วิธีเก็บเนื้อสัตว์ให้คงคุณภาพที่ดีอยู่เสมอ

0
เนื้อสัตว์

การเก็บ เนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ เนื้อวัว ไก่ หมู หรือปลา คุณสามารถเก็บอาหารไว้ในช่องแช่แข็งได้นานที่สุดโดยการแช่แข็งอาหารเหล่านี้ไว้ที่ 0°F (-18°C) ซึ่งความเย็นในอุณหภูมินี้จะหยุดการทำงานของจุลินทรีย์

อย่างเช่น แบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา รวมทั้งชะลอการทำงานของเอนไซม์  การใช้ถุงซีลหรือเก็บ เนื้อสัตว์ ในถุงที่มิดชิดความชื้นจะช่วยให้อาหารเหล่านี้คงความสดได้นานขึ้น

แนวทางการเก็บเนื้อสัตว์ในช่องแช่แข็ง

เนื้อวัว

เนื้อวัวที่ยังไม่ได้ปรุงสุก คุณสามารถแช่แข็งไว้ได้หลายเดือนโดยที่ยังคงคุณภาพของเนื้อได้ โดยคุณสามารถเก็บชิ้นเนื้อต่าง ๆ เช่น เนื้อย่างหรือสเต๊ก แช่แข็งได้ตั้งแต่ 4-12 เดือน ส่วนเนื้อบดควรแช่แข็งไม่เกินสามถึงสี่เดือน จริง ๆ แล้วสามารถเก็บ เนื้อสัตว์ ไว้ในช่องแช่แข็งได้นานกว่านี้ แต่คุณภาพอาจไม่ดีเท่าเดิม

สัตว์มีปีก

สัตว์ปีกแช่แข็งสามารถเก็บไว้ได้นานถึงหนึ่งปีโดยไม่ทำให้คุณภาพลดลง ชิ้นส่วนของไก่ เช่น ต้นขา หน้าอก หรือปีก สามารถเก็บได้นานถึง 9 เดือน แต่เครื่องในไม่ควรเก็บเกินสามถึงสี่เดือน ในส่วนของไก่บดควรเก็บไว้ไม่เกินสามถึงสี่เดือนเช่นกัน

เนื้อหมู

สำหรับหมูดิบ จะคล้ายกับการแช่เนื้อวัว เนื้อหมูย่างสามารถแช่แข็งได้ 4-12 เดือน หมูสับสามารถแช่แข็งได้ 4-6 เดือน สำหรับเนื้อหมูที่ปรุงสุกแล้วแช่ตู้เย็นไว้เพียง 2-3 เดือนเพื่อคงคุณภาพไว้สูงสุด แต่ถ้าเป็นหมูที่ผ่านการแปรรูป เช่น แฮม ฮอทด็อก เบคอน แนะนำให้คุณแช่แข็งอาหารเหล่านี้เป็นเวลา 1-2 เดือนเท่านั้น

อาหารทะเล

สำหรับอาหารทะเลแช่แข็งนั้นจะมีความซับซ้อนกว่าปกติเล็กน้อย อย่างปลาไม่ติดมัน เช่น ปลาดุก สามารถแช่แข็งได้เป็นเวลุ6-8 เดือน ปลาที่มีไขมันอย่างปลาแซลมอนควรแช่แข็งไว้เพียง 2-3 เดือน

ในส่วนของ กุ้ง หอย และอาหารทะเลอื่น ๆ สามารถแช่แข็งได้ 3-6 เดือน อาหารทะเลที่ปรุงแล้วควรแช่เย็นไว้ไม่เกิน 4-6 เดือน และปลารมควันควรแช่แข็งไว้เพียง 2 เดือนไม่เช่นนั้นจะเสียรสชาติ

ดังนั้น หลังจากอ่านทั้งหมดนี้แล้ว คุณอย่าลืมแนวทางปฏิบัตินำไปปรับใช้ในทันที เพื่อให้ร้านอาหารของคุณ สามารถคงคุณภาพของวัตถุดิบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

DITP เลื่อนการประกวดรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นปี 2565

0
ตราสัญลักษณ์Thai SELECT 2565

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เลื่อนการประกวดรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT (ไทย ซีเล็คท์) ของผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปเป็นเดือนมีนาคม 2565 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน โดยจะประกาศรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์อีกครั้ง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนของการบริหารจัดการ กรมฯ จึงเลื่อนการจัดประกวดพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT (ไทย ซีเล็คท์) ของผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป จากวันที่ 9-10 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเดือนมีนาคม 2565

เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ต้องมีการสาธิตการปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่สมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากบริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารคาว อาหารหวาน เครื่องแกงสำเร็จรูป ตลอดจนน้ำจิ้ม เพื่อให้คณะกรรมการชิมรสชาติพร้อมพิจารณาให้คะแนน จึงไม่สามารถปรับการจัดกิจกรรมเป็นการดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้

หากยังคงจัดกิจกรรมจะเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก แม้จะมีมาตรการป้องการการติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน แต่เพื่อความปลอดภัยของคณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประกวด และการไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมฯ  จึงพิจารณาเลื่อนกิจกรรมดังกล่าวออกไปในปีหน้า โดยจะมีการประชาสัมพันธ์และประกาศรับสมัครผ่านเว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ www.ditp.go.th  และ www.thaiselect.com ในโอกาสต่อไป

สำหรับการพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปนั้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ อาหารไทยสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน (Thai Food : Ready to Serve/Ready to Eat)  อาหารไทยพร้อมปรุง (Thai Food : Ready to Cook)  และ น้ำจิ้มสำหรับอาหารไทย (Thai Food : Dipping Sauce) คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากรสชาติอาหาร นวัตกรรมคุณภาพอาหาร ขั้นตอนการเตรียมและปรุงอาหาร มาตรฐานการผลิต และบรรจุภัณฑ์

ซึ่งคณะกรรมการประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สถาบันอาหาร สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาหารไทย

สิทธิประโยชน์เมื่อได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประกอบด้วยการได้รับการพิจารณาคัดเลือกจัดแสดงสินค้าในส่วนนิทรรศการที่ได้รับจัดสรรพื้นที่ภายในงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในประเทศหรือต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจกรรมประชาสัมพันธ์ของกรมฯ ตามความเหมาะสม การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของกรมฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ได้รับการบรรจุรายชื่อในฐานข้อมูลของเว็บไซต์ และ Application Thai SELECT เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นต้น

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จำนวนทั้งสิ้น 603ผลิตภัณฑ์ จาก 54 บริษัท อาทิ ผลิตภัณฑ์ตรารอยไทย จากบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตราปรุงดี จากบริษัท อาเคเดีย ฟูดส์ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตราวนัสนันท์ จากบริษัท เชียงใหม่วนัสนันท์ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตราฉั่วฮะเส็ง จากบริษัท ฉั่วฮะเส็ง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตรานางรำ จากบริษัท ฟู้ดสเป็คเชียลไลซ์ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตราโลโบ จากบริษัท โกลโบ ฟู้ดส์ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตราเฮลซ์ บลูบอย จากบริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, ผลิตภัณฑ์ตราพันท้ายนรสิงห์ จากบริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง จำกัด และผลิตภัณฑ์ตราแม่พลอย บริษัท เทพผดุงมะพร้าว จำกัด เป็นต้น

ขายอาหารอีสาน ขายขนมไทยกำไรเพิ่มขึ้นแน่ แค่ใช้ข้าวเหนียวช้างล้านนา

0
แค่ใช้ข้าวเหนียวช้างล้านนา

แม้คนไทยจะทานข้าวสวยกันเป็นหลัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ข้าวเหนียว” คือข้าวอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งด้วยมีรสชาติอร่อย ให้พลังงานสูง อยู่ท้อง และทานคู่กับเมนูยอดฮิตอย่างส้มตำไก่ย่างได้ฟินแบบที่หาข้าวใดเทียบไม่ได้

อีกทั้งยังใช้ทำขนมไทยยอดนิยมได้หลากหลาย จึงทำให้ข้าวเหนียวเป็นหัวใจสำคัญของร้านอาหารอีสานและร้านขนมไทย ที่หากเลือกใช้ข้าวเหนียวไม่ดีพอ โอกาสที่จะขายดีจนลูกค้าติดใจก็จะมีน้อยลง

โดยในบทความนี้ ทีมงานเพื่อนแท้ร้านอาหารจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ข้าวเหนียวช้างล้านนา” แบรนด์ข้าวเหนียวจากเมืองเหนือ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวที่ดีที่สุดของประเทศไทย ซึ่งคุณภาพของ ข้าวเหนียวช้างล้านนา นั้นจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทุกเมนูข้าวเหนียวในร้าน ทำให้ทำกำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

ช้างล้านนาคือใคร ทำไมชื่อถึงไม่คุ้นหู?

ใครที่รู้สึกว่าไม่คุ้นชื่อแบรนด์ ข้าวเหนียวช้างล้านนา เลยก็คงไม่แปลก เพราะช้างล้านนาเป็นโรงสีข้าวเหนียวที่ไม่ได้เน้นการทำแบรนด์ข้าวของตัวเองเป็นหลัก หากแต่เน้นการปลูกและผลิตข้าวเหนียวคุณภาพส่งต่อไปยังร้านค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงผลิตข้าวเหนียวให้กับแบรนด์อื่น ติดแบรนด์อื่นจำหน่ายด้วย เพื่อให้คนไทยทุกคนได้ทานข้าวเหนียวคุณภาพดีที่สุด

แต่หากใครที่เป็นคนเหนือโดยแท้นั้น น่าจะพอทราบถึงความเชี่ยวชาญด้านการปลูกและผลิตข้าวเหนียวของช้างล้านนาเป็นอย่างดี เพราะช้างล้านนามีประสบการณ์ในการทำข้าวเหนียวมามากกว่า 20 ปีแล้ว สืบทอดกิจการโรงสีมาแล้วถึง 3 รุ่น

ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ และจนมาถึงรุ่นปัจจุบัน ซึ่งคุณต๊ะ ธีระ รักซ้อน เจ้าของโรงสีข้าวช้างล้านนารุ่นลูก ก็ยังคงทุ่มเทรักษาเอกลักษณ์ความอร่อย นุ่ม แบบที่ไม่มีใครเหมือนของ ข้าวเหนียวช้างล้านนา เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ช้างล้านนา

ข้าวเหนียวช้างล้านนาพิเศษกว่าข้าวเหนียวอื่นตรงไหน?

