ทำให้ CSR เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของบริษัทคุณ

0
ทำให้ CSR เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของบริษัทคุณ

เมื่อความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ได้กลายเป็นคำพูดที่แพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เราจะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้มีความหมายมากขึ้นต่อลูกค้า, พนักงาน, ชุมชนที่เราเรียกว่า “บ้าน” และสิ่งแวดล้อมที่เราทุกคนมีส่วนร่วม

การริเริ่มทำ CSR อาจดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่จากการศึกษาพบว่า ยิ่งบริษัทหรือองค์กรมีวิธีดำเนินการที่สอดคล้องกับค่านิยมทางสังคมส่วนบุคคลของผู้บริโภคมากเท่าไหร่

การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจะมีมากเท่านั้น โดยอัตราการชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ความรับผิดชอบต่อสังคม, และการตอบแทนชุมชนท้องถิ่น

สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงไม่ว่าเป็นการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยและสามารถนำมารีไซเคิลได้เพื่อลดปริมาณขยะ, โรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการให้ความสำคัญกับพนักงานของคุณเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน

เพราะหากคุณใส่ใจกับพวกเขาเป็นอย่างดี พวกเขาก็จะภักดีกับคุณและเต็มใจที่จะทำงานอย่างหนักเพื่อให้ธุรกิจเติบโต ที่สำคัญเมื่อธุรกิจของคุณเติบโต อย่าลืมที่จะแบ่งปันให้ชุมชนที่คุณอยู่อาศัย เพราะไม่มีธุรกิจใดที่โตได้หากขาดการซัพพอร์ตที่ดี

การทำ CSR ถือเป็นเรื่องจำเป็นมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์โดยตรงขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น โดย The Cone Communications Millennial Study ได้เน้นย้ำว่า 64% ของคนรุ่น Millennial นี้

จะไม่ยอมรับองค์กรที่ไม่มีนโยบาย CSR ที่เข้มแข็ง ในทางกลับกัน มีถึง 83% ที่จะภักดีต่อบริษัทที่ช่วยเหลือพวกเขามากขึ้น เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เริ่มต้นการผสมผสาน CSR ให้เข้ากับ DNA ของบริษัทของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้า พนักงาน และชุมชนที่รักของคุณกันเถอะ

 

 

Resource : https://foodindustryexecutive.com

PepsiCo เตรียมยกระดับและขยายการทำการเกษตรแบบยั่งยืนกว่า 17 ล้านไร่ ภายในปี 2030

0
PepsiCo เตรียมยกระดับและขยายการทำการเกษตรแบบยั่งยืนกว่า 17 ล้านไร่ ภายในปี 2030

PepsiCo มีแผนที่จะดำเนินโครงการเกษตรกรรมแบบยั่งยืนให้สำเร็จ บนพื้นที่ 7 ล้านเอเคอร์หรือ 17 ล้านไร่ทั่วโลก ภายในปี 2030 โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างน้อย 3 ล้านตันภายในสิ้นทศวรรษนี้ ตลอดจนจัดหาวัตถุดิบหลัก 100% จากแหล่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและยั่งยืน และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและคนในชุมชนกว่า 250,000 คน

Ramon Laguarta ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ CEO ของ PepsiCo กล่าวว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการกับความท้าทายเร่งด่วนที่ระบบอาหารทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความไม่เท่าเทียมกันในสังคม

และด้วยศักยภาพของ PepsiCo ที่เป็นหนึ่งในบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของโลก ทำให้เรามีโอกาสและความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายมากขึ้น”

แนวคิดการทำการเกษตรแแบบยั่งยืนของ PepsiCo ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำในการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยานและสามารถปฎิบัติตามได้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้อีกด้วย

 

Resource : https://foodindustryexecutive.com

 

 

“โออิชิ” จับมือ “โรบินฮู้ด” จัดเต็มอาหารญี่ปุ่น พ่วงส่วนลดทุกเมนู 8% พร้อมส่งตรงถึงหน้าประตู

0
โออิชิ | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

สะดวกและอร่อยขึ้นไปอีก !!! เมื่อ “โออิชิ” เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น ผนึกกำลังหลากหลายแบรนด์ในเครือ เดินหน้าขยายช่องทางเข้าถึงความอร่อย ล่าสุดจับมือร่วมกับแอปฯ ส่งอาหารน้องใหม่ “โรบินฮู้ด” (Robinhood)

เมื่อ 7-Eleven และ Yum Brands ประกาศซื้อร้านเบเกอรี่-คาเฟ่ Au Bon Pain ในสหรัฐอเมริกา

0
เมื่อ 7-Eleven และ Yum Brands ประกาศซื้อร้านเบเกอรี่-คาเฟ่ Au Bon Pain ในสหรัฐอเมริกา

จากการทำธุรกิจแบบแฟรนไชส์ซีมาโดยตลอดของ Ampex Brands สู่การเป็นจ้าของแฟรนไชส์อย่างเต็มตัวเมื่อก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของ Au Bon Pain ทั้ง 171 สาขาเป็นที่เรียบร้อย

โดยในปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ภายใต้การดำเนินการมากกว่า 400 แห่ง อาทิเช่น Pizza Hut, KFC, Taco Bell, Long John Silver’s และ 7-Eleven

Tabbassum Mumtaz, CEO ของ Ampex กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดภายใต้ Ampex Brands ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใช้การบริการแบบ Drive-thru ทำให้เรามองเห็นความหลากหลายและโอกาสที่ดีในการปรับตำแหน่งแบรนด์เดิม โดยเฉพาะหมวดหมู่คาเฟ่เบเกอรี่ที่กำลังจะฟื้นตัว และ Au Bon Pain ก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะเติบโตได้”

การเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้รับการเปิดเผยตัวเลขทางการเงิน โดยที่ Ampex จะเป็นเจ้าของ Au Bon Pain ทั้ง 171 แห่ง

ซึ่งจะทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ต่อปี นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์สำหรับร้านอาหารในเครืออีก 131 แห่งอีกด้วย

Ampex Brands ตั้งเป้าวางแผนที่จะทำให้ Au Bon Pain กลับมารุ่งเรืองและขยายธุรกิจอีกครั้งด้วยการว่าจ้างผู้บริหารร้านอาหารที่มีประสบการณ์จำนวนมากเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ซึ่ง Ericka Garza ผู้บริหารคนใหม่ของ Au Bon Pain ก็เคยดำรงตำแหน่งผู้นำอาวุโสด้านการเติบโตของแฟรนไชส์ให้กับ Pizza Hut ของ Yum Brands มาก่อน

 

Resource :  https://www.cnbc.com

จะเกิดอะไรขึ้น หากคลื่นลูกต่อไปของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มถูกกำหนดโดย AI

0
จะเกิดอะไรขึ้น หากคลื่นลูกต่อไปของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มถูกกำหนดโดย AI

AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนและพัฒนาให้มีความฉลาด สามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจได้อย่างที่สมองมนุษย์ทำ

ซึ่งในปัจจุบัน AI ได้จุดประกายการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยมักเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์เป็นหลัก เช่น ใช้ในการคัดแยกชิ้นส่วน หรือใช้ในการผลิต เป็นต้น

แต่อนาคตสำหรับ AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม จะเป็นการปรับปรุงหรือเน้นที่ตัวบุคคลไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ ด้วยการผสมผสานกับวิทยาศาสตร์เชิงพฤติกรรม การใช้การประเมินพฤติกรรมศาสตร์ที่เรียกว่า Psychometrics จะสามารถสร้างโปรไฟล์สำหรับแต่ละตำแหน่งงานได้

โดยจะระบุพฤติกรรม แรงจูงใจ และนิสัยที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่รับผิดชอบในตำแหน่งนั้นๆ เพื่อทำการตัดสินใจจ้างงานที่ดีขึ้น ที่สำคัญเป็นการลดความลำเอียงหรือ “อคติ” ที่มักจะเกิดขึ้นในมนุษย์ที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้

ซึ่ง AI ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีความมั่นใจในการจ้างและจัดการพนักงาน โดยที่มนุษย์จะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายอีกที การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้เร่งความจำเป็นในการปรับตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการจ้างงาน การเข้าใจผู้คนควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ ซึ่ง AI ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้นำสามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจนและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ นั่นคือพลังของเทคโนโลยีที่จะคงอยู่ต่อไปในอนาคต

 

Resource : https://trnusa.com

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการสมัครประกันสังคมมาตรา 40 รับเงินเยียวยา 5000 บาท !

0
ประกันสังคม รับเงินเยียวยา

สำหรับใครเป็นนายจ้างไม่มีลูกจ้าง หรือทำงานเป็นฟรีแลนซ์ และไม่ได้อยู่ในระบบ ประกันสังคมมาตรา 40 หากจะรับเงินเยียวยา 5,000 บาท

จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนก่อนนะคะ และต้องขึ้นทะเบียนภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เท่านั้น สำหรับวิธีการขึ้นทะเบียน ประกันสังคมมาตรา 40  มีดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัครเข้าประกันสังคมตามมาตรา 40 

  • สัญชาติไทย
  • อายุตั้งแต่ 15 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์
  • ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ไม่เป็นลูกจ้างในบริษัท หรือมีนายจ้าง
  • ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39
  • ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ขึ้นต้นด้วยเลข 0,6,7 (ยกเว้นขึ้นต้นด้วย 00)

หมายเหตุ ผู้พิการที่รับรู้สิทธิ สามารถสมัครได้ค่ะ

เอกสารการสมัคร

  • บัตรประชาชน

สถานที่สมัคร

หากคุณไม่สะดวกไปที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ คุณสามารถสมัครได้ที่..

  • เซเว่น-อีเลฟเว่น ทุกสาขา
  • เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
  • สายด่วนประกันสังคม 1506 กด 1
  • ธนาคาร ธ.ก.ส. ทุกสาขา
  • Big C ซูเปอร์เซ็นเตอร์
  • เครือข่ายประกันสังคมทั่วประเทศ

ขั้นตอนการสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ผ่านเว็บไซต์)

  1. เข้าไปที่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือคลิกที่นี่
  2. เลือกลงทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40
  3. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
  4. เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อย จะแจ้งยืนยันผ่านทาง SMS
  5. จากนั้น คุณต้องทำการชำระเงินสมทบ เมื่อคุณชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นอันเสร็จสิ้นค่ะ เพียงเท่านี้ คุณก็รอรับเงินเยียวยาได้เลย

ช่องทางการชำระเงินสมทบ

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • ธนาคารกสิกร
  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ทีเอ็มบีธนชาต
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารธกส.
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • ShopeePay
  • ตู้บุญเติม
  • CenPay
  • ห้างเทสโก้โลตัส
  • บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์

หมายเหตุ อย่าลืมเก็บหลักฐานไว้ด้วยนะคะ เนื่องจากสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 40  จะเริ่มตั้งแต่วันที่ชำระเงินเป็นต้นไป

ช่องทางการรับเงินเยียวยา

สำหรับเงินเยียวยา คุณจะได้รับเงินผ่านการโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น และคาดว่า จะได้รับเงินเยียวยาในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้

