร สามารถติดตามได้จากบทความนี้เลยครับ

แนวคิดที่ทำให้ “Mango Tree” ประสบความสำเร็จในยุคโควิด

1.คลาวด์ คิทเช่น (Cloud Kitchen)

คุณเทรเวอร์ แม็กเคนซี กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วน Mango Tree Worldwide ใช้คลาวด์ คิทเช่นหรือครัวกลางในการปรุงอาหารและจัดส่งอาหาร ส่วนการเช่าพื้นที่จะเลือกพื้นที่ราคาต่ำ แต่พื้นที่นั้นต้องมีผู้คนจำนวนมาก ปัจจุบัน  Mango Tree มีครัวกลาง 2 แห่งคือ ลาดพร้าวและกรุงเทพฯ คลาวด์ คิทเช่น ในอนาคตคุณเทรเวอร์มีการวางแผนจะเปิดครัวกลางที่มุมไบ ประเทศอินเดีย

หมายเหตุ  คลาวด์ คิทเช่นคือ ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน, ไม่มีที่นั่งให้ลูกค้า, เป็นเพียงช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบอาหาร และเป็นจุดรับส่งอาหาร

[irp posts=”14361″ name=”“โออิชิ” ลุยโมเดลร้านอาหารเคลื่อนที่ ปล่อยคาราวาน “โออิชิ ฟู้ด ทรัค” ประชิดลูกค้านักกิน ช่วงล็อกดาวน์”]

2.“ร้านอาหารในชุมชน” (Community Dining)

คุณเทรเวอร์มองเห็นว่า หลายครอบครัวมีการย้ายมาอยู่ชานเมืองเป็นจำนวนมาก จึงเน้นการรับประทานอาหารสำหรับครอบครัวมากขึ้น มีการเสิร์ฟอาหารไทย, อาหารจีน, หม้อไฟ, ติ่มซำ และบะหมี่ที่ได้รับความนิยมสูง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มเป้าหมาย

“เราได้พัฒนาธุรกิจให้นำมาซึ่งความภักดีของลูกค้า รวมถึงการใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดในการฟื้นตัวธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านั้น การหาทำเลร้านเช่าในตำแหน่งที่ดีที่สุดถือเป็นเรื่องยาก แต่ในปัจจุบันเจ้าของพื้นที่เช่า ต่างอยากให้เราเข้าไปเช่าพื้นที่เพื่อทำการค้า” คุณเทรเวอร์กล่าว

จาก 2 แนวคิดของคุณเทรเวอร์สามารถกระตุ้นการเติบโตของ  Mango Tree อย่างเห็นได้ชัด จากในปี 2562 Mango Tree มีเพียง 10 แห่ง ลดเหลือแค่ 7 แห่งเท่านั้น แต่ในปีนี้ Mango Tree กลับมาเติบโตอีกครั้งและขยายสาขามากถึง 17 แห่งได้แก่ เวียดนาม, จีน, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, อินเดีย และไทย อีกทั้ง คุณเทรเวอร์ ยังตั้งเป้าว่า Mango Tree ในทุกรูปแบบจะเติบโตเป็น 83 แห่งภายในสิ้นปีนี้ !

 

Resource : https://www.smethailandclub.com/

มูลค่าธุรกิจอาหารมีแน้วโน้ม -17.3% ในปี 2564

0
ธุรกิจอาหาร

ร้านอาหาร ในปี 2564 ยังคงมีความเสี่ยงสูง ไม่ต่างจากปี 2563 ผู้ประกอบการยังคงต้องปรับตัวให้มากกว่าเดิม พฤติกรรมของผู้บริโภคอาจเปลี่ยนไปจากเดิม ร้านอาหาร หลายร้านควรปรับตัวให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น อย่างการทำฟู้ดทรัค ผันตัวไปเป็น ร้านอาหาร ประเภทครัวกลาง เป็นต้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดมูลค่าธุรกิจอาหารถูกปรับลดลง 13.5%-17.3% ถ้าในกรณีที่รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ก็อาจส่งผลกระทบเพียงแค่ -13.5% คือจะเหลือเพียง 3,500,000 บาท

แต่ในกรณีไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็อาจะส่งผลกระทบมากถึง -17.3% เลยทีเดียว ส่งผลให้การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารช้าลง และส่งผลกระทบต่อร้านอาหารเป็นวงกว้างอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังเปิดร้านอาหาร หรือกำลังคิดจะเปิดร้านอาหารอยู่ล่ะก็ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะในขณะที่ร้านอาหารบางร้านต้องปิดตัวลง ยังมีร้านอาหารอีกหลายแห่ง ที่ยังคงเป็นที่นิยมอยู่เสมอคุณต้องเรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็ง และหาข้อนี้ของร้านอาหารเราให้เจอ เพื่อพัฒนา แก้ไข ให้ร้านเราดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

ส่องดูกลยุทธ์ขนมเบื้องป้าเหน่ง ต่อยอดธุรกิจครอบครัวสู่ธุรกิจแฟรนไชส์

0
ขนมเบื้องป้าเหน่ง

ถ้าพูดถึงธุรกิจขนมหวานที่ลงทุนน้อย กำไรดี สามารถทานได้เรื่อย ๆ ถูกใจคนทุกวัย ขนมเบื้องก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่งคุณฟาง หรือหัทยา คงรักช้าง เจ้าของร้านขนมเบื้องป้าเหน่ง ได้มาแชร์เทคนิคดี ๆ ที่ทำให้ ร้านขนมเบื้องป้าเหน่ง คงอยู่มาเป็นเวลา 40 กว่าปี และไม่ว่าจะเจอวิกฤตหนักแค่ไหน เขาก็สามารถผ่านมันไปได้