โดยทั่วไปถ้าจะให้บอกถึงคุณลักษณะของข้าวเหนียวคุณภาพแล้ว 2 ข้อหลัก ๆ ที่ทุกคนจะพูดเหมือนกันก็คือ “อร่อย” และ “นุ่ม” ซึ่งข้าวเหนียวช้างล้านนาก็นุ่มและอร่อยเช่นกัน แต่ในความพิเศษที่มากกว่านั้น ก็คือ ความนุ่ม ความอร่อยของข้าวเหนียวช้างล้านนา จะคงอยู่ได้ยาวนานกว่าข้าวเหนียวปกติทั่วไปมาก

โดยถึงแม้จะถูกวางทิ้งไว้ให้โดนลม ก็จะไม่แห้งแข็ง หรือแม้จะถูกทิ้งนานจนข้ามวัน เมื่อนำกลับมาอุ่นใหม่ก็จะนุ่ม อร่อย เหมือนกับข้าวเหนียวหุงใหม่ครั้งแรก ที่สำคัญคือสำหรับข้าวสารเหนียว หรือข้าวเหนียวช้างล้านนาที่ยังไม่ได้ถูกนำไปหุงนั้น จะคงสภาพความสมบูรณ์อยู่ได้นานมากกว่า 6 เดือนหลังเก็บเกี่ยว ต่างจากข้าวเหนียวทั่วไปที่หลังเก็บเกี่ยว 2-3 เดือน หากไม่ได้นำไปใช้ก็จะแข็ง และคุณภาพลดทอนลง

ซึ่งจากคุณสมบัติพิเศษตรงนี้จึงตอบโจทย์สำหรับร้านอาหารอีสาน ร้านขนมไทยมาก เพราะเป็นร้านที่ต้องใช้ข้าวเหนียวตลอด ต้องกักตุนข้าวสารเหนียวเพื่อควบคุมต้นทุน การใช้ข้าวเหนียวช้างล้านนา จึงช่วยลด Waste จากข้าวสารเหนียวเสื่อมคุณภาพได้

รวมถึงข้าวเหนียวที่หุงขาย ก็นุ่ม หุงข้ามวันก็ยังนุ่มเหมือนใหม่ ทำให้ลูกค้าติดใจ และไม่ต้องประสบปัญหาข้าวเหนียวหุงแล้วเหลือต้องทิ้ง นอกจากนั้นแล้ว ข้าวเหนียวช้างล้านนายังหุงง่าย ไม่ต้องแช่น้ำนาน ใช้เวลาน้อย ทำให้ร้านอาหารช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะกับการทำข้าวเหนียวมูน ที่ต้องหุงอย่างพิถีพิถัน แต่หากใช้เป็นข้าวเหนียวเขี้ยวงูช้างล้านนาก็จะช่วยประหยัดเวลาได้ขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

ช้างล้าน

3 สิ่งสำคัญที่เลียนแบบไม่ได้ที่ทำให้ข้าวเหนียวช้างล้านนาคุณภาพไม่เหมือนใคร

ความนุ่ม ความอร่อย ข้ามวันข้ามคืนไม่แห้งแข็งของข้าวเหนียวช้างล้านนานั้น เป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบ เพราะปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ 

1.ปลูกในพื้นที่ดีที่สุดของไทย 

ข้าวเหนียวช้างล้านนาจะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของจังหวัดเชียงรายและพะเยาเท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศดีที่สุดสำหรับการปลูกข้าวเหนียว คือ มีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง มีน้ำค้างยอดหญ้าตลอดทั้งปี แม้กลางวันอากาศจะร้อน แต่พอตะวันตกดิน อากาศก็จะเย็นทันที

ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าช้ากว่าปกติ ข้าวจึงสังเคราะห์แสงได้เต็มที่กว่าช่วงเวลาอื่น ๆ ข้าวเหนียวช้างล้านนาในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นที่สุดของข้าวเหนียวคุณภาพที่นุ่มอร่อยได้ยาวนาน ซึ่งไม่ต้องกังวลด้วยว่าแต่ละเมล็ด แต่ละถุงจะคุณภาพไม่เท่ากัน เพราะเป็นข้าวฤดูกาลเดียวกันทั้งหมด

2.ผลิตในโรงสีคุณภาพสูง

ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีของการทำโรงสี ช้างล้านนาจึงรู้ดีกว่าต้องใช้เครื่องจักรแบบไหนถึงผลิตข้าวออกมาได้คุณภาพมากที่สุด ซึ่งที่โรงสีข้าวช้างล้านนาจะใช้เครื่องจักรทันสมัยจากเยอรมัน และเครื่องจักรรุ่นเก๋าจากจีน ผสมผสานกัน

มีเครื่องแยกหิน เครื่องกระเทาะเปลือก แยกแกลบ แยกข้าวกล้อง คัดรำ และที่สำคัญคือมีสูตรเก็บข้าวเปลือกข้าวสารในถังหล่อปูนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสูตรนี่นั้นทำให้ข้าวเหนียวช้างล้านนานุ่ม เนียน สะอาด ปลอดภัย และหวานเป็นพิเศษ

3.พิถีพิถันใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต

ตั้งแต่ปลูกจนถึงการสีข้าวออกมาเป็นเมล็ด จะได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง โดยในขั้นตอนการสีข้าว จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพทุก ๆ ชั่วโมง และก่อนจะนำข้าวขึ้นจัดเก็บก็จะมีการตรวจสอบอีกครั้งโดยละเอียด ข้าวช้างล้านนาทุกเมล็ดที่ออกจากโรงสี จึงเป็นข้าวคุณภาพในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

[irp posts=”9901″ name=”หุงข้าวญี่ปุ่นยังไง ให้นุ่มเหนียวโดนใจอร่อยเหมือนต้นตำรับ”]

“สันป่าตอง” & “เขี้ยวงู” ข้าวเหนียวคุณภาพคู่หูที่เป็นเพื่อนแท้ของร้านอาหาร

ในความเป็นจริงแล้วช้างล้านนานั้นมีข้าวหลากหลายสายพันธุ์ หลากหลายชนิดจำหน่าย หากแต่ข้าวที่เป็นไฮไลท์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากร้านอาหารอีสานและร้านขนมไทยทั้งในภาคเหนือและทั่วประเทศนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ข้าวเหนียวสันป่าตอง และ ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย

ซึ่งข้าวเหนียวทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นข้าวเหนียวคุณภาพทั้งคู่ แต่ต่างกันตรงที่เป็นคนละสายพันธุ์กัน โดยข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ถือเป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ดีที่สุดของไทย มีความนิ่มกว่า มีกลิ่นหอมมากกว่า ปลูกได้เพียงปีละครั้งช่วงเดือน 11-12 ของปีเท่านั้น จึงมีราคาสูงกว่า

เหมาะใช้ทำข้าวเหนียวมูน ที่เป็นหัวใจสำคัญของเมนูข้าวเหนียวมะม่วง ส่วนข้าวเหนียวสันป่าตองคัดพิเศษนั้น จะเหมาะกับการใช้หุงทานคู่กับเมนูอาหารอีสาน อาหารเหนือทั่วไป อาทิ ส้มตำ ไก่ย่าง น้ำพริก ฯลฯ เพราะคุณภาพดีและราคาย่อมเยามากกว่า

ช้างล้าน

สั่งข้าวเหนียวช้างล้านนาออนไลน์ส่งฟรีทั่วไทย แม้สั่งแค่ถุงเดียว

ในปัจจุบันที่สถานการณ์โรคระบาดยังไม่คลี่คลาย ทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับร้านอาหาร ที่ยอดขายลดลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารไม่ได้ลดตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ช้างล้านนาจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของการได้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ ชาวร้านอาหาร

โดยการส่งข้าวเหนียวออนไลน์ให้ได้ทั่วไทย คือไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ก็สามารถสั่งซื้อข้าวเหนียวช้างล้านนาผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แบบฟรีค่าจัดส่ง ซึ่งก็ไม่ได้มีขั้นต่ำว่าจะต้องซื้อจำนวนมากแต่อย่างใด เพียงซื้อแค่ 1 ถุงเล็ก 5 กิโลกรัม เหมือนที่เราซื้อข้าวสารกินกันปกติ ก็ได้สิทธิ์ส่งฟรีไปเลยทันที

ทำให้ใครที่ไม่อยากออกจากบ้าน ก็ซื้อออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น และสำหรับร้านอาหารที่ต้องใช้ข้าวเหนียวเป็นประจำ จำนวนมาก ก็สามารถสั่งซื้อได้อย่างง่ายดาย และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาในการเดินทางไปซื้อได้มากขึ้น ช่วยให้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นได้

ช้างล้าน

โปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม เพื่อชาวเพื่อนแท้ร้านอาหารโดยเฉพาะ

นอกจากจะส่งฟรีแล้ว ช้างล้านนายังเอาใจช่วยผู้ประกอบการชาวเพื่อนแท้ร้านอาหาร ด้วยการมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการข้าวเหนียวเขี้ยวงู หรือ ข้าวเหนียวสันป่าตองไปใช้เพิ่มมูลค่า ทำกำไรให้กับร้านของตัวเอง โดยรายละเอียดโปรโมชั่น มีดังนี้

  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงรายแท้ 100% 1 ถุงเล็ก 5 กิโลกรัม 250 บาท ซื้อ 2 ถุง รับส่วนลด 20 บาท
  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงรายแท้ 100% 1 ถุงใหญ่ 45 กิโลกรัม 2,000 บาท 
  • ข้าวเหนียวสันป่าตองคัดพิเศษ 1 ถุงเล็ก 5 กิโลกรัม 175 บาท ซื้อ 2 ถุง รับส่วนลด 20 บาท
  • ข้าวเหนียวสันป่าตองคัดพิเศษ 1 ถุงใหญ่ 45 กิโลกรัม 1,200 บาท
  • ข้าวเจ้าหอม (ข้าวเหนียวผสมข้าวหอมมะลิ) 1 ถุงเล็ก 5 กิโลกรัม 140 บาท ซื้อ 2 ถุง รับส่วนลด 20 บาท
  • ข้าวเจ้าหอม (ข้าวเหนียวผสมข้าวหอมมะลิ) 1 ถุงใหญ่ 45 กิโลกรัม 940 บาท
  • ส่งฟรีทั่วไทย แม้สั่งเพียงแค่ 1 ถุงเล็ก
  • สนใจสั่งซื้อได้ที่
  • ต้องการสั่งซื้อจำนวนมาก หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย ขอราคาพิเศษเพิ่มเติมได้ทาง
    Inbox เพจ “ข้าวช้างล้านนา” หรือ “LineOA : @changlannarice
    โดยทักว่า “ขอราคาข้าวโปรตัวแทนข้าวเพื่อนแท้” 
  • โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 31 ตุลาคม 64 (หรือตามแต่จะมีการเปลี่ยนแปลง)

ช้างล้าน

เมื่อร้านอาหารอีสาน ร้านขนมไทย ใช้ข้าวเหนียวคุณภาพดีเป็นวัตถุดิบหลัก แน่นอนว่าลูกค้าย่อมสัมผัสได้ ซึ่งความอร่อย ความนุ่มที่พิเศษไม่เหมือนใคร จะยิ่งช่วยทำให้ลูกค้าประทับใจ และติดใจกลับมาซื้อน้ำได้ง่ายมากขึ้น