[irp posts=”13374″ name=”รายละเอียด เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 พร้อมขั้นตอนวิธีสมัคร”]

สิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนตามมาตรา 40

จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน

จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน จะได้รับความคุ้มครองในเรื่องของกรณีเจ็บป่วย, เกิดอุบัติเหตุ, ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

กรณี เจ็บป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุ  (เงื่อนไขการรับสิทธิ ไม่เกิน 30 วันต่อปี)

  • ผู้ป่วยใน นอนพักรักษาตัว 1 วัน ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ วันละ 300 บาท
  • ผู้ป่วยนอก (ไม่นอนโรงพยาบาล) หยุด 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ วันละ 200 บาท
  • ผู้ป่วยนอก (ไม่นอนโรงพยาบาล) หยุดไม่เกิน 2 วัน ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ ครั้งละ 50 บาท

กรณีทุพพลภาพ (ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ เป็นเวลา 15 ปี)

  • ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน
  • เสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ ได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท

กรณีเสียชีวิต

  • ผู้จัดการศพ ได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท
  • จ่ายเงินสมทบครบ 60 เดือนก่อนเสียชีวิต ได้รับเงินเพิ่ม 8,000 บาท

จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน

หากจ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน จะได้รับความคุ้มครองในเรื่องของกรณีเจ็บป่วย, เกิดอุบัติเหตุ, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต และชราภาพ

กรณี เจ็บป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุ  (เงื่อนไขการรับสิทธิ ไม่เกิน 30 วันต่อปี)

  • ผู้ป่วยใน นอนพักรักษาตัว 1 วัน ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ วันละ 300 บาท
  • ผู้ป่วยนอก (ไม่นอนโรงพยาบาล) หยุด 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ วันละ 200 บาท
  • ผู้ป่วยนอก (ไม่นอนโรงพยาบาล) หยุดไม่เกิน 2 วัน ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ ครั้งละ 50 บาท

กรณีทุพพลภาพ (ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ เป็นเวลา 15 ปี)

  • ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน
  • เสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ ได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท

กรณีเสียชีวิต

  • ผู้จัดการศพ ได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท
  • จ่ายเงินสมทบครบ 60 เดือนก่อนเสียชีวิต ได้รับเงินเพิ่ม 8,000 บาท

กรณีชราภาพ

  • สะสมเงินบำเหน็จชราภาพ ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ 50 บาท
  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินออมเพิ่มได้ ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท

จ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน

หากจ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน จะได้รับความคุ้มครองในเรื่องของกรณีเจ็บป่วย, เกิดอุบัติเหตุ, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร

กรณี เจ็บป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุ  (เงื่อนไขการรับสิทธิ ไม่เกิน 90 วันต่อปี)

  • ผู้ป่วยใน นอนพักรักษาตัว 1 วัน ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ วันละ 300 บาท
  • ผู้ป่วยนอก (ไม่นอนโรงพยาบาล) หยุด 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ วันละ 200 บาท

กรณีทุพพลภาพ (ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ตลอดชีวิต)

  • ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน
  • เสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ ได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท

กรณีเสียชีวิต

  • ผู้จัดการศพ ได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท

กรณีชราภาพ

  • สะสมเงินบำเหน็จชราภาพ ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ 150 บาท
  • จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนรับเงินเพิ่ม 10,000 บาท
  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินออมเพิ่มได้ ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท

กรณีสงเคราะห์บุตร

  • ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแรกเกิด ถึง 6 ปีบริบูรณ์ คนละ 200 บาท คราวละไม่เกิน 2 คน

หมายเหตุ ไม่ว่าจะเลือกจ่ายเงินสมทบจำนวนเท่าใด ถ้าเข้าเกณฑ์ตามที่กำหนด จะได้สิทธิรับเงินเยียวยา 5,000 บาทค่ะ และหลังจากสมัคร คุณสามารถจ่ายเงินสมทบต่อ หรือไม่ส่งต่อก็ไม่มีการบังคับใด ๆ

และข่าวดีอีกหนึ่งเรื่องสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางสำนักงานประกันสังคมได้ลดอัตราเงินสมทบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน โดยเริ่มตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 มกราคม 2565

  • จากเดิมจ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน เหลือจ่ายเพียง 40 บาทต่อเดือน
  • จากเดิมจ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน เหลือจ่ายเพียง 60 บาทต่อเดือน
  • จากเดิมจ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน เหลือจ่ายเพียง 180 บาทต่อเดือน

เงื่อนไขการรับเงินเยียวยา

  1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์ ที่ผูกกับบัตรประชาชน เท่านั้น
  2. สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รายเก่า หากมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด จะมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียน หรือไปที่สำนักงานประกันสังคม เพียงแค่ “ผูกพร้อมเพย์ ด้วยบัตรประชาชน”
  3. ไม่ใช่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา ผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา ต้องประกอบอาชีพอยู่ในเกณฑ์ 9 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร, การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า, การขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์, กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน, กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ, ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร, การก่อสร้าง, กิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ, ศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการและต้องอยู่ใน 10 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, และสงขลา

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 หากติดปัญหาส่วนไหน สามารถเข้ามาพูดคุย สอบถามได้เลยนะคะ

 

Resource : https://www.sso.go.th

ธปท. จับมือสมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ ออกมาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้

0
พักชำระหนี้ | เพื่อนแท้ร้านอาหาร
ธปท. จับมือสมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ ออกมาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการของทางการ
จากการที่ภาครัฐได้ยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 10 จังหวัด เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยจำกัดการเคลื่อนย้ายและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกับกลุ่มธุรกิจและลูกหนี้ที่มีฐานะการเงินเปราะบางมาตั้งแต่การระบาดของโควิด 19 ระลอกก่อน และได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อเยียวยาด้านรายได้อย่างเร่งด่วนให้กับผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุด 

ธุรกิจร้านอาหาร ต้องใช้ใบอนุญาตอะไรบ้าง ?