ประวัติความเป็นมา

คุณฟาง หรือหัทยา คงรักช้าง เจ้าของร้านขนมเบื้องป้าเหน่ง กล่าวว่า “คุณแม่ขายขนมเบื้องมาเป็นเวลา 40 ปีแล้ว ซึ่งเราเป็นรุ่นลูกเรียนจบคหกรรม ส่วนน้องชายเรียนบริหารธุรกิจ เราจึงอยากสานธุรกิจนี้ต่อ โดยเริ่มจากการไปขายหน้ามหาวิทยาลัยรังสิตจากที่ขายขนมเบื้องแบบธุรกิจในครอบครัวไปสักพัก จึงเกิดไอเดียอยากจะพัฒนาต่อยอดร้านขนมเบื้องสู่ธุรกิจแฟรนไชส์

จุดเด่นของร้านขนมเบื้องป้าเหน่งที่ไม่เหมือนใคร

  • แป้งร้านเรากรอบ ครีมหอม รสชาติหวาน (ไม่ได้หวานเลี่ยน)
  • แป้ง, ฝอยทอง, ไส้เค็ม ร้านเราทำเองทุกอย่าง
  • เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ เช่น ไข่ จะใช้ไข่เป็ดไล่ทุ่งเท่านั้น ที่ต้องใช้ไข่เป็ดไล่ทุ่ง เพราะไข่แดงของไข่เป็ดจะเหนียวกว่าไข่ฟาร์ม เวลานำมาทำขนมนอกจากจะได้รสชาติที่หวานแล้ว ยังเพิ่มความมันด้วย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบมาก ส่วนมะพร้าวจะเลือกที่ไม่แก่จนเกินไป เพื่อนำมาทำไส้เค็ม
  • ทำไปขายไป ไม่ทำทิ้งไว้ เราต้องการให้ลูกค้าได้ทานขนมเบื้องที่ทำเสร็จใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  • ทำใหม่ ทำสด ไม่ทำค้าง เช่น สมมุติไข่ได้มาวันนี้ พรุ่งนี้ต้องทำเลย จะไม่เก็บค้างไว้หลาย ๆ วัน เพราะจะทำให้ไข่เละ ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ เราจะทำวันต่อวัน ไม่มีการเก็บไปทำวันพรุ่งนี้
  • ออกแบบให้ทานง่ายขึ้น จากเดิมที่ขนมเบื้องเป็นรูปแบบพับครึ่ง ร้านเรามองว่า พอลูกค้ากลับไปถึงที่บ้านจะเละ ซ้อนทับกันจะไม่น่าทาน ยิ่งร้านเราใส่ครีมเยอะอยู่แล้ว จึงดัดแปลงเป็นขนมเบื้องแบบม้วนแทน

[irp posts=”14733″ name=”“Mango Tree” ขอสวนกระแสโควิด เดินหน้าขยายร้าน 17 สาขาในไทยและต่างประเทศ”]

เทคนิคที่ทำให้ร้านขนมเบื้องป้าเหน่งประสบความสำเร็จ

1.เลือกทำเลที่ลูกค้าเห็นชัด

ร้านขนมเบื้องป้าเหน่งเน้นจุดที่ลูกค้าเห็นชัด ได้แก่ มหาวิทยาลัย, ตลาด, ร้านสะดวกซื้อ, เซเว่น อีเลฟเว่น

2.เน้นขายถูก กระจายได้เยอะ

ร้านขนมเบื้องป้าเหน่งจะเน้นขายถูก แต่กระจายได้เยอะ ร้านเราจะขายขนมเบื้องถุงละ 20-30 บาทพอ ไม่ขายแพง เพราะเราคิดว่า ถ้าขายขนมเบื้องถุงละ 20 บาท จำนวนลูกค้ามี 10 คน ยังไงร้านเราก็สามารถขายได้ทุกคนเพราะเป็นราคาที่เอื้อมถึง แต่ถ้าขายขนมเบื้องถุงละ 40-50 บาท จำนวนลูกค้ามี 10 คน ลูกค้าอาจจะซื้อขนมเบื้องร้านเราเพียง 3-4 คนเท่านั้น

3.เน้นคุณภาพ

ร้านขนมเบื้องป้าเหน่งใส่ใจที่คุณภาพวัตถุดิบและรสชาติเสมอ 40 ปีที่แล้วแป้งกรอบอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังกรอบอยู่ รสชาติหวานกลมกล่อมอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม

4.ใส่ใจลูกค้าอยู่เสมอ

ร้านขนมเบื้องป้าเหน่งไม่ใช่ขายขนมเบื้องไปวัน ๆ เรามีการใส่ใจลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมเบื้องสดใหม่จากเตา เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอร่อย ๆ หรือเปลี่ยนจากขนมเบื้องพับครึ่งให้เป็นแบบม้วน เพื่อทานง่ายขึ้น เมื่อเราทำดี ลูกค้าชอบ เขาก็อยากกลับมาซื้อซ้ำ

5.ไม่หยุดพัฒนา

ถ้าเรื่องรสชาติ ส่วนผสมต่าง ๆ ยังคงเดิม แต่ที่พัฒนาขึ้นมาจะเป็นพวกถุง จากเดิมที่ใช้ถุงกระดาษธรรมดา ก็เริ่มติดต่อโรงงานจ้างผลิตถุงเป็นแบรนด์ของร้านเราเอง จากที่ลูกค้าซื้อได้ที่หน้าร้านสามารถทานได้เลย ตอนนี้มีขายแบบเป็นเซ็ตกลับบ้าน เพื่อลูกค้าจะได้นำกลับไปทำทานที่บ้านได้ มีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ

ปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์โควิด-19

“สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ลูกค้าไม่สามารถมาซื้อขนมเบื้องที่หน้าร้านเราได้ เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าสามารถทานขนมเบื้องเรา แล้วอร่อยเหมือนเดิม จึงเกิดไอเดียที่ว่า ทำขนมเบื้องเป็นเซ็ตกลับบ้าน น่าจะตอบโจทย์คือ แยกครีม แยกไส้ แยกแป้ง ซึ่งลูกค้าสามารถทำทานที่บ้านได้เลย ถ้าทานไม่หมดก็สามารถเก็บไว้ทานได้ 1 อาทิตย์