ซึ่งสำหรับร้านอาหารใดที่ขายข้าวเหนียวมูนเป็นหลัก มีเมนูข้าวเหนียวมูนเป็นจุดเด่น หากสามารถทำให้ข้าวเหนียวมูนมีความพิเศษเพิ่มขึ้นได้ ก็จะถือเป็นเมนูที่มีมูลค่าที่ทำกำไรให้ได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ดังนั้นแล้ว การให้ความสำคัญกับการเลือกข้าวเหนียวคุณภาพดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

และข้าวเหนียวเขี้ยวงู และข้าวเหนียวสันป่าตองคัดพิเศษของข้าวช้างล้านนา ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่คุณภาพดีและราคาย่อมเยา ซึ่งใครที่ยังไม่เคยได้ลองพิสูจน์ ไม่ควรพลาดที่จะลองดูสักครั้ง

 

กรณีน่าศึกษากลยุทธ์กู้วิกฤต ข้าวขาหมูพ.4 ปรับแนวคิด เปลี่ยนวิธี ใช้สูตรที่มีพัฒนาเป็นสินค้าทำกำไร

0
ข้าวขาหมู

ในสถานการณ์โควิด-19 ผู้ประกอบการร้านอาหารต่างมีวิธีการรับมือ เพื่อให้ร้านอาหารของตนเองไปรอด จากที่เปิดให้บริการแค่ในร้าน ก็ปรับเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มเดลิเวอรีกันมากขึ้น

แต่สำหรับร้าน ข้าวขาหมู พ.4 ที่จะพูดถึงนี้ นอกจากจะมีวิธีการรับมือที่น่าสนใจแล้ว ยังได้ผลตอบรับดี ต่อยอดได้หลากหลายเมนูอีกด้วย

ประวัติความเป็นมา

ร้านข้าวขาหมู พ.4 ย่านดินแดง เปิดขายมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี เป็นธุรกิจที่ต่อยอดมาจากรุ่นพ่อ ปัจจุบันได้ส่งต่อให้กับคุณพล-กรพล แก้วกรรณิพากร ทายาทรุ่นที่ 2 ต้องบอกเลยว่า ข้าวขาหมูเจ้านี้ เด็ดมาก รสชาติอร่อย ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน

วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อร้านอาหารอย่างไร

คุณกรพล กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจเราเต็ม ๆ  โดยเฉพาะมาตรการห้ามรับประทานอาหารที่ร้าน ทำให้ลูกค้าหายไป 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะรายได้หลักมาจากการทานที่ร้านถึงครึ่งหนึ่ง

ส่วนปัญหาช่องทางออนไลน์คือ ค่า GP สูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ร้านอาหารมีค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย ในเรื่องของวัตถุดิบก็หายากเพราะตลาดปิดและสินค้าหลายอย่างก็แพงขึ้น คนค้าขายเลยต้องทำทุกทาง เพื่อพยุงร้านอาหารให้อยู่รอด เราเลยต้องตรึงทุกทาง เพื่อให้พอได้กำไรสักนิดก็ยังดี”

[irp posts=”14473″ name=”“โออิชิ” ร่วมกับ “เบทาโกร” เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงสไตล์ญี่ปุ่น สะดวก อร่อย ง่ายสำหรับทำกินเองได้ที่บ้าน”]

แนวทางการปรับตัวของร้านอาหาร

ช่วงโควิดระลอกแรก ส่งผลให้ร้านข้าวขาหมู พ.4 หยุดเป็นอาทิตย์เลย แต่คุณกรพลไม่เคยท้อ เขาใช้เวลานั้นในการพัฒนานวัตกรรมใหม่จนได้ขาหมูสำเร็จรูปพร้อมทานในชื่อว่า “ขาหมูสู้ Covid”  ซึ่งขาหมูสู้ Covid  ทำจาก “เครื่องซูวี” ที่เขามีอยู่ นั่นเอง

หมายเหตุ เครื่องซูวี คือ เครื่องทำอาหารภายใต้สุญญากาศ โดยการควบคุมอุณหภูมิความร้อนให้คงที่ตามที่กำหนด สามารถรักษาคุณภาพมาตรฐานและรสชาติได้ดีขึ้น

และสำหรับโควิดระลอกนี้ เขาก็ได้พัฒนาอีกเมนูหนึ่งคือ “ข้าวมันไก่สมุนไพร” เขาไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเลย เพียงแต่เลือกใช้สิ่งที่มีอยู่ ได้แก่ เครื่องซูวี เครื่องซีลสุญญากาศ และโนว์ฮาว นำมาใช้พัฒนาข้าวมันไก่สมุนไพร จากนั้น เขาได้ศึกษาขั้นตอนการทำ คิดค้นสูตร การตั้งอุณหภูมิน้ำร้อน ทดลองทำ ทดสอบรสชาติ จนกลายเป็นข้าวมันไก่สมุนไพรที่ไม่มีใครเหมือน

“อย่างตัวข้าวจะหุงในถุง โดยใส่ข้าวสารและเครื่องหมักเครื่องสมุนไพรลงไป รวมถึงใบเตย แล้วเอาไปหุงพร้อมถุง ไม่ใช่การหุงเสร็จแล้วเอามาพาสเจอร์ไรซ์เหมือนที่ทำกัน วิธีการนี้ จะช่วยรักษาเมล็ดข้าวให้สวย รสชาติก็จะเข้มข้นและถึงเครื่องมากกว่า

ส่วนตัวไก่ จะใช้ไก่หมักสมุนไพร พอใส่ลงไปในเครื่องซูวีจะหอมเข้าไปในเนื้อไก่ ซึ่งเป็นสูตรที่เราคิดค้นขึ้นมา เพื่อที่พยายามให้แตกต่างจากข้าวมันไก่ทั่วไป เพราะว่าเราต้องการขายในราคาที่สูงกว่าคนอื่น ฉะนั้นเราต้องแตกต่าง ซึ่งรสชาติก็เป็นหนึ่งในนั้น เราต้องมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ด้วย ไม่ใช่แค่มีสินค้าที่ยึดอายุได้เท่านั้น” คุณกรพล กล่าว

เหตุผลที่เขาทำเมนูนี้ขึ้น เพราะมองเห็นว่า ถ้าตลาดปิด ผู้คนหาซื้ออะไรไม่ได้ การที่ลูกค้ามาสั่งสินค้าในร้านเรา แล้วเราไม่ได้มีตัวเลือกอย่างอื่นเลย ยอดขายก็คงไม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะดีกว่าไหม ถ้ามีเมนูที่หลากหลาย สามารถทานได้เลย หรือลูกค้าจะเก็บไว้ทานเป็นปีก็ยังได้ ซึ่งมันก็น่าจะเป็นโอกาสในการขาย ทำรายได้ได้มากขึ้น

นอกจาก “ขาหมูสู้ Covid”  และ “ข้าวมันไก่สมุนไพร” เขายังมีเมนูใหม่คือ “ข้าวขาหมูคีโต” ที่พัฒนาร่วมกับสถาบันอาหาร สามารถเก็บนอกตู้เย็นได้นานถึงปีครึ่งเลย

เหตุผลที่เลือกข้าวขาหมูคีโตเพราะว่า กระแสของคีโตกำลังมาแรง ผู้คนส่วนใหญ่หันมารักสุขภาพกันมากขึ้น โดยความพิเศษของทางร้านจะใช้ไขมันดีของมันมาทำ ลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดโซเดียม แต่เมื่อลูกค้าทานแล้วก็ยังให้รสชาติที่อร่อยเหมือนเดิม และไม่ต้องกังวลว่าจะอ้วนอีกด้วย นอกจากเมนูที่ได้กล่าวไป ยังมีข้าวหน้าไก่สำเร็จรูป เมนูจำพวกบะหมี่อย่างบะหมี่ขาหมู เป็นต้น

คุณกรพล ได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “ผมมองว่าสิ่งสำคัญมันไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือการที่เรามีความเข้าใจในสินค้าของเรามากกว่า อันดับแรกเลยผมอยากให้ทุกคนตั้งสติ แล้วมาดูว่าอะไรที่เราพอทำได้บ้างในสถานการณ์เช่นนี้ โดยไม่ต้องไปลงทุนใหม่และไม่ต้องไปลงทุนเยอะ

เพราะตอนนี้อย่างที่ทราบกันว่า ทุกอย่างมันแย่ อะไรที่มันทำให้เราขายได้หรือพอทำได้เราต้องทำ เอาเท่าที่เราพอทำได้ก่อน ลองหาวิธีขาย ลองเปลี่ยนเวลาขาย หรือขยายเวลาดู ลองเพิ่มเมนูที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ

อย่างผมเองผมทำข้าวก็ขายได้ ผมก็ลองเพิ่มบะหมี่เข้ามาเป็นบะหมี่ขาหมู คุณไม่ต้องไปเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่อะไร คุณแค่แตกออกมาจากไลน์ผลิตภัณฑ์เดิมของคุณเอง ขอให้สู้ ๆ  เพราะปีนี้ เราต้องเจอกับหลายอย่างมาก ถ้าถามว่าจะต้องงัดวิธีไหน ผมมองว่าต้องงัดทุกวิธี”

 

 

Resource : https://www.smethailandclub.com/

4 เครื่องมือสร้างลูกค้าใหม่ สำหรับร้านอาหาร

0
เครื่องมือสร้างลูกค้าใหม่

ในปัจจุบัน มีทั้ง ร้านอาหาร ที่ปิดตัวลงและเปิดใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งบางร้านที่ปิดตัวลงไป อาจเป็นเพราะไม่รู้จักการทำการตลาดที่ดีพอก็เป็นได้ วันนี้ทางเพื่อนแท้ ร้านอาหาร มีเครื่องมือสร้างลูกค้าใหม่ สำหรับ ร้านอาหาร มาฝากกันครับ

1.การใช้ Google ให้เป็นประโยชน์

เพราะปัจจุบันการใช้ Google ในการค้นหา ร้านอาหาร ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายมากเพียงแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่คุณศึกษาเรื่องการใช้งาน Google ต่าง ๆ เช่น การ ปักหมุดใน google map ให้ถูกต้อง

การใช้ google my business เพื่ออัพเดทข้อมูลต่าง ๆ ของ ร้านอาหาร ของคุณตลอดเวลา อย่างเช่น เมนูใหม่ ๆ โปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อให้ร้านของคุณติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหา

2.เป็นพันธมิตรกับธุรกิจในท้องถิ่น

เรียกได้ว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างการ การรับขนมในชุมชนมาขายที่ร้าน ซึ่งสิ่งเล็ก ๆ น้อยหรือการแบ่งปันของคุณ นอกจากจะเป็นการได้ช่วยเหลือคนในชุมชนนั้น ๆ แล้ว อาจเป็นการช่วยเพิ่มลูกค้าในอนาคตอีกไม่มากก็น้อยจากการบอกต่อนั่นเอง

[irp posts=”14522″ name=”กรณีน่าศึกษากลยุทธ์กู้วิกฤต ข้าวขาหมูพ.4 ปรับแนวคิด เปลี่ยนวิธี ใช้สูตรที่มีพัฒนาเป็นสินค้าทำกำไร”]

3.ให้ความสำคัญกับรีวิวจากลูกค้า

รับปรุงการให้บริการจากรีวิวของลูกค้า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เลือกร้านอาหารจากรีวิวเป็นหลัก โดยเฉพาะกับลูกค้าใหม่ๆ  หากร้านของคุณมีรีวิวที่ไม่ดี มีการคอมเพลน

แน่นอนว่าลูกค้าไม่กล้าเข้ามารับประทานแน่ ๆ ซึ่งถ้าหากเรายอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และนำคำรีวิวมาปรับปรุงแก้ไข ก็อาจทำให้ลูกค้าเก่าและลูกค้าที่เข้ามาใหม่พอใจอย่างแน่นอน

4.ช่วงเทศกาลก็สำคัญ

อย่าลืมที่จะมีโปรโมชั่นต่าง ๆ ตามเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่, วันคริสต์มาส , วาเลนไทน์,  รวมทั้งอีเวนท์ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่สร้างโอกาสในการมีลูกค้าใหม่ ๆ มาใช้บริการร้านอาหารของคุณทั้งสิ้น

อย่าลืมที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ เมนูใหม่ ๆ ให้เหมาะกับแต่ละเทศกาลด้วย คิดให้แตกต่างแล้วร้านอาหารของคุณจะแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์

“เบคอน” กับ “หมูสามชั้นสไลด์” ใช่แบบเดียวกันหรือเปล่านะ?