0
ใบอนุญาต

นอกจาก ธุรกิจร้านอาหาร จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องมีคือ ใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตก็จะมีข้อกำหนด

และรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แล้วเพราะอะไรทำไมใบอนุญาตถึงสำคัญต่อ ธุรกิจร้านอาหาร ถ้าไม่มีใบอนุญาตจะเกิดอะไรขึ้น บทความนี้มีคำตอบค่ะ

ทำไมต้องขอใบอนุญาต ?

การเปิดร้านอาหาร หรือ ขายอาหาร ในทางกฎหมาย ถือเป็นธุรกิจที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค หรือก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยละแวกใกล้ ๆ

ดังนั้น จึงมีการออกกฎหมายมาว่า “ผู้ใดที่จะจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือสถานที่สะสมอาหาร ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน” โดยต้องทำหนังสือรับรองการแจ้ง หรือ ขอรับใบอนุญาต

ทำไมต้องขอใบอนุญาต

สถานที่จำหน่ายอาหาร และ สถานที่สะสมอาหาร คืออะไร

ก่อนจะเข้าเรื่อง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สถานที่จำหน่ายอาหาร และ สถานที่สะสมอาหารคืออะไร

สถานที่จำหน่ายอาหาร 

สถานที่จำหน่ายอาหาร เป็นสถานที่ในการปรุงอาหารและจำหน่ายอาหาร สามารถซื้อแล้วทานได้ทันที หรือนำกลับไปทานในสถานที่อื่น ๆ ได้ สถานที่จำหน่ายอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านข้าวราดแกง, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ศูนย์อาหาร, โรงอาหาร,

ร้านกาแฟ, ร้านอาหารญี่ปุ่น, ร้านอาหารอิตาเลี่ยน หรือที่ขึ้นชื่อว่า ร้านอาหารรวมถึงแผงลอยที่จำหน่ายอาหารในพื้นที่เอกชน ซึ่งที่กล่าวมา ยังต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติท้องถิ่นและกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหารอีกด้วย

สถานที่ ธุรกิจร้านอาหาร

สถานที่สะสมอาหาร 

สถานที่สะสมอาหาร คือ สถานที่จัดเก็บอาหารที่มีทั้งของสด ของแห้ง หรือในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อผู้ซื้อจะได้นำไปประกอบอาหาร, เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร, หรือเก็บไว้บริโภคในภายหลัง

เช่น ร้านสะดวกซื้อ, มินิมาร์ท, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายของชำ เป็นต้น อีกทั้ง สถานที่สะสมอาหาร จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด รวมถึงควบคุมโรคโควิด-19 และโรคอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

เมื่อคุณเข้าใจความหมายของสถานที่จำหน่ายอาหาร และ สถานที่สะสมอาหารแล้ว หากคุณเริ่มต้น ธุรกิจร้านอาหาร และเป็นผู้ประกอบการ นอกจากจะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว

สิ่งที่ควรทำต่อมาคือ  การทำหนังสือรับรองการแจ้ง หรือ ขอใบอนุญาต ทั้งนี้ การขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหารนั้น จะแบ่งตามพื้นที่ประกอบกิจการของคุณ

สถานที่สะสมอาหาร 

พื้นที่ประกอบกิจการของคุณ

  • พื้นที่ประกอบกิจการ ไม่เกิน 200 ตารางเมตร

หากพื้นที่ประกอบกิจการของคุณ ไม่เกิน 200 ตารางเมตร คุณต้องยื่นเรื่องขอรับ “หนังสือรับรองการแจ้ง” (ใบอนุญาตร้านอาหาร/ใบอนุญาตขายอาหาร) มีค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

พื้นที่ประกอบกิจการ ไม่เกิน 200 ตารางเมตร

  • พื้นที่ประกอบกิจการเกิน 200 ตารางเมตรขึ้นไป

หากพื้นที่ประกอบกิจการของคุณเกิน 200 ตารางเมตรขึ้นไป คุณต้องยื่นเรื่องขอรับ “ใบอนุญาต” (ใบอนุญาตร้านอาหาร/ใบอนุญาตขายอาหาร) มีค่าธรรมเนียม 3,000 บาท

หมายเหตุ ค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วยค่ะ หากพื้นที่ประกอบกิจการของคุณไม่เกิน 10 ตารางเมตร ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 200 บาทค่ะ

พื้นที่ประกอบกิจการเกิน 200 ตารางเมตรขึ้นไป

ใครบ้างที่สามารถยื่นคำขอใบอนุญาตได้

  • บุคคลธรรมดา
  • นิติบุคคล

แต่การยื่นคำขอในรูปของบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบการต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์ก่อน โดยระบุวัตถุประสงค์ของการจดทะเบียนพาณิชย์ว่า “เป็นการประกอบกิจการร้านอาหารหรือจำหน่ายอาหาร”

ที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ก่อน เพราะว่าในการจะขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหาร จำเป็นต้องใช้สำเนาทะเบียนพาณิชย์ร่วมด้วย

สำหรับการยื่นคำขอในรูปของนิติบุคคล ผู้ประกอบการต้องระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับการจำหน่ายอาหาร หรือธุรกิจร้านอาหารในหนังสือรับรองนิติบุคคล