เรามีการจัดส่งขนมถึงหน้าบ้าน มีการทดลองว่า เมื่อนำครีมเข้าช่องแช่แข็งสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่  แป้งกรอบไหม ตั้งอุณหภูมิเท่านี้โอเคไหม กลิ่นเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่า

และเราได้วางแผนว่าจะเปิดขายแฟรนไชส์และเปิดคอร์สสอนอย่างจริงจัง แต่ ณ ตอนนี้ขยายสาขาในครอบครัวเท่านั้น เพราะสถานการณ์โควิด-19 เราไม่สามารถรับคนเข้ามาเรียนในบ้านได้ และเราไม่อยากให้คนที่ยังละเลงแป้งไม่เป็น หรือยังไม่ได้รู้ขั้นตอนต่าง ๆ มาเสียเงินค่าเตา ค่าวัตถุดิบ ซึ่งจำนวนเงินมันไม่ได้น้อย ๆ เลย ในอนาคตถ้าสถานการณ์ดีขึ้น เราก็อยากจะเปิดขายแฟรนไชส์ ตามที่ที่ตั้งใจไว้”  คุณฟาง กล่าว

“โครงการ เอส แอนด์ พี ร่วมใจสู้ภัย โควิด-19” มอบอาหารกล่อง เพื่อเป็นกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

0
เอส แอนด์ พี

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ยังคงเดินสายส่งกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรที่สนับสนุนด้านการบริหารจัดการวัคซีน ผู้ป่วยโรคโควิด-19 และชุมชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยมอบผลิตภัณฑ์อาหารกล่องพร้อมทาน จำนวน 3,700 กล่อง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 426,180 บาท แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนรวม 17 แห่ง ภายใต้โครงการ “S&P ร่วมใจสู้ภัย โควิด-19 ปี 2564” ระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน 2564

คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอส แอนด์ พี ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่อยู่เคียงข้างคนไทย ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 เริ่มระบาดจนถึงปัจจุบัน เราเดินสายช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการสนับสนุนอาหารกล่องปรุงสด สะอาด และปลอดภัยให้แก่ทุกท่าน สำหรับครั้งนี้เราส่งมอบอาหารกล่องพร้อมทาน จำนวน 3,700 กล่อง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 426,180 บาท ให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนต่าง ๆ ดังนี้

  1. โรงพยาบาลศิริราช
  2. โรงพยาบาลเลิดสิน สังกัดกรมการแพทย์
  3. โรงพยาบาลสนามเลิดสิน
  4. โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง) (โดยโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชและราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์)
  5. โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
  6. AIIR ICU หอผู้ป่วยวิกฤตแยกโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (ไอซียูสนามโรงพยาบาลราชวิถี)
  7. โรงพยาบาลสนามซีซียูพระมงกุฎเกล้า
  8. โรงพยาบาลพระราม9
  9. ไอซียูโรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์
  10. โรงพยาบาลสนามจังหวัดนครปฐม แห่งที่ 5 (โดยโรงพยาบาลพุทธมณฑลและโรงพยาบาลสามพราน)
  11. ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  12. โรงพยาบาลเอราวัณ 3 (โดยโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์)
  13. โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ (โดยมูลนิธิพุทธรักษาและโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ)

นอกจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขแล้ว เอส แอนด์ พี ยังส่งมอบอาหารแก่ชุมชนต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร ส่งมอบอาหารให้ชุมชนเขตบางกอกน้อย คือ ชุมชนสันติชลสงเคราะห์ ชุมชนซอยบุบผาสวรรค์ และชุมชนปลายซอยจรัญสนิทวงศ์29
  2. ศูนย์พักคอยวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร
  3. ชุมชนวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

อีกทั้งยังส่งกำลังใจให้แก่บุคลากรที่สนับสนุนด้านการบริหารจัดการวัคซีนแก่ผู้ประกันตน ได้แก่

  1. สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
วัดหงส์รัตนารามวรวิหารและชุมชนรอบวัด
วัดหงส์รัตนารามวรวิหารและชุมชนรอบวัด
รพ.ศิริราช
โรงพยาบาลศิริราช
รพ.เลิดสิน
โรงพยาบาลเลิดสิน
รพ.พระมงกุฎเกล้า-re
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
รพ.พระราม9
โรงพยาบาลพระราม9
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
รพ.เอราวัณ3
โรงพยาบาลเอราวัณ 3 (โดยโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์)
รพ.ราชวิถี
AIIR ICU หอผู้ป่วยวิกฤตแยกโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (ไอซียูสนามโรงพยาบาลราชวิถี)
รพ.สนามจังหวัดนครปฐมแห่งที่5
โรงพยาบาลสนามจังหวัดนครปฐม แห่งที่ 5 (โดยโรงพยาบาลพุทธมณฑลและโรงพยาบาลสามพราน)
รพ.สนามแสงแห่งใจ
โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ (โดยมูลนิธิพุทธรักษาและโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ)
ส่งมอบอาหารชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร-02
กรุงเทพมหานคร ส่งมอบอาหารให้ชุมชนเขตบางกอกน้อย คือ ชุมชนสันติชลสงเคราะห์ ชุมชนซอยบุบผาสวรรค์ และชุมชนปลายซอยจรัญสนิทวงศ์29

S&Pส่งมอบอาหารกล่อง-re

เอส แอนด์ พี ขอส่งมอบกำลังใจ ด้วยการสนับสนุนอาหารสะอาด ปลอดภัย แก่บุคลากรทางการแพทย์ผู้เสียสละ แทนคำขอบคุณจากใจ และเป็นพลังให้ประชาชนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้อย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน

LINE MAN ประกาศส่งฟรี ทุกออเดอร์ ! จากโครงการคนละครึ่ง ในระยะทาง 5 กิโลเมตรแรก ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2564

0
LINE MAN ประกาศส่งฟรี ทุกออเดอร์ !

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “จากรายงานของกระทรวงการคลัง (ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2564) เปิดเผยยอดใช้จ่ายสะสมโครงการคนละครึ่งผ่าน Food Delivery จำนวน 361.9 ล้านบาท เราเห็นยอดขายฝั่งร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งบน LINE MAN เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 80% สะท้อนให้เห็นผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงการ ส่งผลเชิงบวกต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในธุรกิจอาหาร”

LINE MAN จึงช่วยสนับสนุนโครงการนี้ไปอีกขั้น ด้วยการช่วยจ่ายค่าส่งให้ลูกค้าที่สั่งออเดอร์คนละครึ่งทุกออเดอร์จากร้านในระยะ 5 กิโลเมตร เป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศที่ LINE MAN ให้บริการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ลูกค้า และกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

LINE MAN คนละครึ่ง

“จากโครงการคนละครึ่ง รัฐได้เข้ามาช่วยอุดหนุนค่าอาหารครึ่งหนึ่งแล้ว และการงดเว้นค่าส่งในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้มาใช้สิทธิคนละครึ่งผ่าน LINE MAN มากขึ้น โดยร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งมีมากกว่า 45,000 ร้าน

นอกจากผู้ใช้สิทธิจะได้รับความสะดวกสบายในการสั่งอาหาร ไม่ต้องเสี่ยงออกจากบ้าน ได้ลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนเจ้าของร้าน พนักงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และไรเดอร์อีกหลายแสนครอบครัวได้อยู่รอดต่อไป”

ของใหม่ต้องลอง ! “Black Canyon Cold Brew Coffee Concentrate” กาแฟสกัดเย็น สกัดจากกาแฟอาราบิก้าแท้ 100%

0
Black Canyon

หากคุณเป็นคอกาแฟ ชื่นชอบรสชาติและหลงใหลในกลิ่นของ กาแฟ Cold Brew ไม่ชอบขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก “Cold Brew Coffee Concentrate” จาก Black Canyon เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณควรได้ลอง

“Black Canyon Cold Brew Coffee Concentrate” เป็นกาแฟสกัดเย็น ชนิดเข้มข้น และสกัดจากกาแฟอาราบิก้าแท้ 100 % ทางผู้ผลิตจะใช้กาแฟคั่วบด แช่ในน้ำเย็นเป็นเวลามากถึง 8 ชั่วโมง เพื่อสกัดรสชาติกาแฟอย่างพิถีพิถัน จนได้กาแฟที่นุ่ม ละมุน กลมกล่อม และมีคุณภาพกว่ากาแฟทั่ว ๆ ไป

กาแฟ Cold Brew แตกต่างจากกาแฟทั่วไปอย่างไร?

  • กาแฟ Cold Brew สกัดด้วยน้ำเย็น ใช้เวลาสกัดนานกว่ากาแฟทั่วไปที่สกัดด้วยน้ำร้อน
  • การทำ Cold Brew นิยมใช้เมล็ดกาแฟที่มีระดับการคั่วอ่อนลง เพื่อดึงรสชาติของกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่ สัมผัสที่ได้จากกาแฟ Cold Brew จึงนุ่มละมุน ดื่มง่าย และรสชาติไม่ขมจนเกินไป

ประโยชน์ของกาแฟ Cold Brew

ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

การสกัดหรือชงกาแฟด้วยน้ำในอุณหภูมิต่ำ ทำให้ยังคงสารอาหารในกาแฟเอาไว้ได้มาก ไม่ว่าจะเป็นคาเฟอีน, สารประกอบฟีนอลแมกนีเซียม, ไตรโกนีลีน, และสารลิกแนน ซึ่งสารเหล่านี้ อาจจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้

ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

กาแฟ Cold Brew ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน น้ำที่มีอุณหภูมิต่ำจะทำลายสารอาหารที่มีประโยชน์ในเมล็ดกาแฟน้อยกว่าน้ำร้อน ทำให้กาแฟยังคงหลงเหลือสารต้านอนุมูลอิสระ กรดคลอโลจีนิคอยู่มาก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ และมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติ ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป

ลดความอ้วน” ด้วยกาแฟ Cold Brew

ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมและไม่ขมของ “กาแฟ Cold Brew” จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องใส่นมหรือน้ำตาลในปริมาณที่มาก ซึ่งกาแฟ Cold Brew เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

ความเป็นกรดน้อย จึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะ

การสกัดเย็น ทำให้ “กาแฟ Cold Brew” มีค่าความเป็นกรด หรือ Acidity อยู่ในกาแฟน้อยมาก เนื่องจากความเย็นทำให้กรดในเมล็ดกาแฟละลายออกมาได้น้อยกว่าการผ่านความร้อน ทำให้กาแฟชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน

นำมามิกซ์เครื่องดื่มได้หลายประเภท

รสชาติของ “กาแฟ Cold Brew” ค่อนข้างกลมกล่อม ลงตัวอยู่แล้ว ทำให้การนำไปมิกซ์กับเครื่องดื่มหรือน้ำผลไม้อื่น ๆ ทำได้ง่ายขึ้นและหลากหลายประเภท

[irp posts=”14603″ name=” อย่าลืมสีฟ้า เวลาหิว” ถอดรหัสความสำเร็จ จากทายาทรุ่นที่ 3 คุณเกด ดร.นิษฐา รัชไชยบุญ (นันทขว้าง)”]

Black Canyon Cold Brew Coffee Concentrate

กาแฟ Cold Brew หรือ “กาแฟสกัดเย็น” เป็นกาแฟที่สกัดด้วยน้ำเย็น ซึ่งแตกต่างจากการชงกาแฟทั่วไปที่สกัดด้วยน้ำร้อน