0
“เบคอน” กับ “หมูสามชั้นสไลด์”

เบคอนและ หมูสามชั้นสไลด์ เป็นวัตถุดิบที่สร้างสรรค์เป็นเมนูอะไรก็แสนจะอร่อย ไม่ว่าจะนำไปย่างทานคู่กับน้ำจิ้มสุกี้ หรือนำไปทำกะเพรา หมูสามชั้นสไลด์ ข้าวผัดเบคอนทานคู่กับน้ำปลาจิ้มพริก

แต่เชื่อไหมว่า ยังมีหลายคนที่ยังเข้าใจผิดคิดว่า เบคอนกับหมูสามชั้นสไลด์คือแบบเดียวกัน ต่างกันแค่ชื่อเรียก ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย..

ความแตกต่างระหว่างเบคอนกับหมูสามชั้นสไลด์

หมูสามชั้นสไลด์

สำหรับหมูสามชั้นสไลด์ จะใช้ส่วนด้านข้าง ช่วงล่างของเนื้อหมู หรือที่มีไขมันมากที่สุด จากนั้น จะนำไปแล่เป็นแผ่นบาง ๆ เพื่อนำไปประกอบอาหารต่อไป รวมไปถึงการทำเบคอนด้วย รสชาติของหมูสามชั้นสไลด์ จะมีรสชาติจืด เมื่อเทียบกับเบคอน

หมูสามชั้นสไลด์ สามารถทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวหมูเกาหลี กะเพราหมูสามชั้นสไลด์ เป็นต้น แม้ว่าราคาอาจจะไม่แรงเท่าเบคอน แต่ก็ต้องแลกมากับระยะการเก็บที่น้อย นั่นเอง

[irp posts=”14500″ name=”วิธีเช็คไข่ไก่ว่า หมดอายุแล้วหรือยัง?”]

เบคอน

สำหรับเบคอน จะใช้หมูสามชั้นติดมัน ส่วนท้อง ส่วนในที่มีมันค่อนข้างน้อย หรือส่วนคางที่มีไขมันมาก เบคอนไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเนื้อหมูอย่างเดียว สามารถใช้เนื้ออื่น ๆ มาทำเบคอนได้เหมือนกัน

ซึ่งกว่าจะมาเป็นเจ้าเบคอนได้นั้น จะต้องผ่านกระบวนการถนอมอาหารที่เรียกว่า การหมัก โดยจะหมักเกลือหรือน้ำเกลือนานเป็นสัปดาห์เลย

จากนั้น จะนำไปรมควันและแช่เย็นต่อไป รสชาติจะออกเค็ม ๆ มีกลิ่นรมควัน แม้ว่าเบคอนจะมีราคาแพง แต่สามารถเก็บไว้ทานได้นานกว่าหมูสามชั้นสไลด์อย่างแน่นอน เบคอน สามารถทำได้หลากหลายเมนู ได้แก่ เบคอนคั่วพริกเกลือ ข้าวผัดเบคอน

สรุปได้ว่า เบคอนกับหมูสามชั้นสไลด์ไม่ใช่แบบเดียวกันอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ ทั้งสองอย่างนี้ มีความแตกต่างกันตรงกรรมวิธีการทำ นั่นเอง

การตลาดที่ดีที่สุดสำหรับร้านอาหาร (ฉบับอัพเดต)

0
ร้านอาหาร

การตลาดสำหรับ ร้านอาหาร มีความซับซ้อนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ ทำให้ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการ ร้านอาหาร ให้อยู่รอด

นอกจากนั้น ร้านอาหาร ยังต้องแข่งขันกันเองอีกด้วย วันนี้ทางเพื่อนแท้ร้านอาหาร จึงได้รวมกลยุทธ์ทางร้านอาหารฉบับล่าสุดมาฝากกันครับ

1.ทำ Google Business

เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้จาก Google ในการค้นหาร้านอาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ การมี Google Business ก็เป็นอีกหนึ่งข่องทาง ที่จะทำให้ลูกค้าค้นหาเราเจอได้ง่ายขึ้น ซึ่งใน Google Business จะแสดงตำแหน่งของคุณ รูปภาพ ลิงก์เว็บไซต์ ฯลฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้ลูกค้าตัดสินใจ

2.ส่ง E-mail หาลูกค้าของเรา

เป็นวิธีคลาสสิกที่ร้านอาหารหลายร้านมองข้าม E-mail ยังคงเป็นช่องทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม หากคุณรู้วิธีใช้งาน

3.ส่งข้อความอวยพรวันเกิด

ไม่ว่าคุณจะมีข้อมูลอะไรของลูกค้า Facebook , E-mail , Line ให้คุณเลือกช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ส่งข้อความอวยพรวันเกิดของลูกค้า เช่น สำหรับลูกค้าที่เกิดเดือนนี้ หากมาทานที่ร้าน รับส่วนลดไปเลย 50% หรือ รับฟรีเค้ก ½ ปอนด์ในเดือนเกิด เป็นต้น

[irp posts=”9877″ name=”10 คำตอบ วิเคราะห์เทรนด์การตลาดร้านอาหาร หลังสถานการณ์โควิด-19″]

4.กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่

การรักษาลูกค้าเก่าก็จำเป็น แต่การหาลูกค้าใหม่ ๆ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ในหัวข้อนี้ เราอาจจะสร้างแคมเปญใหม่ ๆ เช่น ถ้าเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กมหาวิทยาลัย ก็อาจจะเป็น หากแสดงบัตรนักศึกษา รับส่วนลด 10% เป็นต้น

5.ซื้อโฆษณาทางช่องทางออนไลน์

การซื้อโฆษณาก็เรียกได้ว่า เป็นทางเลือกที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และเป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ทำให้เราเห็นผลลัพธ์ได้ทันที อย่างการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook ทาง Facebook จะทำการวัดผลให้เราเลยว่า เข้าถึงคนกี่คน มีคนกดไลค์ กดแชร์กี่คน ก็เป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้คนรู้จักร้านอาหารของเรามากขึ้น

 

ภาษีป้าย เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการควรทราบ!

0
ภาษีป้าย

ภาษีป้าย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญกับผู้ประกอบการอย่างมาก หากคุณมีธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจเสื้อผ้า หรือสิ่งใดก็ตามที่ได้ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจ ถ้ามีหน้าร้าน มีป้ายชื่อร้าน ป้ายที่โฆษณา เพื่อหารายได้ ล้วนต้องเสียภาษีป้ายทั้งนั้น หลายคนคงอยากทราบกันแล้วว่า ภาษีป้ายคืออะไร ทำไมต้องเสียภาษี

ภาษีป้าย คืออะไร ?

ภาษีป้าย คือ ป้ายที่ต้องมีการเสียภาษี นั่นเอง โดยป้ายที่มีการเรียกเก็บภาษี ได้แก่ ป้ายที่เป็นชื่อร้าน ยี่ห้อ เครื่องหมายการค้า หรือโฆษณาการค้า เพื่อหารายได้ อย่างป้ายบิลบอร์ด  ป้ายที่ติดตามตึกต่าง ๆ หรือเวลาที่เราขับรถอยู่บนทางด่วน มักจะพบเห็นป้ายขนาดใหญ่

ซึ่งอาจจะแสดงในรูปแบบของตัวอักษร ภาพ เครื่องหมายที่เขียน แกะสลักบนวัสดุ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีป้ายที่ได้รับการยกเว้นเสียภาษีอีกด้วย

ป้ายที่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี

  • ป้ายที่ติดในอาคาร
  • ป้ายที่มีล้อเลื่อน (ต้องมีการเลื่อนป้ายเข้า-ออก)
  • ป้ายตามงานอีเวนต์ที่จัดเป็นครั้งคราว
  • ป้ายของทางราชการ
  • ป้ายของโรงเรียนทั้งรัฐและเอกชน
  • ป้ายวัด สมาคม มูลนิธิ
  • ป้ายที่แสดงไว้ ณ โรงมหรสพและบริเวณของโรงมหรสพนั้น เพื่อโฆษณามหรสพ
  • ป้ายที่ติดอยู่กับสินค้า บรรจุภัณฑ์สินค้า
  • ป้ายที่ติดไว้ที่คนและสัตว์
  • ป้ายขององค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ได้แก่ ป้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • ป้ายของผู้ประกอบการเกษตร
  • ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนนหรือรถแทรกเตอร์

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีป้าย

  • เจ้าของป้าย
  • ผู้ครอบครองป้าย
  • ผู้จัดการมรดก ผู้จัดการทรัพย์สิน ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์

หมายเหตุ ผู้อนุบาล คือ ผู้ที่มีหน้าที่ดูแล “คนไร้ความสามารถ” จัดการดูแลทรัพย์สินตลอดจนทำหน้าที่ต่าง ๆ แทนคนไร้ความสามารถ ส่วนผู้พิทักษ์ คือ ผู้ที่มีหน้าที่ดูแล “คนเสมือนไร้ความสามารถ” เช่น ร่างกายพิการ จิตไม่ปกติ ไม่สมประกอบ เป็นต้น

ถ้าหากหาเจ้าของป้ายไม่ได้ ไม่มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายทำอย่างไร?