เอกสารที่ต้องเตรียม สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งร้านอาหาร
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีผู้ขอรับเป็นนิติบุคคล)
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนนิติบุคคล (กรณีผู้ขอรับเป็นนิติบุคคล)
  • หนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตนเอง)
  • ผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์ของพนักงานผู้สัมผัสอาหาร
  • แผนที่สังเขปแสดงสถานที่ตั้งสถานประกอบการ

หมายเหตุ หากมีสำเนาใบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารของกรุงเทพมหานคร หรือ ใบอนุญาตจากส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีโปรดนำมาด้วยนะคะ

สถานที่การยื่นคำขอใบอนุญาต หรือ ขอหนังสือรับรองการแจ้ง

  • สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร
  • สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล
  • สำนักงานเทศบาลสำหรับร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล
  • สำนักงานเมืองพัทยา

ขั้นตอนการขอใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง

เมื่อคุณทราบแล้วว่า ธุรกิจร้านอาหารของคุณ มีพื้นที่เท่าใด และต้องยื่นแบบไหน โดยขั้นตอนการขอใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้งมี ดังนี้

  1. เตรียมหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม
  2. ติดต่อที่สำนักงานเขตที่ตั้งของร้านอาหาร
  3. กรอกแบบฟอร์ม สอ.1 ตามที่เจ้าหน้าที่จัดให้ (ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือ หนังสือรับรองการจัดตั้ง)
  4. เมื่อกรอกแบบฟอร์มเสร็จเรียบร้อย ยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่เลยค่ะ หากตรวจหลักฐานถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งในเรื่องสุขลักษณะของร้านอาหาร เจ้าหน้าที่ก็จะเสนอต่อผู้อำนวยการเขต เพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการจัดตั้ง
  5. เมื่ออนุมัติให้ออกใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการจัดตั้ง เจ้าหน้าที่จะแจ้งคุณให้มารับเอกสาร พร้อมกับชำระค่าธรรมเนียมภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คุณได้รับแจ้ง
  6. เมื่อคุณได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการจัดตั้งแล้ว ต้องแสดงอย่างเปิดเผย อาจจะไว้ในร้านอาหารหรือมุมที่ผู้คนเห็น

หมายเหตุ หากเลย 15 วัน คุณไม่มารับใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง และไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามเวลาที่กำหนด จะถูกยกเลิกทันที

ใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองมีอายุกี่ปี ?

มีอายุ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้ในเขตนั้น ๆ

หากเปิดธุรกิจร้านอาหาร โดยไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองอย่างถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น ?

  • ไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
  • ไม่มีหนังสือรับรองการแจ้ง มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท

หมายเหตุ หากฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หากฝ่าฝืนกฎกระทรวง ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

ใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองมีอายุกี่ปี

การต่อใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง

การต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร สามารถยื่นคำขอต่อ (แบบ สอ.5) ได้เลยค่ะ เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว คุณก็สามารถประกอบกิจการต่อได้เลย

ส่วนหนังสือรับรองการแจ้ง ไม่ต้องยื่นคำขอต่ออายุรายปีค่ะ แต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมทุกปี

การต่อใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง

ถ้าไม่มีการต่อใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง จะเกิดอะไรขึ้น?

หากคุณไม่ได้ยื่นเรื่องขอเลิกการดำเนินกิจการต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นอย่างถูกต้อง คุณปล่อยให้ใบอนุญาตหมดอายุ หรือคุณต้องการจะต่อใบอนุญาต แต่ชำระในช่วงที่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว คุณจะต้องเสียค่าปรับร้อยละ 20 ของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ

ถ้าไม่มีการต่อใบอนุญาต หรือ หนังสือรับรองการแจ้ง จะเกิดอะไรขึ้น

หากใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองแจ้งหายทำอย่างไร ?

หากสูญหาย, ถูกทำลาย, หรือชำรุด ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่สำนักเขตนั้น ๆ เพื่อขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด

หากต้องการแก้ไขรายการในใบอนุญาตร้านอาหารทำอย่างไร ?

สามารถยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อแก้ไขรายการในใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการได้เลยค่ะ

หากใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองแจ้งหายทำอย่างไร[irp posts=”13315″ name=”การขึ้นทะเบียนประกันสังคม ฉบับนายจ้างมือใหม่”]

ใบอนุญาตอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารควรรู้

นอกจากการขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหารแล้ว หากร้านอาหารของคุณเข้าข่ายตามที่ได้กล่าวไว้ด้านล่างนี้ คุณก็ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มด้วย มิเช่นนั้น คุณอาจจะโดนจำคุก เสียค่าปรับได้ค่ะ

ร้านอาหารมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ

  • ยื่นเรื่องขอใบอนุญาตจำหน่ายสุราและใบอนุญาตยาสูบ ที่กรมสรรพสามิตในพื้นที่ร้านอาหารของคุณ โดยใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี
  • สำหรับใบอนุญาตจำหน่ายสุราและใบอนุญาตยาสูบ มีการเสียค่าธรรมเนียมด้วย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณการขายด้วยค่ะ อย่างคุณขายส่งสุราทุกชนิด ครั้งละ 10 ลิตรขึ้นไป คุณจะเสียค่าธรรมเนียมปีละ 5,500 บาท เป็นต้น

หมายเหตุ ต้องยื่นเรื่องขอก่อนนะคะ ถึงจะจำหน่ายได้  แต่ถ้าคุณจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ โดนปรับไม่เกิน 5,000 บาท

สุรา

ร้านอาหารมีการเต้นบนเวที, แสดงดนตรีสด, ตลก หรือเข้าข่ายสถานบันเทิง

ในกรณีนี้ คุณต้องยื่นเรื่อง 2 อย่าง คือ  ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และ ขออนุญาตตั้งสถานบริการ

ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  • พื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ สำนักงานเขต
  • ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ขออนุญาตตั้งสถานบริการ

  • พื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ ตำรวจนครบาล
  • พื้นที่ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด

ร้านอาหาร มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ

ร้านอาหารมีการเปิดเพลงหรือถ่ายทอดสด

ถ้าร้านอาหารเปิดเพลงที่ติดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเปิดจากแผ่นบันทึกเสียง หรืออินเทอร์เน็ต คุณจำเป็นต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน โดยอัตราค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับเจ้าของลิขสิทธิ์กำหนดค่ะ

ร้านอาหาร มีการเปิดเพลงหรือถ่ายทอดสด

ร้านอาหารมีป้ายหน้าร้าน

หากคุณมีจุดประสงค์ เพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายหน้าร้าน หรือการโฆษณาร้านอาหารตามตึก มีป้ายไฟ ก็ต้องเสียภาษีป้ายค่ะ

ร้านอาหาร มีป้ายหน้าร้าน

ร้านอาหาร มีปริมาณอาหารหรือเครื่องดื่มจำนวนมาก และรบกวนผู้อื่น หรือส่งกลิ่นเหม็น

คุณต้องขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  • สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ สำนักงานเขต
  • ส่วนต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ร้านอาหาร มีปริมาณอาหารหรือเครื่องดื่มจำนวนมาก และรบกวนผู้อื่น หรือส่งกลิ่นเหม็น

วัตถุดิบใดบ้างที่มีปริมาณมาก ๆ ต้องขออนุญาต

ปลาร้า, แหนม, น้ำปลา, หอยดอง, น้ำบูดู, ไตปลา, น้ำพริกแกง, ซีอี๊ว, น้ำจิ้ม, ซอสปรุงรสต่าง ๆ, เส้นหมี่, ก๋วยเตี๋ยว, เต้าหู้, เนย, เนยเทียม, กาแฟทุกรูปแบบ, น้ำส้มสายชู, ไวน์, ข้าวหมาก, น้ำแข็ง (รวมถึงการขนส่งด้วย), น้ำอัดลม, น้ำกลั่น, ขนมปังแห้ง, ขนมปังสด, ใบชาแห้ง, ใบชาผง

วัตถุดิบใดบ้างที่มีปริมาณมาก ๆ ต้องขออนุญาต

ร้านอาหารมีก๊าซหุงต้มไว้ครอบครอง

  • แจ้งครอบครองวัตถุอันตราย ถ้ามีก๊าซหุงต้ม ปริมาณน้อยกว่า 1000 กิโลกรัม หรือประมาณ 20 ถังใหญ่
  • ขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย ถ้ามีก๊าซหุงต้ม ปริมาณมากกว่า 1000 กิโลกรัม หรือประมาณ 20 ถังใหญ่

พื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานพลังงานจังหวัด

หมายเหตุ หากธุรกิจของคุณมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยนะคะ ที่สำนักงานสรรพากร

ร้านอาหาร มีก๊าซหุงต้มไว้ครอบครอง

รายละเอียด เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 พร้อมขั้นตอนวิธีสมัคร

0
เงินเยียวยาประกันสังคม | เพื่อนแท้ร้านอาหร

สำนักงานประกันสังคมแจงรายละเอียดและขั้นตอนลงทะเบียน e-services เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ประเภท 4 กิจการ ในพื้นที่สีแดงเข้ม จากผลกระทบโควิด

เมื่อร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี่ ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องระวังเรื่องใดบ้าง

0
เมื่อร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี่ ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องระวังเรื่องใดบ้าง

ในวิกฤตโควิด-19 การนำร้านอาหารเข้าสู่ระบบ เดลิเวอรี่ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากผู้คนทานอาหารนอกบ้านน้อยลง เลือกการสั่งอาหารแบบ เดลิเวอรี่ กันมากขึ้น

จึงทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายอื่น เลือกที่จะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ด้วยเช่นกัน  แต่บริการ เดลิเวอรี่ ก็ถือว่าเป็นปัญหาแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อไม่ให้ลูกค้าหนีหาย กำไรหด สิ่งที่ต้องระวัง มีดังนี้

1.โปรโมชันและราคา

โปรโมชันและราคา ถือเป็นด่านแรกในการเรียกลูกค้า ไม่มีใครไม่ชอบของแถม ลดราคา ดังนั้น ผู้ประกอบการมือใหม่ ก็จำเป็นต้องมีช่วงจัดโปรโมชันบ้าง

เช่น จัดเป็นเซ็ตเมนูสุดคุ้มราคาเบา ๆ เอาใจลูกค้า, สั่งอาหารครบ 4 อย่างแถมน้ำ 1 ขวด, หรือสั่งอาหารครบ 199 บาท แลกซื้อแก้วน้ำสุดน่ารักในราคา 159 บาท จากราคาปกติ 229 บาท เป็นต้น

โปรโมชันและราคา

2.ภาพเมนูอาหาร

ภาพเมนูอาหาร ถือเป็นกลยุทธ์ในการเรียกลูกค้าอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งภาพมีความสวย สีสด น่าทาน ก็มีแนวโน้มสูงที่ลูกค้าจะตัดสินใจสั่งเมนูนี้ ภาพเมนูอาหาร ควรมีลักษณะชัด สีสด ลูกค้าเห็นเป็นต้องอยากสั่งมาทาน

ยกตัวอย่างเช่น เมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูเด้ง คุณอาจจะเน้นถ่ายตรงหมูเด้งให้เห็นถึงความฉ่ำของหมู มีเครื่องเคียง จัดใส่ชามให้ดูน่าทาน และสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนพลาดคือ

ชื่อเมนูกับภาพเมนูไม่ตรงกัน ร้านอาหารบางร้าน ใช้ภาพเดียวกันแทบทุกเมนู ซึ่งนอกจากลูกค้าจะไม่เห็นน่าตาเมนูแล้ว ยังทำให้ตัดสินใจยากอีกด้วย หรือมองข้ามเมนูนั้นไปเลย

และเรื่องสุดท้าย อาหารต้องตรงปก อย่าจกตาลูกค้าเด็ดขาด! เพราะอาจทำให้ลูกค้าผิดหวังภายหลัง อาหารตรงปกคือ ภาพเมนูอาหาร กับ อาหารที่ลูกค้าได้รับ ต้องมีน่าตาเหมือนกัน ไม่ใช่ในภาพเป็นรูปกุ้งตัวใหญ่มากมีประมาณ 6 ตัว  แต่สิ่งที่ลูกค้าได้รับคือ กุ้งตัวเล็ก ๆ มี 4 ตัว

ภาพเมนูเดลิเวอรี

3.เมนูอาหาร

การส่งอาหารแบบ เดลิเวอรี่ ก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องของเมนูอาหาร เพราะการเสิร์ฟอาหารจะไม่เหมือนการทานในร้านอีกต่อไป มีคนกลาง และใช้รถเป็นพาหนะในการส่งอาหาร ดังนั้น เมนูอาหารควรเป็นอาหารที่ทานง่าย, จัดเก็บง่าย, รักษาสภาพอาหาร หน้าตา และรสชาติได้

ยกตัวอย่าง จากเดิมร้านอาหารของคุณขายหมูจุ่ม จะให้ยกไปทั้งหม้อดินก็คงลำบาก หรือจะทำเหมือนร้านหมูกระทะส่งตามบ้าน และตอนเช้าเข้ามาเก็บกระทะก็คงไม่ใช่  คุณอาจจะแบ่งเป็นวัตถุดิบเนื้อสัตว์, ผัก, น้ำซุปแยก และให้ลูกค้าทำทานที่บ้าน

หรือคุณอาจจะลวกให้เลย ลูกค้าไม่ต้องยุ่งยากในการลวกเอง แต่ข้อเสียคือ ถ้าใช้เวลาในการส่งอาหารนาน ลูกค้าอาจจะได้อาหารที่เย็น อืด ทานไม่อร่อยได้

ร้านอาหาร ควรมีเครื่องเคียงอย่าง ไข่ดาว, ไข่เจียว, ไข่ไก่สด, ข้าวเปล่า และมีเครื่องดื่มหรือขนมหวานติดไว้ เพื่อที่ลูกค้าจะได้จบที่ร้านอาหารของคุณเลย หรือคุณอาจจะจัดเมนูเซ็ต เพื่อความหลากหลาย

หมายเหตุ ในสถานการณ์แบบนี้ การเลือกวัตถุดิบที่ราคาไม่สูงจนเกินไป ถือเป็นเรื่องที่ดี

เมนูอาหารเดลิเวอรี่[irp posts=”6531″ name=”กลยุทธ์การยกระดับอาหารเดลิเวอรี่ ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารอย่างมืออาชีพ”]

4.แพคเกจจิ้ง

สำหรับแพคเกจจิ้ง หากเป็นอาหารแห้ง หรืออาหารที่มีน้ำราดเล็กน้อย ถ้ามีงบมากหน่อย แนะนำว่า ใช้กล่องที่ดูแข็งแรง มีฝาปิดสนิทยิ่งดีค่ะ เพราะไม่รู้ว่า คนส่งอาหารจะดูแลอาหาร จัดเก็บ ระวังอาหารได้ดีมากน้อยแค่ไหน บางทีลูกค้ารับอาหาร น้ำราดไหลเต็มถุงเลยก็มี

ส่วนถ้าเป็นเครื่องดื่ม คุณก็อาจจะแยกน้ำกับน้ำแข็งให้ลูกค้า และปิดฝาแก้วน้ำแข็งให้สนิท หรือถ้าเป็นเครื่องดื่มชานมไข่มุกที่มีท็อปปิ้งเพิ่มอย่างวิปครีม ครีมชีส ที่คุณไม่สามารถแยกน้ำกับน้ำแข็งได้ ก็ควรเลือกแก้วที่มีฝาปิดสนิท และปิดด้วยเทปอีกชั้น กันน้ำหกระหว่างทาง

หรือคุณอาจจะนำท็อปปิ้งใส่กระปุกแยกไว้ ให้ลูกค้าใส่เองที่บ้านก็ได้ นอกจากจะไม่เสียรสชาติแล้ว ลูกค้ายังได้ความรู้สึกเหมือนซื้อจากหน้าร้านอีกด้วย อาจจะเพิ่มเงินสักหน่อย แต่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำแน่นอนค่ะ

แพคเกจจิ้ง เดลิเวอรี่

5.บริการเดลิเวอรี่

สำหรับบริการ เดลิเวอรี่ ที่ผู้คนรู้จักและใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก ได้แก่ Gojek, LINE MAN, GrabFood, และFoodpanda สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจอยากจะใช้บริการเดลิเวอรี่ ควรศึกษารายละเอียด เปรียบเทียบแต่ละที่ให้ดีเสียก่อนว่า

เมื่อร้านอาหารของคุณเข้าร่วม คุณได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ต้องเสียค่า GP เท่าไหร่ เพราะแต่ละที่มีค่า GP ไม่เท่ากัน หลายคนอาจงง ค่า GP คืออะไร?