ผลิตโดยนำกาแฟคั่วบดแช่ในน้ำเย็น (immersion) เป็นเวลา 8 ชั่วโมง เพื่อสกัดรสชาติของกาแฟออกมาทีละน้อย ๆ อย่างนุ่มนวลและไม่เร่งรีบ

cold brew

การสกัดเย็นทำให้รสชาติของ “กาแฟ Cold Brew” มีความพิเศษมากกว่าการสกัดผ่านน้ำร้อน โดยรสชาติจะขมน้อยกว่า ละมุนกว่า และรักษาคุณค่าของกาแฟได้อย่างธรรมชาติ

อีกทั้ง ยังมีความเข้มข้นสูง เพียงใช้ช็อทกาแฟสกัดเย็น 30-50 ml ผสมกับน้ำหรือนมเพิ่มเติม สามารถนำไปสร้างสรรค์เครื่องดื่มได้หลากหลายเมนู อร่อยและสะดวก โดยไม่ต้องมีเครื่องชง

ทำไมถึงต้องเลือก Black Canyon Cold Brew Coffee Concentrate

  • สกัดจากกาแฟอาราบิก้าแท้ 100%
  • ขนาดบรรจุ 1 ลิตร สามารถชงเครื่องดื่มได้ 20-30 แก้ว
  • ราคาปกติกล่องละ 495 บาท ลดพิเศษเหลือเพียงกล่องละ 450 บาท
  • สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทาง Shopee และ Lazada ได้เลย
  • สามารถเก็บในตู้แช่เย็น อุณหภูมิ 2-5 องศาเซลเซียส
  • อายุสินค้านานถึง 6 เดือน แต่ถ้าหากเก็บนานกว่านั้นรสชาติอาจเปลี่ยนแปลงได้

แนะนำวิธีการชง Black Canyon Cold Brew Coffee Concentrate

ดื่มแบบร้อน

  • Cold Brew Coffee Concentrate 50 ml/ เสิร์ฟ
  • Americano : เติมน้ำร้อน 150 ml
  • Caffè Latte : เติมนมร้อน 120 ml

หมายเหตุ : สามารถเติมน้ำตาลหรือน้ำผึ้งเพิ่มได้ตามต้องการ

ดื่มแบบเย็น

  • Cold Brew Coffee Concentrate 50 ml/ เสิร์ฟ
  • Americano : เติมน้ำเย็น 150 ml
  • Caffè Latte : เติมนมเย็น 120ml
  • Orange Cold Brew : เติมน้ำส้ม 120 ml
  • Soda Cold Brew : เติมน้ำโซดา 150 ml
  • Yuzu Cold Brew : เติมซอสยูสุ 30 ml และน้ำเย็น 90 ml

หมายเหตุ : สามารถเติมไซรัป, น้ำผึ้ง, และน้ำแข็งเพิ่มได้ตามต้องการ

“Black Canyon Cold Brew Coffee Concentrate” เหมาะมากในสถานการณ์โควิดแบบนี้ คุณสามารถทำทานเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องออกไปเสี่ยงข้างนอก หรือถึงแม้ว่าคุณไม่มีเครื่องชง คุณก็สามารถทำได้ แถมรสชาติยังอร่อยเหมือนซื้อจากที่ร้านอีกด้วย ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนที่ได้ลองแล้ว รู้สึกอย่างไร สามารถมาแชร์ให้พวกเราฟังกันได้นะครับ

“อย่าลืมสีฟ้า เวลาหิว” ถอดรหัสความสำเร็จ จากทายาทรุ่นที่ 3 คุณเกด ดร.นิษฐา รัชไชยบุญ (นันทขว้าง)

0

“SEE FAH” หรือร้านสีฟ้า เชื่อว่า ใครหลายคนน่าจะเคยไปนั่งทานที่ร้านอาหารกันมาบ้างแล้ว ถ้าใครเคยทานจะทราบเลยว่าคุณภาพและวัตถุดิบอาหารของทางร้าน ดีมาก ๆ เพราะทางร้านใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอนของการทำอาหารจริง ๆ

และในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ร้านสีฟ้า ก็มีเมนูอาหารเจไว้ต้อนรับกว่า 40 เมนู ซึ่งบางคนเวลาได้เห็นอาหารเจถึงกับต้องส่ายหน้าหนี เพราะอาหารเจที่เราเห็นส่วนใหญ่จะมีรสชาติจืด สีสันไม่น่าทาน มีแต่ผักเต็มไปหมด

แต่สำหรับร้านสีฟ้าแล้ว จะทำให้การทานอาหารเจของคุณเปลี่ยนไป นอกจากนี้ ยังมีเมนูปกติที่คนไม่ชอบทานเจเลยก็สามารถทานได้ ถือเป็นร้านอาหารที่น่านั่งและไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

“สีฟ้า” มีจุดเริ่มต้นเป็นมาอย่างไร ?

ผู้บริหารร้านสีฟ้า

คุณเกด หรือ ดร.นิษฐา รัชไชยบุญ (นันทขว้าง) ทายาทรุ่นที่ 3 ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สีฟ้า กรุ๊ป กล่าวว่า “ร้านสีฟ้าเปิดมาเป็นเวลา 85 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 1936 โดยเริ่มจากคุณปู่และคุณย่า คุณปู่เป็นคนไหหลำได้นั่งเรือสำเภามาและมาเจอคุณย่าที่เป็นแม่ค้าขายผลไม้ที่สะพานหัน จากนั้น จึงได้เปิดเป็นร้านไอศกรีม โดยจะนำผลไม้ที่เหลือมาปั่นเป็นไอศกรีม เช่น ไอศกรีมทุเรียน