ถ้าหาเจ้าของป้ายไม่ได้ให้ถือว่า ผู้ครอบครองป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้าย แต่ถ้าหาผู้ครอบครองป้ายไม่ได้อีกให้ถือว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร สถานที่ ที่ดินที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย

มาถึงตรงนี้ เชื่อว่า เพื่อน ๆ คงเข้าใจเรื่องภาษีป้ายมากยิ่งขึ้น และคงอยากทราบกันแล้วว่า มีการคิดค่าภาษีป้ายเท่าไหร่ ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ ดังนี้

อัตราค่าภาษีป้าย

ป้ายประเภทที่ 1

  • ป้ายที่มีข้อความภาษาไทย (ป้ายติดทั่วไป) 5 บาท/500 ตร.ซม.
  • ป้ายที่มีข้อความภาษาไทย เคลื่อนที่หรือเปลี่ยนข้อความได้ (ป้ายไฟวิ่ง) 10 บาท/500 ตร.ซม.

ป้ายประเภทที่ 2

  • ป้ายที่มีทั้งข้อความภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ รูปภาพ เครื่องหมายอื่น ๆ (ป้ายติดทั่วไป) 26 บาท/500 ตร.ซม.
  • ป้ายที่มีทั้งข้อความภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ รูปภาพ เครื่องหมายอื่น ๆ ที่เคลื่อนที่ เปลี่ยนข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพอื่น ๆ ได้ (ป้ายไฟวิ่ง) 52บาท/500 ตร.ซม.

ป้ายประเภทที่ 3

  • ป้ายที่ไม่มีข้อความภาษาไทย หรือมีภาษาไทยเพียงบางส่วน และทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าภาษาต่างประเทศ (ป้ายติดทั่วไป) 50 บาท/500 ตร.ซม.
  • ป้ายที่ไม่มีข้อความภาษาไทย หรือมีภาษาไทยเพียงบางส่วน และทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าภาษาต่างประเทศที่เคลื่อนที่ เปลี่ยนเป็นข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพอื่น ๆ ได้ (ป้ายไฟวิ่ง) 52 บาท/500 ตร.ซม.

หมายเหตุ สำหรับค่าภาษีป้ายมีการเรียกเก็บเป็นรายปี อัตราภาษีป้ายขั้นต่ำ 200 บาท หากคำนวณพื้นที่ป้ายแล้ว มีเศษเกิน 250 ตร.ซม. ให้คิดเป็น 500 ตร.ซม.

สำหรับอัตราการเสียภาษีดังกล่าว ใช้บังคับสำหรับป้ายที่ต้องเสียภาษีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ส่วนป้ายที่เสียภาษีก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และเหตุผลที่ต้องมีการปรับมาใช้รูปแบบใหม่เพราะว่า  พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 บังคับใช้มานานแล้ว ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

[irp posts=”13351″ name=”ธุรกิจร้านอาหาร ต้องใช้ใบอนุญาตอะไรบ้าง ?”]

ระยะเวลาการยื่นแบบและชำระภาษี

หากคุณเป็นเจ้าของป้ายจำเป็นต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) เพื่อชำระภาษีที่ฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตที่ป้ายนั้นติดตั้งอยู่ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ส่วนป้ายที่มีการติดตั้งใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงหลังเดือนมีนาคม ให้ยื่นแบบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดตั้งป้าย

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนการค้าหรือทะเบียนพาณิชย์
  • สำเนาใบอนุญาตติดตั้งป้ายหรือใบเสร็จรับเงินจากร้านทำป้าย (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล)
  • ใบมอบอำนาจ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

หมายเหตุ เอกสารที่ต้องเตรียมขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่นั้น ๆ ด้วย

ช่องทางการชำระภาษี

เมื่อได้รับใบแจ้งการประเมินภาษีจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้แล้ว สามารถเลือกชำระเงินภาษีได้ที่

  • ฝ่ายการคลัง สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต
  • ธนาคารกรุงไทย (ทุกสาขาทั่วประเทศ)
  • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
  • Internet Banking ธนาคารกรุงไทย

หมายเหตุ หากชำระภาษีเกินระยะเวลาที่กำหนดและมีเงินเพิ่ม สามารถชำระได้ที่สำนักงานเขต

หากไม่ยื่นแบบชำระภาษีหรือไม่ชำระเงินค่าภาษีตามกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น

  1. กรณีไม่ยื่นแบบชำระภาษีในเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่ม 10 % ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี
  2. กรณีไม่ชำระเงินค่าภาษีในเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี

ข้อกฎหมายและบทลงโทษ

  • หากผู้ประกอบการมีเจตนาไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท – 50,000 บาท
  • ถ้าผู้ประกอบการแจ้งข้อความเท็จ หรือหลีกเลี่ยงไม่จ่ายภาษี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท – 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ถ้าไม่แจ้งรับโอนป้าย หรือไม่แสดงรายการเสียภาษีป้าย มีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาท – 10,000 บาท

สำหรับใครที่มีธุรกิจเป็นของตนเอง ก็อย่าลืมดำเนินการให้ถูกต้อง โดยการไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ชำระค่าภาษีป้าย หากใครมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานเขตทุกพื้นที่

วิธีเช็คไข่ไก่ว่า หมดอายุแล้วหรือยัง?

0

ไข่ไก่ เป็นวัตถุดิบที่หลายคนต้องมีติดบ้านเพราะหาซื้อง่าย ราคาถูก สามารถประกอบอาหารได้หลากหลาย อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร แต่บางครั้งการซื้อมาในปริมาณที่เยอะเกินไป

แล้วสุดท้ายทานไม่ทัน ทำให้ ไข่ไก่ เกิดการเน่าเสียได้ หรือบางครั้ง เผลอทานไข่ไก่ที่หมดอายุไปไม่รู้ตัว สำหรับใครที่ยังไม่ทราบวิธีการเช็ค ไข่ไก่ ว่า หมดอายุแล้วหรือยัง วิธีที่นำมาฝากกันน่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อย

วิธีสังเกตว่า ไข่ไก่หมดอายุแล้วหรือยัง ?

วิธีที่ 1 การดมกลิ่น

หาก ไข่ไก่ มีกลิ่นแปลก ๆ  ก็มีโอกาสที่จะเน่าเสีย ไม่ควรทานหรือนำไปประกอบอาหารเด็ดขาด

วิธีที่ 2 การนำไข่ไก่ไปลอยน้ำ

การน้ำไข่ไก่ไปลอยน้ำ หากไข่ไก่มีความสดใหม่ ไข่ไก่จะจม ส่วนไข่ไก่ที่เน่าเสียจะลอย นั่นเอง

วิธีที่ 3 เช็คราคา อย่าให้ถูกจนน่าตกใจ

ถ้าไปซื้อตามตลาดอย่าหลงกลกับราคาถูก ให้คิดไว้ก่อนว่า เขาอาจนำไข่ไก่ที่ใกล้หมดอายุมาขาย

วิธีที่ 4 ใช้การสัมผัส

ไข่ไก่ที่สดใหม่ผิวจะหยาบ แต่หากเป็นไข่ไก่เก่าผิวจะเรียบและลื่น มีโอกาสที่ไข่ไก่ใกล้จะเสียได้

วิธีที่ 5 เช็คไข่ขาวและไข่แดง

ตอกไข่ไก่ใส่จานก้นแบน หากไข่ไก่มีความสดใหม่ ไข่แดงจะนูนสูง ส่วนไข่ขาวกระจายเป็นวงแคบ แต่ถ้าไข่ไก่เน่าเสีย ไข่แดงจะมีความแบน ไข่ขาวจะเหลว กระจายเป็นวงกว้างและมีกลิ่นเหม็น

[irp posts=”14505″ name=”“เบคอน” กับ “หมูสามชั้นสไลด์” ใช่แบบเดียวกันหรือเปล่านะ?”]

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเผลอทานไข่ไก่ที่หมดอายุ?

ในเปลือกไข่ขาวและไข่แดง สามารถปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลล่าได้ หาก เก็บไว้ในที่ชื้น ล้างไข่ในน้ำสกปรก หรือมีวิธีการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสมก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วยได้

นอกจากนี้ ยังมีแบคทีเรียชนิดอื่นที่เรียกว่า pseudomonas สามารถทำให้ไข่แดงของคุณเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมฟ้า และทำให้เกิดกลิ่นเปรี้ยวคล้ายกำมะถัน หรือที่เรียกว่า “แก๊สไข่เน่า”

สำหรับอาการป่วยที่พบเมื่อทานไข่หมดอายุ เช่น มีอาการปวดท้อง, ท้องเสีย, มีไข้, และหนาวสั่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติภายใน 2-3 วัน

แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอย่างเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาร่วมด้วย แม้ว่าจะมีอาการเพียงเล็กน้อย ทางที่ดีอย่างเสี่ยงเลยจะดีกว่า หากพบว่า ไข่ไก่ที่บ้านเริ่มมีกลิ่นไม่ดี แนะนำให้ทิ้งไปเลย

หรือถ้าหากไม่อยากให้ไข่ไก่เสียไว แนะนำว่า ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส จะช่วยยืดอายุไข่ไก่ได้นานขึ้น วิธีนี้ สามารถนำไปใช้กับไข่ประเภทอื่น ๆ ได้ แต่ทางที่ดีควรทานให้หมดภายใน 21 วันจะดีกว่า หรือซื้อแต่พอดี ป้องกันการทานไม่ทัน จนทำให้ไข่ไก่เกิดการเน่าเสียได้

“โออิชิ” ร่วมกับ “เบทาโกร” เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงสไตล์ญี่ปุ่น สะดวก อร่อย ง่ายสำหรับทำกินเองได้ที่บ้าน

0
“โออิชิ” ร่วมกับ “เบทาโกร”

ในช่วง 1 – 2 ปีมานี้ สถานการณ์แพร่ระบาด และมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ที่เข้มข้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยกระแสที่เห็นได้ชัด หนึ่งในนั้นคือผู้บริโภคมีแนวโน้มหันมานิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง พร้อมทาน กลับไปรับประทานที่บ้านเพิ่มขึ้น

06_ชุดชาบู-ชาบู หมูอนามัย โดย โออิชิและเบทาโกร

สำหรับ “โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น โดย บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ล่าสุดจับมือร่วมกับ “เครือเบทาโกร” พร้อมเปิดตัว “ชุดชาบู – ชาบู หมูอนามัย” โดย โออิชิและเบทาโกร เป็นลำดับแรก โดยวางจุดขายให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง ที่มาพร้อมรสชาติความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยม และวัตถุดิบ คุณภาพ – สดใหม่ – สะอาด  ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่มองหาสินค้า/อาหารสด หรืออาหารพร้อมปรุง พร้อมทาน และซื้อกลับไปปรุงประกอบอาหารด้วยตนเองที่บ้านได้อย่างสะดวกและประหยัดเวลาได้ดี