GP หรือ Gross Profit  คือ ค่าใช้จ่ายที่ทางร้านอาหารต้องเสียให้กับบริการเดลิเวอรี่ หรือเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ ค่าธรรมเนียม สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่กำลังลังเล เพราะกลัวเสียค่า GP แพง ล่าสุด ทาง LINE MAN ได้ออกมาตรการช่วยเหลือร้านอาหารช่วงโควิด-19

โดยการ เปิดให้ขายแบบ GP ฟรี 15 วัน สำหรับร้านอาหารใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมการขายแบบ GP มาก่อน และมีการแจกคูปองส่วนลดให้ร้านที่มี GP และ Non-GP อีกด้วย เพื่อกระตุ้นยอดขาย

หมายเหตุ สำหรับ LINE MAN ร้านที่มี GP จะมีการคิด % กับร้านอาหาร แต่ลูกค้าได้ค่าส่งเริ่มต้น 0 บาท ส่วนร้านอาหารที่เป็น Non-GP จะไม่มีการคิด % กับร้านอาหาร แต่ลูกค้าจ่ายค่าส่งตามระยะทางจริง

ดังนั้น คุณเลือกเอาว่า ต้องการแบบไหน ถ้าเลือก GP คุณอาจจะได้ลูกค้าที่เยอะขึ้นจากเดิม  แต่ถ้า Non-GP คุณก็อาจจะได้ลูกค้าละแวกใกล้ร้านอาหารคุณ

บริการเดลิเวอรี่

6.การบริการหลังการขาย

ถ้าในเรื่องของการบริการดูแลลูกค้า การสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ อาจทำได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับการที่ลูกค้านั่งทานอาหารในร้าน แต่สิ่งที่ทำได้คือ คุณอาจจะโทรไปหาลูกค้า

ถามถึงรสชาติอาหารว่าเป็นอย่างไร, ควรปรับปรุงในเรื่องไหนบ้าง, สินค้าได้รับครบถ้วนไหม เป็นต้น แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เชื่อสิ่ ลูกค้าประทับใจร้านอาหารคุณอย่างแน่นอน

การบริการหลังการขาย

อาหารเดลิเวอรี่ตั้งราคาพรีเมี่ยมอย่างไร ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า

0
DEZPAX บรรจุภัณฑ์อาหาร | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วของแพงเกินไปไม่มีในโลก เราจะซื้อสินค้าหรืออาหารที่เราเห็นว่าราคาขายเหมาะสม เมื่อเทียบกับคุณภาพ ประโยชน์หรือความคุ้มค่าที่เราได้รับ เราจึงตัดสินใจซื้อสินค้าหรืออาหารนั้นๆ

ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของร้านอาหาร เราจะเพิ่มระดับความพรีเมี่ยมของเมนูอาหารของเราอย่างไร ที่จะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกแพง และสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างไม่ลังเล เรามาดูเทคนิค 6 อย่างดังต่อไปนี้

4 เทคนิคการเลือกแก้วกาแฟเดลิเวอรี่

0
DEZPAX บรรจุภัณฑ์อาหาร | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

? กาแฟ หนึ่งในเมนูเครื่องดื่มที่ใครๆ ก็ขาดไม่ได้ เพื่อเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย ? แต่เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ค่อนข้างร้ายแรง ? จะออกไปข้างนอกต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม แถมบางร้านยังต้องปิดให้บริการไม่มีนั่งทานที่ร้านได้ จึงทำให้หันมาใช้การส่งเดลิเวอรี่เป็นหลัก และเพิ่มมากขึ้น ??

เคล็ดลับ การจัดกล่องอาหารเดลิเวอรี่ ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

0
DEZPAX บรรจุภัณฑ์อาหาร | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

หัวใจสำคัญของการขายอาหารเดลิเวอรี่นอกจากรูปภาพอาหารที่น่าทาน ความสะอาดและรสชาติอาหารที่อร่อยแล้ว การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับการส่งอาหารเดลิเวอรี่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเลือกใช้ไม่เหมาะสมแล้ว เมื่ออาหารไปถึงมือลูกค้าปอาจจะหกหรืออาหารเลอะมาปะปนกัน ทำให้ดูไม่น่าทาน และจะเสียรสชาติของอาหารอีกด้วย ดังนั้นการส่งอาหารเดลิเวอรี่ให้ยังคงสภาพเดิมและคงความอร่อยให้เหมือนทานที่ร้าน มีเคล็ดลับและเทคนิคดังต่อไปนี้

บรรจุภัณฑ์ VS ภาชนะบรรจุ ความเหมือนที่ส่งผลลัพธ์ต่อธุรกิจแตกต่างกันลิบลับ

0
DEZPAX | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

ในงานเปิดตัว“ป๊อบอัพสโตร์บรรจุภัณฑ์”ที่ทาง “แม็คโคร” จับมือกับ “DezpaX” เปิดเป็น “One Stop Solutions” ครบจบเรื่องบรรจุภัณฑ์ในที่เดียวโดยเริ่มสาขาแรกที่แม็คโครสาทรเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าป๊อบอัพสโตร์นี้มันน่าสนใจยังงัย

สินเชื่ออิ่มใจ ธ.ออมสินช่วยร้านอาหารกู้ได้สูงสุด 100,000 ปลอดชำระ 6 เดือน เริ่ม 11 ก.ค.64

0
สินเชื่ออิ่มใจ | เพื่อนแท้ร้านอาหาร

ธ.ออมสินปล่อย “สินเชื่ออิ่มใจ” ช่วยธุรกิจร้านอาหารหรือเครื่องดื่มผ่อนปรนเกณฑ์อนุมัติ ให้กู้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินงวด 6 เดือน เริ่ม 11 ก.ค.ถึง 31 ธันวาคม 2564 หรือจนกว่าจะครบจำนวนวงเงินโครงการ