ร้านไอศกรีมสมัยก่อนจะเป็นกำแพงสีฟ้าและหลอดไฟสีฟ้า ในช่วงนั้นยังไม่มีชื่อร้าน แต่มีคุณผู้หญิงท่านหนึ่งเรียกว่า “ร้านสีฟ้า” เราจึงนำชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อร้านนั่นเอง ร้านแรกจะตั้งอยู่ถนนราชวงศ์”

หัวใจสำคัญของการทำร้านสไตล์สีฟ้า

สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญและทำให้ร้านอาหารสีฟ้าประสบความสำเร็จมาจนถึง 85 ปี

  • คัดเลือกสินค้าและวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
  • คงความรสชาติแบบดั้งเดิม

ร้านสีฟ้าเปลี่ยนแค่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่เรื่องของรสชาติและคุณภาพยังคงเป็นแบบดั้งเดิมเหมือนที่เคยทำ อย่างข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ในยุค 85 ปี, เปาะเปี๊ยะสด, ขนมจีบแบบดั้งเดิม ทางร้านก็ยังมีขายอยู่

ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์
ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์

และยังมีบางเมนูที่ยังใช้วิธีการทำแบบโบราณเช่น บะหมี่ ซึ่งทางร้านจะใช้มือในการปั้นเป็นก้อน ซึ่งเป็นศิลปะของการทำอาหารอย่างแท้จริง

บะหมี่แห้งราชวงศ์
บะหมี่แห้งราชวงศ์

สิ่งที่ทำให้สีฟ้าแตกต่างจากแบรนด์ร้านอาหารอื่น

เรื่องคุณภาพ

ร้านสีฟ้ามีการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นตัวซอสต่าง ๆ ซึ่งมีการผลิตตัวซอสมากกว่า 20 ซอสที่ใช้ในร้านอาหาร คุณภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร้านคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

ความเป็นมาของสโลแกน

“อย่าลืมสีฟ้า เวลาหิว” คุณพ่อจิตติ รัชไชยบุญ เป็นคนตั้งสโลแกนและใช้สโลแกนนี้มานานกว่า  40 ปี นอกจากนั้น ยังนำมาทำเพลงอีกด้วย ชื่อเพลงว่า “อย่าลืมสีฟ้า เวลาหิว”

มีการปรับตัวอย่างไร ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ?

เนื่องจากร้านสีฟ้าเป็นร้านที่เก่าแก่ จึงต้องมีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านการตลาด, อาหาร, รูปแบบของร้านอาหารที่ต้องทำให้เข้ากับยุคสมัยของปัจจุบัน

การตลาด

การตลาดมีการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาเข้ากับโลกโซเชียลมากขึ้น

รูปแบบการขายอาหาร

ปกติเราคาดหวังว่า ลูกค้าจะเข้ามาทานอาหารในร้าน แต่ปัจจุบันด้วยสถานการณ์โควิด เราจึงมองจุด Delivery มากขึ้น เพราะลูกค้าหลายคนได้มาทานร้านสีฟ้าเพราะคุณพ่อคุณแม่พามา แต่ในอีกมุมหนึ่ง ลูกค้าก็รู้สึกสบายใจในการทานอาหารกล่องมากขึ้น ทำให้ร้านสีฟ้าต้องตีตลาด Delivery มากขึ้น ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง

มีการรับมือกับการให้บริการลูกค้า Gen ใหม่อย่างไร ?

Gen ใหม่จะมองหาอาหารที่มีความ healthy มากขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น มีเมนูใหม่มากขึ้น เราจึงสอดแทรกสิ่งพวกนี้เข้าไปในเมนูร้านสีฟ้ามากขึ้นด้วย อย่างเช่น เมนูเจ

ร้านสีฟ้าจะไม่ได้เป็นเจจ๋า แต่จะเป็นแบบ Beyond Meat เพื่อปรับให้เข้ากับน้อง ๆ รุ่นใหม่ได้ ส่วนความ healthy เราได้มีการเพิ่มผักสลัดเข้าไปในตัวอาหารเพิ่มขึ้น น้อง ๆ ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

ข้าวดอกมะขามเผือกอบ
ข้าวดอกมะขามอบเผือกหอมเจ
ตำลึงผัดแพลนต์เบสเจ
ตำลึงผัดแพลนต์เบสเจ
ลาบแพลนต์เบส
ลาบแพลนต์เบสทอดเจ
ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริก
ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกมะม่วงเจ
ต้มเห็ด
ต้มยำเห็ดรวมเจ
เกี๊ยวซ่าเจทอดทานกับน้ำจิ้ม
เกี๊ยวซ่าเจทอดทานกับน้ำจิ้ม
ซาลาเปา ร้านสีฟ้า
ซาลาเปาเจ

นอกจากเมนูอาหารเจแล้ว ทางร้านสีฟ้ายังมีเมนูอื่น ๆ ที่ควรค่าแก่การสั่งมาทานอย่างมาก ได้แก่ …

เป็ดย่างราชวงศ์
เป็ดย่าง
เห็ดชิเมจิทอดเกลือวาซาบิ สีฟ้า
เห็ดชิเมจิทอดเกลือวาซาบิ
เกี๊ยว
เกี๊ยวกรอบ
ข้าวไข่ข้นกุ้ง
ข้าวไข่ข้นกุ้ง
กล้วยไข่เชื่อม
กล้วยไข่เชื่อม
ไอศกรีมทุเรียนเยลลี่
ไอศกรีมกะทิเยลลี่

ในแง่ของการทำการตลาด ยุคก่อนกับยุคปัจจุบัน ร้านสีฟ้ามีการปรับเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ?

การทำตลาดในยุคก่อนจะออกไปทางหนังสือพิมพ์และภาพนิ่งเสียส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันจะเป็นเหมือน VLOG หรือวิดิโอมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น และทางร้านได้เพิ่มการตลาดให้กับนักท่องเที่ยวจีน โดยการให้บล็อกเกอร์ไทยและต่างประเทศเข้ามารีวิว

มีการบริหารในแต่ละสาขาอย่างไร ?