02_ชุดชาบู-ชาบู หมูอนามัย โดย โออิชิและเบทาโกร

โดยเมนูอาหารพร้อมปรุง “ชุดชาบู – ชาบู หมูอนามัย” โดย โออิชิและเบทาโกร นำเสนอจุดแข็งของแต่ละแบรนด์ และเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่นประเภท ชาบู – ชาบู น้ำซุปน้ำดำ พร้อมนารูโตะ มากิ (ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น) และน้ำจิ้มสุกี้ยากี้ จากแบรนด์/ร้านอาหารญี่ปุ่น ชาบูชิ มาผสานเข้ากับวัตถุดิบคัดสรร ได้แก่ เนื้อหมูสไลซ์ จัดเต็มทั้ง สันนอก – สันคอ – สามชั้น พร้อมเต้าหู้ไข่ไก่อนามัย จากเบทาโกร ได้อย่างลงตัว ราคาขายชุดละ 299 บาท (ปริมาณเหมาะสำหรับรับประทาน 1 – 2 คน)

03_ชุดชาบู-ชาบู หมูอนามัย โดย โออิชิและเบทาโกร

เบื้องต้น กำหนดวางจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป ประกอบด้วย Big C (บิ๊กซี), CJ Express (ซีเจ เอ็กซ์เพรส), Dear Tummy (เดียร์ ทัมมี่), Gourmet Market (กูร์เม่ มาร์เก็ต), Lotus’s (โลตัส), Tops (ท็อปส์) และ Villa Market (วิลล่า มาร์เก็ต) รวมกว่า 90 สาขา และเตรียมเพิ่มจำนวนสาขา กระจายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลัก ต่อไป

04_ชุดชาบู-ชาบู หมูอนามัย โดย โออิชิและเบทาโกร

อย่างไรก็ดี การประสานความร่วมมือภายใต้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ร่วมกันในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการผนึกกำลังร่วมกันสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่น ผสานวัตถุดิบคัดสรร คุณภาพสูง แบบดับเบิ้ล แก่กลุ่มผู้บริโภคในรูปแบบที่หลากหลายและต่างไปจากเดิม และเตรียมพบกับเมนูใหม่ ที่จะทยอยออกสู่ตลาดเอาใจคนรักการทำอาหารกินเองมากขึ้นภายในเร็ว ๆ นี้ ขอให้ติดตาม…

เปิดกลยุทธ์ Shinkanzen Sushi ทำอย่างไรให้ธุรกิจร้านอาหารรอดพ้นวิกฤต COVID-19

0
Shinkanzen Sushi

ในสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ร้านอาหารหลาย ๆ ร้านได้มีการปิดตัวลง เหตุเพราะแบกรับภาระต้นทุนต่าง ๆ ไม่ไหว จำนวนลูกค้าน้อยลง ยอดขายในร้านอาหารลดลงและมีการแข่งขันที่สูงขึ้น

แต่สำหรับ Shinkanzen Sushi แล้ว แม้ว่าร้านอาหารจะเผชิญวิกฤตหนักแค่ไหน เขาก็สามารถรับมือได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างยอดขาย 600 ล้าน ภายใน 5 ปี! ซึ่งต้องบอกเลยว่า ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

จุดเริ่มต้นของ Shinkanzen Sushi

คุณชนวีร์ หอมเตย กรรมการบริษัท ฟู๊ด ซีเล็คชั่น จำกัด กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของ Shinkanzen Sushi เริ่มมาจากความสนใจของผมกับหุ้นส่วน หุ้นส่วนก็คือ เพื่อนที่เรียนบริหารธุรกิจมาด้วยกัน เราทั้งคู่อยากเปิดร้านซูชิเลยตระเวนดูแถวตลาดรังสิต

ซึ่งพบว่า แถวนั้นยังไม่มีร้านซูชิร้านไหนที่เหมาะกับนักศึกษาเปิดเลย เราจึงมองเห็นโอกาสตรงนั้นและคิดว่ามันน่าจะทำกำไรได้ เลยเริ่มทำการเปิดขายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นสาขาแรก

โดยซูชิของทางร้าน Shinkanzen Sushi ราคาเริ่มต้นเพียงคำละ 11 บาท เท่านั้น ซึ่งเหมาะกับนักเรียน นักศึกษาอย่างมาก ส่วนในร้านจะเป็นร้านเล็ก ๆ นั่งได้ 7-8 โต๊ะ ผลตอบรับดีมาก บวกกับช่วงนั้นเฟซบุ้กกำลังดัง ลูกค้าจึงมีการแชร์ร้านและบอกต่อ ๆ กัน”

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นได้มีการขยายสาขาเพิ่มในห้างสรรพสินค้า และคุณชนวีร์มองเห็นว่า  Shinkanzen Sushi ไม่ได้เหมาะสำหรับนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับกลุ่มครอบครัว กลุ่มพนักงานบริษัท

จากนั้น เขาจึงเริ่มขยายสาขาออกไปยังตัวเมืองมากขึ้น จนปัจจุบัน Shinkanzen Sushi มีสาขามากถึง 31 สาขา และภายในระยะเวลา 5 ปี  Shinkanzen Sushi ทำรายได้มากถึง 600 ล้านบาท !

จุดแข็งของ Shinkanzen Sushi

  • วัตถุดิบต้องมีคุณภาพ
  • ราคาไม่แพง ลูกค้าสามารถเอื้อมถึง

[irp posts=”14522″ name=”กรณีน่าศึกษากลยุทธ์กู้วิกฤต ข้าวขาหมูพ.4 ปรับแนวคิด เปลี่ยนวิธี ใช้สูตรที่มีพัฒนาเป็นสินค้าทำกำไร”]

กลยุทธ์ที่ทำให้ Shinkanzen Sushi ยอดขายพุ่ง !

1.บริหารต้นทุน โดยใช้กลยุทธ์ Zero Waste

ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด จากเดิมที่คุณชนวีร์ใช้แค่ส่วนเนื้อของปลาแซลมอน 1 ตัวมาทำซูชิ ซาซิมิ และส่วนที่ไม่ได้ใช้ก็จะนำไปทิ้ง เขาเลยเกิดความคิดที่ว่า เราควรพยายามนำทุกส่วนมาประกอบอาหาร ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไปเฉย ๆ หลังจากนั้น เขาจึงนำหัวปลาแซลมอนไปต้มซอส ตัวท้องปลาแซลมอนนำไปทำเมนูทอด  ส่วนเศษปลาที่ตัดเหลือไว้ก็จะนำไปทำไส้ของปอเปี๊ยะ

2.มีทีม Chef Training

มีทีม Chef Training ไว้สำหรับดูแลน้อง ๆ ในครัวและคอยดูเรื่องมาตรฐานของอาหาร

3.มีครัวกลาง

การมีครัวกลางจะมีไว้ผลิตซอสต่าง ๆ และเป็นที่แล่ปลา จากนั้น ก็จะนำส่งต่อสาขา เพื่อให้ทางสาขาพร้อมใช้ต่อไป

ผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 และการปรับตัวของ  Shinkanzen Sushi

คุณชนวีร์ กล่าวว่า “Shinkanzen Sushi ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID -19 หนักมาก ลูกค้าหาย อีกทั้ง มีการปิดศูนย์การค้า เราเลยต้องหันมาทำในรูปแบบเดลิเวอรี่ และใช้วิธีหาพื้นที่เช่าข้าง ๆ ศูนย์การค้า

เมนูที่ทำขายจะเป็นแซลมอนไข่ดอง ผลตอบรับของลูกค้าดีมากอีกเช่นกัน ลูกค้าเริ่มสั่งเดลิเวอรี่กันมากขึ้นและได้เริ่มทำเมนูข้าวหน้าเบนโตะให้เหมาะกับคนที่ทำงาน work from home ลูกค้าสามารถทานได้ภายใน 1 มื้อ”

การสต็อกสินค้า

ก่อนหน้านี้ Shinkanzen Sushi มีการลงวัตถุดิบเต็มคลัง จึงเกิดผลกระทบหนัก คุณชนวีร์จึงต้องลดสเกลวัตถุดิบลง เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น โดยการสั่งของมาน้อยลง แต่ถี่ขึ้นกว่าเดิม เช่น ปกติใน 1 เดือน สั่งวัตถุดิบ 1 ครั้ง ก็เปลี่ยนมาสั่งเดือนละ 2 ครั้งแทน และเน้นการทำโปรโมชันมากขึ้นคือ ให้ลูกค้าเปิดแอปพลิเคชันมา ต้องเจอร้านเราเป็นร้านแรก

เป้าหมายในยุค New Normal

การเลือกทำเลพื้นที่

คุณชนวีร์ กล่าวว่า “เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเปิดให้ได้ทั่วประเทศและจากเดิมที่เลือกทำเลตามพื้นที่แถวชุมชน ต่อไปต้องเลือกทำเลที่มีไรเดอร์จำนวนเยอะ ๆ ”

มุมมองการสร้างร้านอาหาร

จากเดิมที่ Shinkanzen Sushi รองรับแต่ลูกค้า Dine in ยิ่งมีจำนวนโต๊ะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งขายได้มาก แต่พอมาในยุค New Normal กลับกลายเป็นว่า ต้องลดจำนวนโต๊ะลง และเพิ่มโซนที่สามารถขายเดลิเวอรี่ ขาย Take Away ได้ มีโซนสำหรับแพ็คสินค้า เพื่อมารอไรเดอร์

ขายอาหารออนไลน์อย่างไร ให้ได้ลูกค้าประจำ !

0
ขายอาหารออนไลน์อย่างไร

หลังจากเริ่มมีการคลายล็อกดาวน์ร้านอาหาร ก็มีผู้คนจำนวนมากเลือกทานอาหารที่ร้านกันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ มีร้านอาหารอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคง ขายอาหารออนไลน์ อยู่ เหตุเพราะสะดวก ไม่ยุ่งยากเรื่องการบริการ ไม่มีหน้าร้านก็สามารถขายอาหารได้ ใช้พื้นที่ไม่เยอะ เป็นช่องทางการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง

แต่ปัญหาของการ ขายอาหารออนไลน์ คือ เข้าถึงลูกค้ายาก ลูกค้าประจำน้อย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าหน้าใหม่ แต่ถึงอย่างไร  ใช่ว่าการ ขายอาหารออนไลน์ จะหาลูกค้าประจำไม่ได้เลย สำหรับเคล็ดลับที่นำมาฝากกัน หวังว่า จะทำให้ร้านอาหารของคุณมีลูกค้าประจำเพิ่มมากขึ้น

1.เป็นพาร์ทเนอร์ร้านอาหารกับแอป Food Delivery มากกว่า 1 ค่าย 

เป็นพาร์ทเนอร์ร้านอาหารกับแอป Food Delivery มากกว่า 1 ค่าย ก็เหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับร้านอาหารของตนเอง และเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น เหตุผลเพราะว่าลูกค้าส่วนใหญ่ “เลือก” ใช้

เลือกใช้ค่ายนี้เพราะมีโค้ดค่าส่งฟรี มีโค้ดส่วนลดค่าอาหาร หรือ เลือกใช้แอป Food Delivery ค่ายนี้ เพราะมีการบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม พูดจาสุภาพ

แต่ทั้งนี้ คุณต้องดูด้วยว่า หากคุณเป็นพาร์ทเนอร์ร้านอาหารกับแอป Food Delivery มากกว่า 1 ค่าย คุณจะทำอาหารทันไหม ทำไหวหรือเปล่า เพราะการปล่อยให้ลูกค้ารอนาน ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน

2.อาหารต้องคุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

ถ้าปริมาณอาหารกับราคาดูเหมาะสมก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมนูนั้น มีราคาสูง ปริมาณที่ได้น้อย  แถมรสชาติยังไม่อร่อยอีก ลูกค้าอาจจะสั่งแค่รอบเดียว

การที่ลูกค้าจ่ายค่าอาหารในราคาที่แพง ลูกค้าก็หวังว่าจะได้ความคุ้มค่ากลับมา ถ้าเมนูในร้านอาหารของคุณมีราคาที่สูงและปริมาณไม่ได้มาก คุณอาจจะเพิ่มน้ำซุปหรือผักสด ช้อนส้อมพร้อมกระดาษทิชชู่ กล่องใส่อาหารที่ดูแข็งแรงหน่อย หรือแถมน้ำอัดลมขวดเล็ก ๆ จัดเป็นเซ็ตให้ดูน่าทาน ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่า เพียงเท่านี้ ลูกค้าของคุณกลับมาซื้อซ้ำอย่างแน่นอน

[irp posts=”14494″ name=”ขายอาหารออนไลน์อย่างไร ให้ได้ลูกค้าประจำ !”]