เรามี Centers Kitchen เพื่อทำการควบคุมวัตถุดิบ, ซอส, อาหาร และมีไว้เป็นที่จัดส่งไปตามสาขาต่าง ๆ ดังนั้น สินค้าจะผลิตในวันนี้และใช้พรุ่งนี้ สินค้าเราจึงค่อนข้างสด เพราะฉะนั้นตัว Delivery Centers จะเป็นที่ส่งสินค้า เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารให้ใกล้เคียงเกิน 90%

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือ มีการ Training พนักงานในการใช้วัตถุดิบให้ถูกต้อง ถูกลักษณะการทำอาหาร เมื่อพอนำมาประกอบกันจะทำให้อาหารจานหนึ่งมีความแม่นยำมากขึ้น

ในช่วงโควิดที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ? และมีแนวทางการรับมืออย่างไร ?

จริง ๆ แล้ว สีฟ้า กรุ๊ป ไม่ได้มีแค่ร้านสีฟ้า แต่มีทั้งหมด 3 กรุ๊ป

กรุ๊ป 1 : แบรนด์สีฟ้า

กรุ๊ป 2 : ทำอาหารทุกอย่างให้กับโรงแรม

กรุ๊ป 3 :  เป็นกรุ๊ปที่ทำอาหาร OEM แบรนด์ใดก็ตามที่มาจ้างเราทำ เราก็จะทำในแบรนด์นั้น  ๆ อย่างลูกค้าหลักของร้านเราคือ AirAsia ร้านเราก็จะทำอาหารกล่องให้

แต่พอยุคโควิด กรุ๊ปที่ได้รับผลกระทบคือ สายการบินและทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเราต้องมีการปรับตัวค่อนข้างสูง ส่วนของโรงแรม ปกติแล้วจะมีแต่นักท่องเที่ยว แต่วันนี้โรงแรมได้เปลี่ยนเป็น ASQ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามากักตัว 14 วัน ทำให้ทางร้านสีฟ้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

โดยเปลี่ยนเป็นอาหารกล่อง และเน้น Delivery มากขึ้น หลาย ๆ สินค้ามีการเกิดขึ้นในยุคโควิด ได้แก่ Frozen Homemade ซาลาเปาแช่แข็งหลากรสที่ลูกค้าสามารถนำไปทำทานที่บ้านได้เลย

เรามองว่า แทนที่ลูกค้าจะนำอาหารที่สำเร็จแล้วไป ตอนนี้ลูกค้ามีการอยากทำอาหาร อยากถ่ายรูปมากขึ้น ซึ่ง Frozen Homemade  น่าจะตอบโจทย์ลูกค้าที่สุด อีกทั้ง ยังมีวีดิโอการสอนทำบะหมี่หมูแดงให้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังทำ Delivery Kitchen ที่เป็นการนำแบรนด์หลายแบรนด์ของ สีฟ้า กรุ๊ป ได้แก่ SEE FAH (สีฟ้า), Bake Brother, ตั่วตั่วเปา, Osaka Ohsho (ร้านอาหารญี่ปุ่น) ทั้ง 4 แบรนด์จะมาอยู่ใน kitchen เดียวกัน ก็จะส่ง Delivery ทั้ง 4 แบรนด์เลย

การทำงานระหว่าง Gen แบบรุ่นสู่รุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?

“การทำงานระหว่าง Gen เป็นเรื่องที่คลาสสิคและเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องมีความอดทนซึ่งกันและกัน เพราะว่าแนวคิด, วิธีการทำงาน และหลักการจะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราผู้เป็น Gen 3 จะต้องให้ Gen 2 รู้สึกมั่นใจว่า เราไม่ไปทำร้านเขาพัง ส่วน Gen 2 ต้องมีความมั่นใจว่า เราจะทำให้เขาอยู่รอด

ซึ่งจุดตรงนี้กว่าจะไปเจอกันค่อนข้างยาก อย่าง Gen รุ่นใหม่อยากร่วมทำงานกับ Gen รุ่นเก่า อย่าคิดไปเปลี่ยนโลกเขา ไม่ว่าจะธุรกิจใดก็ตาม เราควรเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ก่อนและค่อย ๆ เริ่มทำไปทีละขั้นตอน เช่น เราเข้าไปทำ Marketing เราก็แค่ทำในส่วน Marketing เท่านั้น เคล็ดลับนี้ จะทำให้เราเป็น Gen ใหม่ที่รู้สึกว่าเราสามารถทำได้ แล้วค่อยสร้างความมั่นใจให้กับ Gen เก่าว่าคุณทำได้” คุณเกด กล่าว

แผนการตลาดของร้านสีฟ้า

ในช่วงโควิด แผนการตลาดจะเปลี่ยนเป็นรายอาทิตย์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์อย่าง Frozen Homemade จะออกภายในอาทิตย์เดียว หรือ Delivery Kitchen จะเปิดภายใน 2 อาทิตย์ แต่ถ้าเป็นช่วงปกติจะมีการวางแผนไว้เป็นปี

ฝากถึงผู้ประกอบการร้านอาหารอื่น ๆ

ปัจจุบันการเปิดร้านอาหารสามารถเปิดได้ง่ายมาก เพราะว่าปัจจุบันมีช่องทาง  Delivery คุณสามารถเปิดครัวเล็ก ๆ  หรือเปิดร้านอาหารเองได้ แต่ถึงแม้เปิดง่าย แต่มันยากที่จะทำให้ร้านอาหารอยู่รอด ซึ่งสิ่งที่ทำให้ร้านสีฟ้าประสบความสำเร็จคือ ควบคุมต้นทุนของอาหารและคิดราคาให้ถูกต้อง

นอกจากนี้ ควรศึกษาให้ครบวงจร  ไม่ใช่ดูแต่สินค้าที่ออกจำหน่ายเพียงอย่างเดียว ควรวางแผนการตลาด การทำบัญชี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แหล่ะ จะทำให้เราประสบความสำเร็จ ไม่ว่าร้านอาหารจะใหญ่หรือเล็กก็ตาม