3.มีโปรโมชันอยู่เสมอ

โปรโมชันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำ คุณอาจจะเลือกเมนูยอดฮิตมาจัดโปรโมชัน หรือถ้าจะโปรโมทเมนูใหม่ คุณก็อาจจะจัดเมนูที่ลูกค้าสั่งทานกันบ่อย ๆ จับคู่กับเมนูใหม่ อาจจะเป็นเซ็ต 1 แถม 1 หรือสั่งอาหารครบ 10 ครั้ง ได้รับเซ็ตอาหารสุดคุ้มในราคา 299 บาทฟรี! เป็นต้น

4.มีเมนูที่หลากหลาย

ทำไมต้องมีเมนูที่หลากหลาย เพราะว่าลูกค้าจะได้จบที่ร้านอาหารของคุณเพียงร้านเดียวอย่างไรล่ะ และลูกค้าจะรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่ไม่ต้องสั่งหลาย ๆ ร้าน ไม่ต้องเสียค่าส่งเยอะ

สมมุติ คุณขายอาหารตามสั่ง ควรมีเครื่องเคียงอย่างไข่ดาว, ไข่เจียว, ไข่ต้ม, หมูยอ, ผัก, น้ำซุป, ข้าวสวยติดไว้ และอาจจะขายเครื่องดื่ม ขนมหวาน ของว่างทานเล่นอย่างเฟรนช์ฟรายส์, นักเก็ตเพิ่มไปด้วย

5.มีบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม

สำหรับการขายอาหารออนไลน์แน่นอนว่า เข้าถึงลูกค้าได้ยาก เมื่อเทียบกับร้านอาหารที่มีหน้าร้านที่ได้เห็นหน้าลูกค้า ได้บริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด  ดังนั้น เพื่อให้ลูกค้ากลับมาสั่งอาหารร้านคุณอีกครั้ง คุณอาจจะโทรไปสอบถามลูกค้าเรื่องของรสชาติอาหาร มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุง

อาหารที่ได้รับไปครบถ้วนถูกต้องไหม มีหกเลอะออกมานอกภาชนะหรือไม่ นอกจากลูกค้าจะได้เห็นถึงความใส่ใจแล้ว คุณสามารถนำคำติชมของลูกค้าไปปรับปรุงแก้ไขร้านอาหารของคุณให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

แม้ต้นทุนน้อย ก็สามารถขายอาหารออนไลน์ได้ !

0
อาหารออนไลน์

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ การมีรายได้จากงานประจำทางเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป คนส่วนใหญ่เลยหารายได้เพิ่มจากอาชีพเสริม ซึ่งก็จะเกิดคำถามตามมาอีกว่า ถ้า ต้นทุน น้อยล่ะ จะทำอย่างไร สามารถขายอาหารได้จริงหรือ ? สำหรับบทความนี้ บอกก่อนว่า แม้คุณมี ต้นทุน น้อย คุณก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวคุณได้

1.อาหารดอง

เมนูอาหารดอง ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก แถมมีวิธีการทำที่ง่ายแสนง่าย ส่วนในเรื่องของวัตถุดิบที่ใช้ก็ไม่ได้มากมายอะไร อย่างเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการทำอาหาร ได้แก่ ปูไข่, กุ้ง, แซลมอน, หอย หรือเนื้อสัตว์อย่างอื่นก็ได้ แล้วแต่ต้นทุนที่คุณมีเลย คุณอาจจะนำไปดองน้ำปลาร้า, ดองซีอิ๊วเกาหลี หรือจะคิดค้นสูตรของคุณเองก็ยังได้

2.อาหารคลีน

ยิ่งเกิดวิกฤตโควิด-19 คนส่วนใหญ่ก็ยิ่งรักสุขภาพมากขึ้น อาหารคลีน จึงตอบโจทย์อย่างมาก แถมยังใช้ต้นทุนน้อยอีกด้วย แต่เรื่องที่ควรระวัง คือ เรื่องของวัตถุดิบ ต้องคลีนจริง ๆ  ไม่หลอกลวงผู้บริโภค ส่วนในเรื่องของระยะทางการจัดส่ง ควรเริ่มจากระยะทางใกล้ ๆ ก่อน เพื่อตรวจคุณภาพของอาหาร และควรมีเมนูที่หลากหลายอยู่เสมอ

[irp posts=”1643″ name=”6 ปัญหาที่ทำให้ร้านอาหารเจ๊งแน่”]

3.อาหารทอด

อาหารทอด ไม่ว่าจะขายตามตลาด หรือขายผ่านช่องทางออนไลน์ก็ขายดิบ ขายดี เพราะผู้บริโภคสามารถนำมาทำอาหารได้ง่าย ๆ  เพียงแค่นำไปทอด ก็ทานได้แล้ว อีกทั้ง อาหารประเภทนี้ มีระยะการเก็บไว้ทานได้นานเป็นปี ๆ เลย เหมาะมากในสถานการณ์แบบนี้ เพราะผู้คนส่วนใหญ่ออกจากบ้านกันน้อยลง คุณอาจจะขายเนื้อแดดเดียว, หมูแดดเดียว, ปลาสลิดแดดเดียว, ปลาหวาน, หรือปลากรอบสามรส เป็นต้น

แบงก์ชาติประสาน ธ.ออมสิน จับมือ LINE MAN Wongnai ให้ความช่วยเหลือเสริมสภาพคล่องธุรกิจร้านอาหารและกลุ่มไรเดอร์ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19

0
ธปท. ประสาน ธ.ออมสิน จับมือ LINE MAN Wongnai

นางวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ที่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องและรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ ในเกือบทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว บริการ และร้านอาหาร สถานการณ์ดังกล่าว ธปท. เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรการช่วยเหลือทางการเงินที่ ธปท. ได้ออกไปแล้วต่อเนื่อง จึงได้เพิ่มการให้ความช่วยเหลืออีกรูปแบบหนึ่ง ผ่านการเป็นตัวกลางในการประสานระหว่างสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการให้ได้รับความช่วยเหลือเสริมสภาพคล่องธุรกิจได้อย่างตรงจุด

“วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของ ธนาคารออมสิน และ LINE MAN Wongnai ที่พยายามให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจเพื่อต่อลมหายใจผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างเร่งด่วนในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องได้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มไรเดอร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่ได้รับ สำหรับในระยะต่อไป ธปท. จะมีการขยายความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในธุรกิจอื่นๆ อีก ท้ายนี้ ธปท.ขอเป็นกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยภาคธุรกิจในภาวะที่ยากลำบากขณะนี้”

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ กล่าวว่า โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารในแฟลตฟอร์มของ LINE MAN Wongnai ดังกล่าว เป็นการให้ความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ โดยนำเสนอ 4 สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. สินเชื่อสู้ภัยโควิด 19 สำหรับร้านค้า และไรเดอร์ วงเงินให้กู้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.35% ต่อเดือนเท่านั้น โดยไม่ต้องมีหลักประกันการกู้ และไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก
  2. สินเชื่ออิ่มใจ สำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ให้กู้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 3.99%  ต่อปี ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้ และไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรกเช่นกัน
  3. สินเชื่อ Soft Loan สำหรับ SMEs ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ธุรกิจสปา/นวดแผนไทย บริการขนส่ง/นำเที่ยว วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลาการกู้นานไม่เกิน 7 ปี ไม่ต้องชำระเงินต้น 2 ปี และ
  4. สินเชื่อ Soft Loan ธปท. เพื่อฟื้นฟูกิจการ เปิดกว้างทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิม อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปีแรก 5% ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี และไม่ชำระเงินต้น 2 ปี

ช่องทางการยื่นขอสินเชื่อ 

ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถติดต่อยื่นขอสินเชื่อได้หลายช่องทาง ได้แก่

หากมีข้อสงสัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “หนึ่งในนโยบายสำคัญของ LINE MAN Wongnai ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอก 3 คือการสนับสนุนช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ #Saveร้านอาหาร สำหรับการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับทั้งสองหน่วยงานในโครงการสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือร้านอาหารและไรเดอร์ครั้งนี้ จะเป็นการสานต่อความตั้งใจดังกล่าว

โดย LINE MAN Wongnai ในฐานะแพลตฟอร์มที่บริหารโดยคนไทย ซึ่งมีข้อมูลร้านอาหารมากที่สุดกว่า 620,000 ร้านและไรเดอร์จากทั่วประเทศ มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะสนองนโยบายของ ธปท. ในการขยายความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและไรเดอร์ที่มีรายได้ลดลง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนช่วยเหลือในภาวะวิกฤตเช่นนี้”

 

Resource : https://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/Activities/

สูตรอาหารกับความลับทางการค้า

0
ความลับทางการค้า

หลังจากที่มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้นว่า สูตรเบเกอรี สูตรอาหาร ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้หลายคนที่ประกอบอาชีพค้าขายอาหาร ขายเบเกอรีเกิดความกังวลและสงสัยว่า การนำสูตรมาทำขายนั้นเป็นเรื่องที่ผิดไหม หรือถ้าต้องการความคุ้มครอง สูตรอาหาร สูตรเบเกอรีของตนเองต้องทำอย่างไร

ความลับทางการค้า (Trade Secret)

ความลับทางการค้า ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 หมายถึง ข้อมูลที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ยังไม่มีการเปิดเผย และเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าได้

ซึ่งความลับทางการค้า สามารถได้รับความคุ้มครองได้เลย โดยไม่ต้องไปจดทะเบียน ระยะเวลาความคุ้มครอง คุ้มครองตลอดที่ยังเป็นความลับอยู่ หากมีการเปิดเผย จะถือว่าไม่เป็นความลับทางการค้า

ถึงแม้ไม่ได้จดทะเบียน แต่เจ้าของความลับหรือผู้มีหน้าที่ควบคุมความลับทางการค้าต้องมีมาตรการในการรักษาความลับที่เหมาะสม เช่น หากคุณเปิดร้านอาหาร มีการคิดค้น สูตรอาหาร เองด้วยความยากลำบาก ยังไม่มีใครรู้จัก และยังไม่มีใครทำมาก่อนอย่างแน่นอน คุณสามารถเก็บเป็นความลับโดยการเก็บสูตรนั้นไว้ในที่ที่ปลอดภัย มีการเข้ารหัส หรือถ้าคุณทำเป็นธุรกิจครอบครัวก็อาจจะรู้สูตรแค่เฉพาะคนในครอบครัว

หรืออีกกรณีหนึ่ง คุณต้องการขายน้ำจิ้ม เพื่อส่งออกทั่วประเทศ มีสูตรน้ำจิ้มเป็นของตนเอง และจำเป็นต้องติดต่อกับทางโรงงาน เพื่อสั่งผลิตเป็นจำนวนมาก คุณอาจจะมีการเซ็นสัญญารักษาความลับก่อนการทำสัญญากับทางโรงงานนั้น เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิความลับทางการค้า

อย่างบริษัททรัสต์ คอมพานี แห่งรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ ใช้เป็นที่เก็บสูตรลับของโคคา-โคล่า ซึ่งผู้ที่จะรู้สูตรลับนี้คือ ผู้อำนวยการบริษัทเท่านั้น

แล้วก็จะเกิดคำถามตามมาอีกว่า แต่โคคา-โคล่า มีจำหน่ายทั่วโลก ผู้อำนวยการบริษัทจะรู้สูตรคนเดียวได้อย่างไร ต้องบอกก่อนว่า บริษัทจะจัดส่งให้เพียงหัวเชื้อเท่านั้น จากนั้น ผู้แทนจำหน่ายก็นำไปผสมโซดาจำหน่ายต่อไป

นอกจากนี้ ความลับทางการค้าเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินกับธนาคารได้ และเจ้าของความลับทางการค้า มีสิทธิ์ที่จะนำความลับทางการค้ามาแจ้งที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของ และยังสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจติดต่อขออนุญาติใช้สิทธิ์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ เจ้าของความลับ คือ ผู้คิดค้น, ค้นพบ, รวบรวม, หรือสร้างสรรค์ข้อมูลทางการค้าที่เป็นความลับ โดยไม่ได้ละเมิดความลับทางการค้าของผู้อื่น

ผู้ควบคุมความลับทางการค้า คือ เจ้าของความลับทางการค้า, ผู้ครอบครอง, ควบคุม, รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาความลับทางการค้า

ส่วนข้อมูลทางการค้า เป็นสิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ เช่น ข้อความ, เรื่องราว, ข้อเท็จจริง, สูตร,  รูปแบบ, งานที่ได้รวบรวมประกอบขึ้น, โปรแกรม, วิธีการ, เทคนิค, สูตรยา, สูตรอาหาร, สูตรเบเกอรี, สูตรเครื่องดื่ม, สูตรเครื่องสำอาง

พฤติกรรมที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิความลับทางการค้า

  • มีการเปิดเผย โดยที่เจ้าของความลับไม่ได้ยินยอม
  • พยายามแสวงหาหรือสืบค้นว่า แหล่งที่มามาจากไหน
  • พยายามลอกเลียนแบบ

ยกตัวอย่าง คุณเปิดร้านเบเกอรี มีการคิดค้นสูตรเอง ไม่มีใครทำสูตรนี้ขึ้นมาก่อนเลย แต่ลูกจ้างนำสูตรไปขายให้กับร้านคู่แข่ง กรณีนี้ ลูกจ้างถือว่าละเมิดสิทธิความลับทางการค้า แต่ถ้าเป็นสูตรที่รู้กันโดยทั่วไป ใคร ๆ ก็ทำได้ กรณีนี้ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิความลับทางการค้า

พฤติกรรมที่ไม่ถือว่าละเมิดสิทธิความลับทางการค้า

  • ได้รับมาโดยมรดกหรือนิติกรรม ถูกต้องตามสิทธิ์
  • ค้นพบด้วยความรู้ ความสามารถของผู้ค้นพบเอง (กรณีค้นพบด้วยตนเอง แล้วบังเอิญเหมือนกับผู้อื่น ก็ต้องไปพิสูจน์กันต่อไป)
  • มีหน่วยงานรัฐเข้ามารักษาความลับทางการค้า เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยความปลอดภัยของประชาชน
  • การทำวิศวกรรมย้อนหลัง คือ การนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปมาศึกษาวิเคราะห์ จนทราบวิธีการประดิษฐ์ จัดทำ และที่สำคัญต้องมาโดยวิธีที่สุจริต

ยกตัวอย่าง คุณพ่อเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร มีสูตรอาหารที่เป็นความลับทางการค้า จากนั้น ได้บอกสูตรลับแก่ลูก กรณีนี้ ลูกไม่ถือว่าละเมิดสิทธิความลับทางการค้า เพราะได้รับมาโดยมรดกถูกต้องตามสิทธิ์

หากมีการละเมิดสิทธิความลับทางการค้าทำอย่างไร

  • ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิความลับทางการค้าเป็นการชั่วคราว
  • ฟ้องคดีต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งห้ามไม่ให้ละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า

หมายเหตุ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 ได้กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน หากมีการเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่น ไม่ว่าจะมีเจตนากลั่นแกล้งให้เกิดความเสียหายในการประกอบธุรกิจ, การโฆษณาด้วยเอกสาร, การกระจายเสียง, การแพร่ภาพ, หรือการเปิดเผยด้วยวิธีอื่น ๆ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ระยะเวลาในการฟ้องคดีละเมิดสิทธิความลับทางการค้า

ระยะเวลาในการฟ้องคดีละเมิดสิทธิความลับทางการค้าไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าถูกละเมิดสิทธิ รู้ถึงการละเมิด หรือรู้ตัวผู้กระทำละเมิด

[irp posts=”14443″ name=”แม้ต้นทุนน้อย ก็สามารถขายอาหารออนไลน์ได้ !”]

สูตรอาหารและสูตรเบเกอรี ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ ?

ก่อนอื่นคุณต้องทราบก่อนว่า ทรัพย์สินทางปัญญาคืออะไร ? ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผลงานที่เกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ โดยแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ลิขสิทธิ์ และ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม

1.ลิขสิทธิ์

ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ มีการคิดริเริ่มโดยการใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถ โดยไม่ลอกเลียนแบบงานของผู้อื่น

ประเภทงานที่มีลิขสิทธิ์ (สามารถยื่นแจ้งลิขสิทธิ์ได้)

  • งานวรรณกรรม หนังสือ, จุลสาร, สิ่งเขียน, สิ่งพิมพ์, คำปราศรัย, โปรแกรม, คอมพิวเตอร์
  • งานนาฏกรรม รำ, เต้น, การทำท่า, การแสดงประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว, การแสดงโดยวิธีใบ้
  • งานศิลปกรรม จิตรกรรม, ประติมากรรม, ภาพพิมพ์, สถาปัตยกรรม, ภาพถ่าย, ภาพประกอบ, หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติเกี่ยวกับภูมิประเทศ, วิทยาศาสตร์, งานศิลปะประยุกต์, ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย
  • งานดนตรีกรรม คำร้อง, ทำนอง, การเรียบเรียงเสียงประสาน, โน้ตเพลงที่แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว
  • งานสิ่งบันทึกเสียง เทปเพลง, แผ่นคอมแพ็คดิสก์ (ซีดี), ที่บันทึกข้อมูลเสียง, ทั้งนี้ ไม่รวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์ หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น
  • งานโสตทัศนวัสดุ วีดีโอเทป, วีซีดี, ดีวีดี, แผ่นเลเซอร์ดิสก์ที่บันทึกข้อมูลประกอบด้วยลำดับของภาพ, หรือภาพและเสียงที่สามารถนำมาเล่นซ้ำได้
  • งานภาพยนตร์ ภาพยนตร์, เสียงประกอบของภาพยนตร์
  • งานแพร่เสียงแพร่ภาพ การกระจายเสียงวิทยุ, การแพร่เสียง, หรือภาพทางโทรทัศน์
  • งานประเภทอื่น ๆ วรรณคดี, วิทยาศาสตร์, และศิลปะ

หมายเหตุ การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเพียงการแจ้งว่า ตนเองเป็นเจ้าของสิทธิ์ในผลงานลิขสิทธิ์ที่แจ้งไว้เท่านั้น

ประเภทที่ไม่สามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ได้

  • ความคิด, ขั้นตอน, กรรมวิธี, ระบบ, วิธีใช้หรือวิธีทำงาน, แนวความคิด, หลักการ, การค้นพบ, ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์, หรือคณิตศาสตร์
  • ข่าวประจำวัน, ข้อเท็จจริง
  • รัฐธรรมนูญ, กฎหมาย
  • ระเบียบ, ข้อบังคับ, ประกาศ, คำสั่ง, คำชี้แจง, และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง  กรม หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่น
  • คำพิพากษา, คำสั่ง, คำวินิจฉัย, และรายงานทางราชการ

2.ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม

ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม คือ  ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรม เป็นความคิดที่เกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือมีการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ โดยทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ได้แก่

  • สิทธิบัตร
  • แบบผังภูมิของวงจรรวม
  • เครื่องหมายการค้า
  • ความลับทางการค้า
  • ชื่อทางการค้า
  • สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

ดังนั้น คำถามที่ว่า สูตรอาหารและสูตรเบเกอรี ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ คำตอบคือ เป็นทรัพย์สินทางปัญญา แต่คุ้มครองในส่วนของความลับทางการค้า นั่นเอง ทั้งนี้ หากกังวลว่า สูตรที่ทำขายอยู่นั้นผิดไหม ต้องพิจารณาด้วยว่า สูตรที่ได้มานั้น เป็นสูตรที่รู้กันโดยทั่วไปหรือไม่ มีสัญญาแจ้งไว้ไหม เก็บเป็นความลับทางการค้าหรือเปล่า

หรืออีกกรณีหนึ่ง คุณจัดทำหนังสือเกี่ยวกับอาหาร มีเจตนาคือ ขายหนังสือ แต่คุณไปก็อปหนังสืออาหารจากเชฟคนหนึ่ง แล้วนำมาดัดแปลงทำหนังสือขายเป็นของตนเอง กรณีนี้ถือว่า ละเมิดลิขสิทธิ์ในด้านวรรณกรรม หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือโทร 1368