[irp posts=”10913″ name=”“จีบ ติ่มซำ ฟิวชั่น” ทำร้านติ่มซำยังไง ให้ครองใจวัยรุ่นยุคเกาหลีญี่ปุ่นฟีเวอร์”]

“อย่าลืม สีฟ้าเวลาหิว” ปัจจุบัน ร้านสีฟ้าได้เปิดให้ลูกค้าสามารถมานั่งทานที่ร้านได้แล้ว บรรยากาศดีมาก อาหารก็อร่อย แถมราคาไม่แรง

บรรยากาศร้านสีฟ้า 2

สำหรับเทศกาลอาหารเจ ทางร้านสีฟ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ต.ค 2564 เพื่อน ๆ คนไหนที่ชื่นชอบการทานอาหารเจหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศ สามารถแวะมาทานได้ที่ร้านสีฟ้า หรือถ้าใครไม่สะดวกสามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก  

“โออิชิ ราเมน” และ “คาคาชิ” ชวนอิ่มเจ…อิ่มใจ ได้บุญ ตลอดเทศกาล

0
กินเจ “โออิชิ ราเมน” และ “คาคาชิ”

ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ “โออิชิ ราเมน” (OISHI Ramen) และ “คาคาชิ” (KAKASHI By OISHI) ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2564 สร้างสรรค์เมนูอาหารเจสไตล์ญี่ปุ่น ที่มาพร้อมวัตถุดิบคัดสรร คุณภาพสูง ได้แก่ แพลนต์เบส (Plant-Based) หรือนวัตกรรมโปรตีนเกษตรแบบใหม่ โปรตีนสูง ไขมันต่ำ

ขอแนะนำ เมนูราเมนผัดแห้งจาก โออิชิ ราเมน “ราเมนผัดซอสโหระพาเจ” เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปวากาเมะ รสชาติกลมกล่อม เพียงชุดละ 149 บาท และ เมนูดงบุริหรือข้าวหน้าญี่ปุ่นจาก คาคาชิ “ข้าวหน้ากะเพราเจ” รสชาติเข้มข้น…ถึงเครื่องกะเพรา เพียงชามละ 129 บาท

ราเมนซอสโหระพา

ข้าวหน้ากะเพราเจ

พร้อมเสิร์ฟให้อิ่มเจ อิ่มใจ ตลอดเทศกาลถึง 19 ตุลาคม 2564 เท่านั้น ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น หรือค้นหา โออิชิ ราเมน – คาคาชิ สาขาใกล้ ๆ คุณ คลิกโออิชิฟู้ดดอทคอม

3 เคล็ดลับที่ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรอด ในวิกฤตโควิด-19

0
เคล็ดลับร้านอาหารรอด

แม้ว่าจะมีการคลายล็อกดาวน์แล้วบ้าง แต่ ร้านอาหาร ก็ยังกลับมาขายอาหารได้อย่างไม่เต็มที่เหมือนแต่ก่อน ดังนั้น การมีแผนสำรองไว้ จึงเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง ซึ่งเคล็ดลับที่นำมาฝากกันมี 3 ข้อดังนี้

1.เข้าสู่ตลาดออนไลน์

หากคุณมีหน้า ร้านอาหาร เป็นช่องทางหลักแล้ว การนำ ร้านอาหาร เข้าสู่ระบบออนไลน์ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี คุณอาจจะสร้างเพจ ร้านอาหาร เพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อที่หลากหลายมากขึ้น ลูกค้าคนอื่น ๆ ได้รู้จักร้านอาหารของคุณมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ นอกจากคุณสามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีพแล้ว ยังดีต่อผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้านอีกด้วย

2.เพิ่มไอเดียใหม่ ๆ ให้กับร้านอาหาร

หลังจากที่ร้านอาหารของคุณเข้าสู่ตลาดออนไลน์แล้ว คุณสามารถเพิ่มไอเดียใหม่ ๆ ให้กับร้านอาหารคุณได้ เช่น การถ่ายทอดสดขายอาหาร คุณอาจจะนำวัตถุดิบในร้านอาหารมาประกอบเป็นเมนูของทางร้าน

หรือระหว่างการถ่ายทอดสด คุณอาจจะเปิดขายวัตถุดิบอย่างซอสสูตรเฉพาะของทางร้านในราคาพิเศษ จัดโปรโมชันในราคาที่น่ารัก  ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการโปรโมทร้านอาหารและเพิ่มลูกค้าได้อย่างดีเลย

[irp posts=”14431″ name=”3 ร้านอาหารเจ้าดังกับแนวทางการรับมือโควิด-19″]

3.ปรับบทบาทลูกทีมในร้านอาหาร

สำหรับในยุคโควิด-19 ผู้ประกอบการร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งในเรื่องของรายได้, ลูกค้า, วัตถุดิบ แต่ถ้ามองในแง่ดีวิกฤตครั้งนี้ ส่งผลให้ร้านอาหารมีช่องทางการสร้างรายได้มากขึ้น รู้จักวิธีการรับมือกับปัญหาได้ดี

และยิ่งลูกทีมในร้านอาหารของคุณมีจำนวนน้อยแล้วล่ะก็ ยิ่งเป็นโอกาสที่ดีเลยที่คุณจะได้เพิ่มทักษะให้แก่ลูกทีมของคุณ จากที่ลูกทีมมีหน้าที่ตอบคำถามลูกค้าออนไลน์หรือทางโทรศัพท์ ก็อาจจะให้เรียนรู้การทำอาหารเพิ่มด้วย นอกจากจะได้ทักษะการทำอาหารแล้ว ยังได้รู้จักร้านอาหาร, เมนูอาหาร และเข้าใจลูกค้ามากขึ้น